“มาร์ค” ชี้ปัญหา “วิทยา-ถาวร” จบด้วยดีมีสิทธิลงเลือกตั้งต่อ ขู่ ต่อไปนี้สมาชิกคนใดร่วมกิจกรรมพรรคอื่น ไม่ส่งลงเลือกตั้ง-สิ้นสมาชิกภาพ ย้ำ รปช.ไม่ใช่พรรคสาขา-ไม่มีฮั้วกัน
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. แถลงถึงกรณีที่นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา เปิดบ้านให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ปราศรัยและสมัครสมาชิก รวมถึงเรื่องที่นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ร่วมเดินหาสมาชิกพรรค ว่า ตั้งแต่ทราบเรื่องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะการเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ลักษณะนั้น อาจก่อให้เกิดความสับสนในหมู่สมาชิก และคนอาจสงสัยว่าเหตุใดทั้งสองท่านจึงไปอยู่ในกิจกรรมของพรรคการเมืองอื่น โดยพื้นฐานการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ก็ต้องสนับสนุนทุ่มเทให้กับพรรคนั้น การไปอยู่ในกิจกรรมพรรคการเมืองอื่นๆ ย่อมกระทบต่อพรรค ปชป. จึงได้ให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ตรวจสอบเรื่องนี้ โดยนายนิพิฏฐ์ได้รายงานว่าทั้ง 2 กรณี เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม วันนี้ได้พบกับนายถาวร และได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายวิทยาแล้ว และได้อธิบายชี้แจงแนวทางว่า พรรค ปชป.มีจุดยืนชัดเจน ไม่มีแนวคิดไปฮั้วพรรคการเมืองใด ดังนั้น การกระทำใดที่จะทำให้สับสน ไขว้เขว ก็ไม่ควรกระทำ ซึ่งทั้งสองท่านก็ยอมรับจุดยืนของพรรค แต่การกระทำที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้ระมัดระวังเท่าที่ควร ทั้งนี้ นายถาวรไม่ได้กล่าวขอโทษตน เพราะไม่ได้ทำให้ตนเสียหาย แต่ทำให้พรรคเสียหาย จึงถือว่าเป็นเรื่องของส่วนรวม
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ต่อไปนี้สมควรให้ทุกคนระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก ดังนั้น ทาง กก.บห.จึงมีมติว่าหากมีสมาชิกพรรคไปทำกิจกรรมใดๆ ร่วมพรรคอื่น ก่อให้เกิดผลกระทบกับการแข่งขันทางการเมืองต่อพรรค ปชป. จะมีการดำเนินการลงโทษตามข้อบังคับพรรค คือ ไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง และถ้ากรณีร้ายแรงก็ให้สิ้นสมาชิกภาพ ดังนั้น ถือว่ากรณีของนายถาวรและนายวิทยาได้จบลงแล้ว ต่อไปสมาชิกจะต้องปฏิบัติตามมติ กก.บห.อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ทั้งสองท่านก็ยังคงมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งได้ เพราะได้คุยกันและเรื่องนี้ยุติแล้ว แต่หากมีการทำอีกครั้งก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายคนมองว่าพรรค รปช.เป็นสาขาของพรรคปชป. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรค ปชป.ไม่มีสาขา และปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลกระทบของการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรค เนื่องจากก่อนที่จะประกาศผลหยั่งเสียง ผู้สมัครทั้ง 3 ฝ่ายรับทราบอยู่แล้วว่า ปัญหาข้อสงสัยเรื่องคัดคะแนนออกจำนวนมาก เนื่องจากตรวจพบว่าเลขบัตรประชาชนเลขเดียว แต่ลงคะแนนหยั่งเสียงหลายครั้ง รวมทั้งการใช้แอพพลิเคชั่นหยั่งเสียงที่ต้องถ่ายรูปหน้าลงคะแนน กลับมีแต่ภาพห้องครัว มะนาว สุนัข แมว และอื่นๆ ทาง กกต.พรรคจึงต้องคัดออกเพราะไม่ตรงกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้
เมื่อถามต่อว่า เกรงว่าจะมีระเบิดเวลาที่ยังอยู่ในพรรคอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีก็แก้ไขได้ ตนไม่กล้าพูดว่าจะไม่มีเรื่องนี้ แต่แม้ว่าตนจะตัดสินใจเรื่องนี้เป็นอย่างอื่น ก็ใช่ว่าเรื่องระเบิดเวลามันจะไม่มีอยู่ แต่จากการที่ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก และกลุ่มที่สนับสนุน 4-5 คน ต่างยืนยันจะว่าอยู่กับพรรค และสนับสนุนการทำงานของพรรค ผมมั่นใจว่าพาพรรคจะขับเคลื่อนไปได้

