คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ให้ปฏิบัติได้ 6 ข้อ และ 8 ข้อห้าม ล่าสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้โพสต์ข้อความ ระบุถึง 10 ข้อที่ทำได้ และ 10 ข้อที่ทำไม่ได้ มีรายละเอียดปรากฏเป็นข่าวในสื่อทั่วไป
การแถลงของ กกต.คงเป็นผลจากการที่สังคมได้วิจารณ์ข้อกำหนดต่างๆ ของ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 โดยเฉพาะมาตรา 7 และมาตรา 61 ว่า แม้จะวางหลักให้เสนอและเผยแพร่ข้อคิดเห็นได้อย่างสุจริต แต่มีข้อแม้ต่างๆ เปิดโอกาสให้ กกต.ซึ่งรักษาการตามกฎหมายนี้ เป็นผู้ตีความว่าการกระทำใดเป็นความผิด การกระทำใดเป็นการก่อกวน ทำให้การลงประชามติไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีโทษรุนแรงทั้งจำคุก ปรับ และอาจถูกตัดสิทธิทางการเมือง ดังที่มีการประเดิมโดย กกต.เข้าแจ้งความดำเนินคดีนางจีรพันธุ์ ตันมณี ในมาตรา 61 เป็นรายแรกไปแล้ว
การสรุปของ กกต.ทั้งสองครั้ง จะช่วยลดความสับสน ทำให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนมากขึ้นหรือไม่ยังสงสัย เพราะส่วนมากนำเนื้อหามาจากมาตรา 61 มาเสนอซ้ำนั่นเอง การแสดงข้อคิดเห็นต่างๆ ต่อไปนี้ จึงต้องระมัดระวัง และวัดใจ กกต.เป็นเรื่องๆ ว่า จะเข้าข่ายเป็นความผิดหรือไม่ ที่น่าห่วงอีกประการหนึ่ง ดังที่นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต.แสดงความห่วงใย คือการเปิดให้ประชาชนทั่วไปแจ้งความต่อตำรวจได้โดยไม่ต้องผ่าน กกต.จะยิ่งเป็นการยุให้คนตีกัน เป็นอีกปัญหาที่ผู้เกี่ยวข้องน่าจะมีการพิจารณา

