09.00 INDEX​​​ “พลังประชารัฐ”ในฐานะ”เรือธง”​​​การต่อยอด อำนาจ ของ”คสช.”

23.11.18 | 08:38 น.

การขยับขับเคลื่อน 2 ระลอกจากพรรคพลังประชารัฐมีผลสะเทือน ทางการเมืองเป็นอย่างสูง

​ระลอก 1 คือ การปรากฏตัวของ “4 ยอดกุมาร”

​ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ นายสนธิ รัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล

ระลอก 1 คือ การปรากฏตัวของ “2 ผู้อาวุโส”

ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้แก่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

​ไม่เพียงผลสะเทือนต่อ “พรรคเก่า”

​ตรงกันข้าม ยังมีผลสะเทือนต่อเครือข่าย”พรรคคสช.”ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นพรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคท้องถิ่นไท

Advertisement

​หากแม้กระทั่งพรรคประชาชนปฏิรูปก็ต้องวูบไหว

อย่าลืมเป็นอันขาดว่าพรรคประชาชนปฏิรูปของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประกาศตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 ว่าพร้อมสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของคสช.

​เท่ากับเป็นการขี่กระแส 16 ล้านเสียงที่ให้การสนับสนุนประชามติ”รัฐธรรมนูญ”

​อ้าขาผวาปีกก่อนการเกิดขึ้นของ”พลังประชารัฐ”

​เช่นเดียวกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศด้วยความมั่นใจเป็นอย่างสูงต่อการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่ายางราคา 50 บาท หรือ 3 โลร้อยว่า

​นี่คือ “รัฐบาลของพวกเรา”

​กระทั่งประกาศบารมีทางการเมืองผ่าน”พรรครวมพลังประชาชาติไทย”ก็มั่นออกมั่นใจในการ”เดินคารวะแผ่นดิน”เพื่อคสช.และเพื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

​แต่พลันที่”พลังประชารัฐ”ปรากฏขึ้นแสงแห่งสปอตไลต์ก็ฉายจับ

​พรรคอื่นก็ต้องถอยฉาก หลบมุม

เป็นอันแจ่มชัดว่าพรรคพลังประชารัฐคือ เรือธง หรือ หัวรถจักรสำคัญในการสืบทอดอำนาจคสช.

​อนาคต”คสช.”จึงอยู่ที่”พลังประชารัฐ”อย่างเป็นด้านหลัก

​การเทงบประมาณนับแสนล้านบาทเพื่อแจกให้คนจน ผู้สูงอายุ เป็นไปตามแนว”ไทยนิยม ยั่งยืน” อันเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย”ประชารัฐ”

นี่ย่อมเป็นจิตหนึ่งใจเดียว”คสช.+พลังประชารัฐ”