เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่สนามข้างโรงแรมวังใต้ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี บริเวณเต็นท์โดมจุดรับสมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในพื้นที่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานการรณรงค์หาสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย พร้อม ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการพรรค ได้ขึ้นเวทีปราศรัยพบปะกับประชาชนกว่า 2,000 คน ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง
ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า ดีใจนายสุเทพชวนมาช่วยกันทำงานในชีวิตรับราชการอยู่กระทรวงการคลังแก้ปัญหามามากมาย วันนี้มาเชิญชวนประชาชนมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค จะทำการเมืองเรื่องปากท้องของประชาชน
นายสุเทพกล่าวว่า ขอให้พี่น้องประชาชนจำไว้พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคนี้จะเป็นหลักของประเทศไทยในวันข้างหน้า จะเป็นพรรคเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เป้าหมายของตนอายุ 70 ปีแล้วสิ่งที่ทุ่มเททำคราวนี้ไม่ได้เพื่อตนเองไม่ต้องการชื่อเสียงไม่ต้องการมีตำแหน่งในพรรค พรรคนี้เป็นของประชาชนทั้งสิ้น และอีกไม่มีกี่วันจะเปิดรับสมัครผู้สมัครเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ขอให้มั่นใจพรรคนี้เป็นรัฐบาลแน่นอน ตนจะไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลทั้งสิ้น จะทำหน้าที่เป็นเจ้าของพรรคคนหนึ่งเหมือนพี่น้องประชาชน
“ผมเป็นนักการเมืองอาชีพมาเกือบ 40 ปี ขอบอกว่า ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 เป็นต้นมา ไม่เคยมีพรรคการเมืองของประชาชนเลย มีแต่พรรคการเมืองนายทุนที่นักการเมืองเข้ามาสังกัดต้องยอมเป็นลูกน้องแล้วแต่จะทำตามคำสั่ง จึงเห็นนักการเมืองเหล่านั้นกล้าทำในสิ่งขัดแย้งกับความรู้สึกประชาชน เช่น เมื่อทักษิณต้องการให้ตัวเองพ้นจากความผิดทุจริตจนเกิดการลุอำนาจแก้กฎหมายลบล้างความผิดตัวเองและสมุนออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมสุดซอยที่ประชาชนรับไม่ได้ จึงต้องมีการปฏิรูปการเมือง” นายสุเทพกล่าว
นายสุเทพกล่าวตอนหนึ่งว่า ยางพาราคาตกมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มาถึงสมัยนี้ 8-9 ปีแล้วเจอชาวสวนยางที่ ปัตตานีเจ็บปวดที่รายได้ไม่พอเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียมาบอกช่วยทำอย่างไรให้ได้ราคาแพง เพราะอยู่ไม่ได้แต่ตนไม่ได้เป็นรัฐบาล ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ซึ่งสมัยก่อนเคยทำให้ชาวสวนยางได้ราคาแพงที่สุดในโลก 160-180 บาท เคยบอกวิธีแต่ข้าราชการและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบไม่เอาด้วย อ้างตกเพราะเศรษฐกิจโลกและปลูกมากเกินไปล้นตลาด ซึ่งตนรู้สึกเจ็บ ปวดถ้ารัฐมนตรีบอกแบบนี้เราจะมีรัฐบาล รัฐมนตรีไว้ทำอะไร ต้องมีไว้ทำเพื่อประชาชนไม่ใช่แก้ตัว เราก็ต้องทนต่อไป
นายสุเทพกล่าวอีกว่า มีพรรคอื่นโจมตียางราคาตก เพราะสุเทพไปเดินขบวน ลองไตร่ตรองดูเป็นธรรมกับตนไหม การเมืองยังน้ำเน่าที่ยังสร้างวาทกรรมด่าคนอื่น นักการเมืองที่ดีต้องสร้างสรรค์ไปข้างหน้า นำความคิดดีๆ ไปเสนอกับประชาชน ต้องเป็นการเมืองที่พัฒนา คนที่ด่าตนทำไม่ได้และทำไม่เป็น
“ ในภาคใต้สมัยก่อนใครลงพรรคประชาธิปัตย์ไปตัดชุดรอได้เลย คนที่แพ้ยังบอกว่าขนาดเอาเสาโทรเลขลงก็สู้ไม่ได้ยังแพ้ ในที่สุดก็มีผู้แทนประเภทเสาไฟฟ้าจริงๆ เพราะพูดอะไรไม่เป็นเป็นพวกดาวฤกษ์ไม่ใช่ดาวเคราะห์พอถึงเวลาสมัครหัวหน้าพรรค เลขาฯพรรคเอาลง ต่อไปนี้ไม่ได้แล้วหัวหน้าพรรคกำหนดไม่ได้ว่าจะเอาใครลง ส.ส.คนที่จะลงได้คือประชาชนเจ้าของพรรคเป็นคนเลือก พรรค รปช.นี้ประชาชนเป็นใหญ่ไม่ใช่เอาน้องสาว เอาน้องเขย เอาหลานมาลง ” นายสุเทพกล่าว
นายสุเทพกล่าว และว่า เราจะไม่ทิ้งประชาชนที่ต่อสู้กันยืนยันจะไม่พาพี่น้องไปในทางที่ผิด จะพาไปในทางที่แสงสว่างจะได้สร้างสิ่งที่ดีๆ ในทางการเมืองไว้ให้ลูกหลาน รปช.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ จะตั้งตลอดไปมีสาขาพรรครับฟังปัญหาประชาชน จะยืนเคียงข้างประชาชน ก่อนนอนตนไหว้พระขอพรขออยู่อีกสัก 10 ปี จะได้ช่วยประชาชนอีก 2-3 สมัย ทำในสิ่งที่ดีๆ จะนำ
จากนั้น บนเวทีได้แนะนำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมพลังประชาชาติไทย ใน จ.สุราษฎร์ธานี นายปรีติ เชาวลิต สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) สุราษฎร์ธานี เขต อ.ชัยบุรี ลงเขต 5 นายภูมิ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) สุราษฎร์ธานี เขต อ.ท่าชนะ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลายชาย ลงเขต 6 และ น.ส.ยอดขวัญ ชุมวาระ นักธุรกิจ ลงเขต 2 ซึ่งนายสุเทพกล่าวว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทย จะส่งคนรุ่นใหม่ลงสมัคร 350 เขต เชื่อว่าจะได้คะแนนเสียงหลายล้านคะแนน จะพิสูจน์ว่าคนหนุ่มสาวพวกนี้จะเหนือกว่าเสาโทรเลข เสาโทรศัพท์

