หน้าแรก การเมือง เพื่อไทย ตั้ง...

เพื่อไทย ตั้งโต๊ะแถลง คำสั่งคสช.-แบ่งเขตเลือกตั้ง มีนัยยะแอบแฝง จี้ กกต.ต้องเป็นกลาง

23.11.18 | 12:30 น.

“เพื่อไทย” แถลง จี้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกม. อัด แบ่งเขตเละเทะ แนะ หากใช้รูปแบบอื่นควรเอาลงไปถามความเห็นปชช.ก่อน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคพท. นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงรายและคณะทำตามติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคพท. นานวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีตส.ส.กทม. และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตนครราชสีมา พรรคพท. ร่วมแถลงกรณีคสช.ออกคำสั่งที่ 16/2561 และการแบ่งเขตของกกต.

โดยนายสามารถ อ่านแถลงการณ์ของพรรคพท. ว่า ตามที่ หัวหน้า คสช. ได้ออกคำสั่งที่ 16/2561 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เปิดให้มีการยื่นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งต่อ กกต. และ คสช. และรัฐบาลได้ โดยให้อำนาจ กกต. ที่จะเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้โดยกรณีจำเป็น ก็ไม่จำต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือมติใดๆ ของ กกต. ที่ออกไว้ได้ โดยถือว่าการกระทำดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด พร้อมทั้งขยายเวลา ในการแบ่งเขตของ กกต. ไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2561 พรรคพท.เห็นว่าการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าวมีนัยทางการเมืองและไม่ชอบด้วยหลักการทางกฎหมายหลายประการ ดังนี้ 1.เมื่อ กกต. เป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการแบ่งเขตเลือกตั้ง และหลักเกณฑ์วิธีการในการแบ่งเขต กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 27 ก็ได้กำหนดไว้ชัดเจน ซึ่ง กกต. เอง ก็ได้ออกระเบียบว่าด้วยการแบ่งเขต และมีการดำเนินการตามระเบียบดังกล่าว ด้วยการกำหนดรูปแบบการแบ่งเขต 3 รูปแบบของแต่ละจังหวัด และให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นจนเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว และทุกจังหวัดก็ได้ส่งข้อมูลดังกล่าวให้ กกต. จนกระทั่ง กกต. เตรียมที่จะประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว แต่จู่ๆ คสช. ได้ออกคำสั่งดังกล่าว โดยที่มิได้มีการร้องขอจากฝ่ายใดและไม่มีเหตุผลความจำเป็นใดที่ต้องใช้มาตรา 44 ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าการออกคำสั่งนี้มีนัยทางการเมืองแอบแฝง และถือเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.

นายสามารถ กล่าวอีกว่า 2.การแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 รูปแบบ ที่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เป็นการดำเนินการตามหลักเกณฑ์วิธีการตามที่มาตรา 27 ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดไว้ โดยกำหนดให้รวมอำเภอต่างๆ เป็นเขตเลือกตั้ง และให้พิจารณาการเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกันมาก่อนเป็นสำคัญด้วย เว้นแต่การรวมอำเภอในลักษณะดังกล่าวจะทำให้จำนวนราษฎรมากหรือน้อยไปก็ให้แยกตำบลของอำเภอออกไปเพื่อให้จำนวนราษฎรพอเพียงสำหรับการเป็นเขตเลือกตั้งเท่านั้น แต่การออกคำสั่งให้ กกต. เปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้โดยไม่ต้องทำตามกฎหมาย และระเบียบที่ตนออกไปก็ได้นั้น เป็นการส่งสัญญานให้ กกต. ทำผิดกฎหมายได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย ระเบียบ และความคิดเห็นของประชาชนจำนวนนับหมื่นของแต่ละจังหวัดที่เสนอความเห็นต่อการแบ่งเขตเลือกตั้ง และยังไปรับรองว่าการกระทำดังกล่าวของ กกต. ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ 3.เนื่องจากมีหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคการเมืองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลถึงสี่คน และรัฐบาลกับ คสช. ก็อยู่องคาพยพเดียวกัน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งได้กล่าวยอมรับว่ารัฐบาลและ คสช. เป็นพวกเดียวกัน ดังนั้นการออกคำสั่งนี้อาจถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์สำหรับผู้สมัครของพรรคการเมืองในซีกรัฐบาลเพื่อชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งได้

