หน้าแรก การเมือง กกต.เผย เฟซบุ...

กกต.เผย เฟซบุ๊กไม่ชัวร์ลบเนื้อหาที่ไม่ผิดในโลกสากล จ่อคุยอีกหลายหน แนวโน้มร่วมมือ

20.11.18 | 16:57 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ห้องสมาร์ทคลาสรูม ชั้น 7 อาคารเกษม อุทยานิน (รัฐศาสตร์ 60 ปี) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับมูลนิธิฟิดรีช เนามัน จัดสัมมนาทางวิชาการหัวข้อ “หาเสียงผ่านสื่อโซเชียลอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย และเรียนรู้ประสบการณ์ที่ได้ผลจากเยอรมนี” ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก ผอ.สำนักกฎหมายและคดี สำนักงาน กกต. กล่าวว่า สื่ออิเล็กทรอนิกส์มีผลทั่วโลกรวมถึงการเลือกตั้งในสหรัฐ ปัจจุบันสังคมตื่นตัว จึงมีการบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่า พรรคการเมืองสามารถหาเสียงผ่านอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งก็เป็นช่องทางหนึ่งในการหาเสียง อย่าไปกังวลมาก เว้นแต่การหาเสียงในลักษณะอื่นที่เป็นความผิด เช่น ใส่ร้าย ข่มขู่ หลอกลวง โดยการสัญญาว่าจะให้ หรือมีการแสดงมหรสพ ล่อคนมา ซึ่งหากทำในโซเชียลมีเดียก็ผิด

“ระเบียบปกติสามาถตั้งเวทีปราศรัย ติดป้ายโฆษณาได้ ส่วนการหาเสียงทางทีวี วิทยุกระจายเสียงห้ามทำ เพราะรัฐจะจัดให้ ส่วนกรณีโซเชียลมีเดีย ถ้าทำโดยมีการใส่ร้าย อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับหมิ่นประมาท สิ่งที่เป็นปัญหาคือ การหาคนทำผิดมาลงโทษ ซึ่งสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นเหมือนระบบจักรวาล ไทยคือจุดเล็กนิดเดียว คุมจักรวาลไม่ได้”

ร.ต.อ.ชนินทร์กล่าวต่อว่า การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์แบ่งพื้นที่เป็น 3 โซน ได้แก่ 1.โซนสีขาว คือช่องทางที่พรรคจะหาเสียงผ่านช่องทางนี้โดยต้องแจ้ง กกต. 2.โซนสีเทา คือ กองเชียร์ และกองแช่ง ซึ่งควบคุมลำบาก แต่ถ้ามีการทำผิด สามารถแจ้งความได้ 3.โซนสีดำ ซึ่งไร้การควบคุม ยิ่งหากตัวต้นทางอยู่ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ทางเฟซบุ๊กได้ขอเข้าพบ กกต. และจะมีการพูดคุยอีกหลายครั้ง โดยมีแนวโน้มให้ความร่วมมือ แต่ยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ว่าบางอย่างในประเทศทั่วโลกไม่ผิด ไม่ใช่ความผิดในสากล รวมถึงคำหยาบ หรือข้อความที่ถูกมองว่ารุนแรง แต่ในสากลไม่เห็นว่ารุนแรง เป็นต้น สำหรับสิ่งที่มีความผิดชัดเจน เฟซบุ๊กรับจะดำเนินการให้

“ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า เราสามารถติดตามควบคุม จับคนทำผิดได้ระดับหนึ่ง คงสั่งปิดทั่วโลกไม่ได้ แต่ก็ต้องให้ความรู้ประชาชนว่าสามารถฟังข้อมูลได้ในพื้นที่สีขาว ซึ่งพรรคต้องมาจดแจ้งก่อน ต้องประกาศว่าเป็นช่องทางที่เป็นทางการ ส่วนสีเทา อาจมีการใส่ร้าย อวตาร ไม่ใช่ของจริง กรณีพื้นที่สีเทาและสีดำ เวลามีการนำความเท็จ ผู้เสียหายต้องแจ้งความ พ.ร.บ.คอมพ์และหมิ่นประมาท ตำรวจ กกต. ไอซีที จะดำเนินการ ซึ่งต้องพิจารณาดีๆ ว่า ความผิดอาญาก็ผิดไป แต่ถ้าส่งผลต่อการเลือกตั้งด้วยก็ต้องไต่สวน ออกหมายจับ รับโทษ ส่วนกองแช่ง ถ้าเข้ามาใช้ช่องทางสีขาว ถือเป็นความผิดของใครนั้น ก็เหมือนการติดป้าย ถ้าพรรคติด แล้วมีคนรักมาก ทำป้ายติดให้เองอีก ผู้สมัครต้องห้ามปราม และแจ้งความเพื่อแสดงเจตจำนงว่าที่แถมมาเป็นผู้หวังดี ซึ่งตำรวจจะดำเนินคดีต่อไป”

Advertisement

สำหรับกรณีที่มีคำสั่ง 13/2561 ตาม ม.44 ซึ่งระบุว่า ก่อนหน้า พ.ร.ป.พรรคการเมืองมีผลบังคับใช้นั้น ยังไม่สามารถหาเสียงได้ ถามว่า ระหว่างนี้พรรคการเมืองดำเนินการใดได้บ้างในการสื่อสารกับประชาชนนั้น ร.ต.อ.ชนินทร์กล่าวว่า ขณะนี้ไม่อยู่ในภาวะปกติ เป็นช่วงรอยต่อ ซึ่งจริงๆ ก็ทำได้ทุกอย่าง เพียงแต่ต้องได้รับอนุญาตจาก กกต. สำหรับการหาเสียงยังทำไม่ได้ เพราะจะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อพรรคการเมืองขนาดเล็กและพรรคที่ยังไม่พร้อม

“การลงพื้นที่หาเสียงตอนนี้ยังทำไม่ได้ ส่วนจะผ่อนคลายเมื่อไหร่ ตอบยาก เมื่อ คสช.บอกว่าความมั่นคง ความสงบยังไม่เรียบร้อย เราก็ยังทำอะไรไม่ได้ ส่วนประเด็นการเดินคารวะแผ่นดินที่ กกต.ไม่ตีความเป็นการหาเสียงนั้น เพราะการหาเสียงต้องทำโดยผู้สมัคร ตอนนี้ยังไม่มีผู้สมัคร แต่ผลที่ทำเอาไว้จะตีกลับเองถ้าบุคคลนั้นๆ เป็นผู้สมัคร ขอให้ใจเย็นๆ”

ส่วนกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งตามคำสั่ง 16/2561 จะส่งผลให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่ และมีการแบ่งเขตเสร็จแล้วจริงหรือไม่นั้น ร.ต.อ.ชนินทร์กล่าวว่า หากมองในแง่ดี เชื่อว่าประกาศนี้ออกมาเพื่อแก้ปัญหาบางเขตที่ไม่ลงตัว คงไม่ใช่การล้างไพ่ใหม่ ส่วนคำถามที่ว่าเสร็จหรือยัง ตนตอบไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าต้องมีการหาแนวทางที่ดีที่สุด เพราะถ้าออกมาไม่ดี จะส่งผลกระทบ

ร.ต.อ.ชนินทร์ยังระบุว่า กกต.มีความพร้อมในการจัดเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562