‘โอ๊ค’ เหน็บ ‘มีชัย’ เป็นพ่อครัวปรุงอาหารแท้ๆ กลับไม่กล้ากิน ถามคนไทย จะยอมกินต่อหรือ?

18.11.18 | 18:17 น.

วันที่ 18 พฤศจิกายน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra เป็นภาพข่าวนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย หลังมีประกาศของ ป.ป.ช. ให้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน โดยระบุว่า


ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร เมื่อ “คนเขียนกฎหมาย เลี่ยงที่จะอยู่ภายใต้กฏหมายที่ตัวเองเขียน” ครับ

“คนร่างกฎหมาย ก็เปรียบเสมือน เชฟปรุงอาหาร”ที่ในเมื่อตัวเองยืนยันว่าอาหารที่ปรุงเองกับมือนั้น มีรสชาติกลมกล่อมและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือ “กินแล้วไม่ตาย” ตัวเองก็สมควรจะกล้ากินอาหารนั้นเป็นตัวอย่าง เพื่อให้ลูกค้าทั้งประเทศเชื่อมั่น และกล้าที่จะฝากท้องฝากสุขภาพไว้ด้วย

แต่ถ้าตัวพ่อครัวเองยังไม่กล้ากิน จนถึงขั้นยอมลาออกหนีกันหมดทั้งครัวแบบนี้ ลูกค้าทั้งหลายจะยังคงต้องให้ความไว้วางใจ ยอมที่จะกลืนกินมันเข้าไปอีกหรือ..?

Advertisement

นี่เราพูดถึงอาหารแค่จานเดียว ซึ่งก็คือกฎหมายลูกแค่ฉบับเดียวนะครับ แต่อาหารทั้งหมดที่พ่อครัวคณะนี้ปรุงทิ้งไว้ คือกฎหมายแม่ทั้งฉบับ ประกอบกับกฎหมายฉบับอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน โดยตลอด 4 ปีครึ่งที่ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมมานี่ พ่อครัวใหญ่คนเดิมกับคณะมือกฎหมายเดิมๆร่างไว้เรียบ น่าจะมีเป็นหลักร้อยฉบับ ที่เขียนเอาไว้เสร็จเรียบร้อยจนพร้อมเสริฟขึ้นโต๊ะทั้งหมดแล้ว

ว่ากันว่างบประมาณที่ใช้ในการออกกฎหมายทั้งหมดนี้ เป็นค่าเงินเดือน,เบี้ยเลี้ยง,เบี้ยประชุม,ดูงาน, ผ่านกฎหมาย ฯลฯ ไม่ใช่แค่หลักพันล้านบาทนะครับ จริงเท็จแค่ไหนไม่รู้ เดี๋ยวสื่อต่างๆคงจะสืบกันมาให้เราดู

ไม่มีใครรู้ว่า 4 ปีที่ผ่านมา พ่อครัวแต่ละคนมีเงินเพิ่มขึ้นเยอะขนาดไหน เพราะเขาไม่เคยเปิดเผยให้เรารู้ ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่กล้าโชว์ทรัพย์สิน? หรือว่ามีเหตุผลอื่นใดนอกเหนือจากนี้กันแน่? จึงต้องยอมเสียหน้ายอมลาออกจากตำแหน่งพร้อมๆกัน แบบหัวซุกหัวซุนขนาดนี้

กฎหมายอาบยาพิษ ก็เหมือนกับการนำปลาปักเป้า(ฟุกุ) มาปรุงเป็นอาหารนั่นแหละครับ จะแน่ใจว่าพิษสงที่มีไม่ทำร้ายผู้บริโภค ก็ต่อเมื่อพ่อครัวกล้าที่จะพิสูจน์ ด้วยการหยิบชิ้นแรกขึ้นมากินโชว์ ให้ดูเป็นตัวอย่าง

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงตอนที่คุณพ่อพาไปกินปลาฟุกุ ถ้าตอนทำเสร็จแล้วนำมาเสริฟ เราลองให้พ่อครัวกินให้ดู ปรากฏว่าพ่อครัววิ่งหนีออกจากร้านกันหมด ไม่ยอมชิมกันสักคน ถ้าผมหยิบใส่ปากเข้าไปแล้ว ก็คงจะ “ถุยทิ้ง” หรือถ้าเผลอกลืนเข้าไปแล้ว คงต้องล้วงคอสำรอกออกมาให้หมด

หรือว่าเหตุการณ์นี้ เหมือนกับที่คุณพ่อผมเคยพูดไว้

“ต้นไม้พิษ ผลของมันจะแลดูน่ากินอย่างไร ก็ยังคงเป็นผลไม้พิษด้วยเสมอ”

อย่างนั้นหรือเปล่าครับ..?