ไม่ว่าการตบเท้าเข้าไปของนักการเมืองตระกูล “อัศวเหม” ไม่ว่าการ ตบเท้าเข้าไปของกลุ่มนักการเมืองภายใต้การนำของ “ตันเจริญ”
ก่อความคึกคักให้กับ “พลังประชารัฐ” เป็นอย่างสูง
เมื่อประสานเข้ากับพลังจากตระกูล “รัตนเศรษฐ์” แห่งนครราชสีมา เมื่อประสานเข้ากับพลังจากตระกูล “เทพสุทิน”แห่งสุโขทัย
ผนวกตัวกับพลังจากตระกูล“คุณปลื้ม”แห่งชลบุรี
ความมั่นใจของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ จากที่ประชุมในโรงแรมแชงกรี-ลา ที่ว่า “พรรคพลังประชารัฐจะกวาด 350 ส.ส.” จึงใกล้เคียงเป็นอย่างมาก
นี่คือรากฐานเดียวกันกับที่ “สามัคคีธรรม” เคยมีเมื่อปี 2535
ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 มากเท่าใด กระบวน การขับเคลื่อนของ “คสช.” ยิ่งเข้าไปอยู่ในร่องรอยเดียวกันกับกระบวนของ “รสช.”มากเพียงนั้น
ถามว่าใครมีบทบาทเป็นอย่างสูงในการร่างรัฐธรรมนูญให้กับ “รสช.”เมื่อปี 2534
คำตอบ คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์
ถามว่าใครมีบทบาทเป็นอย่างสูงในการร่างรัฐธรรมนูญให้กับ”คสช.”จากปี 2558 ถึงปี 2560
คำตอบ คือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์
ที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สรุปอย่างรวบรัดว่า “รัฐธรรมนูญนี้ DESIGN มาเพื่อเรา” จึงถูกต้อง ตรงเป้า เข้าประเด็น
ชัยชนะของพรรคสามัคคีธรรม ชัยชนะของ”รสช.”เมื่อปี 2535 ก็มีรากฐานมาจาก “รัฐธรรมนูญ” การก่อรูปของพรรคพลังประชารัฐในปี 2561 ก็มีรากฐานมาจาก“รัฐธรรมนูญ”
องค์ประกอบของ”พรรคพลังประชารัฐ”ก็แทบไม่แตกต่างไปจากองค์ประกอบของ “พรรคสามัคคีธรรม”
นี่คือจุดเริ่มต้นที่มีลักษณะ”ร่วม”อันน่าตื่นตา ตื่นใจ
ไม่ว่าคนในตระกูล“คุณปลื้ม” ไม่ว่าคนในตระกูล “อัศวเหม” ไม่ว่าคนในตระกูล “ตันเจริญ”ล้วนไหลเข้าไปร่วมด้วยความมั่นใจ
เป็นความมั่นใจว่า “พลังประชารัฐกวาด 350 ส.ส.” เป็นความมั่นใจใน “ชัยชนะ”
ไม่ว่าเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ หรือพฤษภาคม 2562