นายสามารถ กล่าวต่อว่า 4.กกต. เป็นองค์กรอิสระต้องมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความกล้าหาญ ต้องยึดกฎหมายและความเป็นธรรมเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ควรโอนอ่อนผ่อนตามไปตามความเห็นของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและระเบียบที่ตัวเองกำหนดขึ้น และโดยไม่ฟังเสียงของประชาชนในเขตพื้นที่ การแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นต้นธารของการเลือกตั้ง หากการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ตั้งแต่ต้นเสียแล้ว ย่อมส่งผลทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ พรรคพท.จึงขอเรียกร้องและให้กำลังใจต่อ กกต. โดยขอให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ยึดกฎหมายเป็นหลัก แม้จะได้อำนาจมาให้กระทำการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายได้ ก็ไม่ควรที่จะกระทำ รูปแบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลง โดยไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ โดยไม่ฟังเสียงประชาชนนั้นไม่ควรที่จะเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด

Advertisement

ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างจังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ มี 14 เขตเลือกตั้ง ได้รับผลกระทบจากการแบ่งเขตเลือกตั้งหลายเขต ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้ร้องเรียนกับกกต.จังหวัดแล้วกว่า 10 เขต เช่น อำเภอพิมายซึ่งเป็นเขตใหญ่และไม่ควรถูกแบ่งออกจากกันแต่กลับเอาอำเภอพิมายมาแบ่งออกเป็นสามเขตเลือกตั้งแล้วเอาไปรวมกับอำเภอต่างๆ เช่น อำเภอโนนสูง อำเภอชมพู และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นต้น และอำเภอสีคิ้วซึ่งเป็นอำเภอใหญ่ก็ถูกแบ่งออกเป็นสามเขตเลือกตั้งด้วยเช่นกันโดยเฉพาะการแบ่งไปรวมกับอำเภอเมืองที่ไม่เคยอยู่เขตเลือกตั้งเดียวกันมาก่อนก็ถูกจับเอามารวมกัน ทั้งที่การคมนาคมต้นทางถึงปลายทางห่างกันร่วม 100 กิโลเมตร

ขณะที่นายวิชาญ กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่กทม.เราได้ทำหนังสือโต้แย้งกับทางกกต.ไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เราขอยกตัวอย่างเช่นเขตสายไหม แขวงคลองถนนถูกแบ่งเอาไปรวมกับเขตบางเขน ส่วนเขตบางเขน ถูกบวกกับเขตหลักสี่ ส่วนเขตมีนบุรีเอาไปรวมกับเขตคันนายาว เท่ากับว่าเขตบางเขน สายไหม และมีนบุรี โดนแบ่งไปหมด นี่ถ้าแบ่งไปรวมกับฉะเชิงเทรา หรือสมุทรปราการได้เขาคงทำไปแล้ว

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้เขตเลือกตั้ง ลดลง 25 เขต เหลือ 350 เขต บัญชีรายชื่อ 150 คน ทั้งนี้เราขอเสนอว่าจังหวัดใดที่ ส.ส.เท่าเดิม ไมควรเปลี่ยนเขตเลือกตั้ง ยกเว้นกรณีที่ส.ส.ลดลง แต่การแบ่งเขตก็ต้องดูตามมาตรา 27 แต่การแบ่งอำเภอเป็นหลายเขตไม่มีเหตุผล จะมีเพียงเหตุผลเดียวคือ เอื้อประโยชน์ในทางการเมือง ตั้งแต่จะเริ่มการเลือกตั้งก็มีการเอาเรื่องการแบ่งเขตมาต่อรองทางการเมือง ประมาณว่าใครอยู่กับเราก็แตะ แบ่งเขตให้ตามเดิม ใครดื้อแพ่งก็แบ่งเขตให้เสียประโยชน์มากที่สุด พรรคพท.ติดตามการแบ่งเขตมาอย่างต่อเนื่อง ฟังธงได้ว่าการแบ่งเขตถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองของผู้มีอำนาจ

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า หากกกต. จะมีการใช้เขตเลือกตั้งนอกเหนือจาก 3 รูปแบบเดิม ถามว่าคุณได้บอกประชาชนหรือยัง ได้สอบถามความเห็นประชาชนหรือไม่ ดังนั้นหากมีการใช้นอกเหนือจาก 3 รูปแบบ ควรบอกประชาชนและเปิดโอกาสให้เขาแสดงความคิดเห็น ควรเล่นบบแฟร์เพล

เมื่อถามว่า หากใน 1 อำเภอ ถูกแบ่งออกเป็นหลายเขต แล้วใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ซึ่งเลขผู้สมัครไม่เหมือนกัน จะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนหรือไม่ นายชูศักด์ กล่าวว่า สับสนอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าแบ่งเขตแบบนี้ดีที่สุด หากกกต. ทำแบบนั้นจริง ประชาชนก็คงต้องจำหมายเลขผู้สมัครให้ได้ ทั้งนี้ ภายหลังจากการแถลงพรรคพท.จะยื่นหนังสือพร้อมเอกสารทั้งหมดที่ได้แถลงในวันนี้แก่กกต.