ในช่วง สุเทพ เทือกสุบรรณ ได้รับการตกแต่งเป็น “ลุงกำนัน” เคลื่อนไหวล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และพรรคประชาธิปัตย์ชักแถวออกมาร่วมเป่านกหวีดกันสนั่นหวั่นไหวทั้งเมือง
ท่ามกลางความโกลาหลเกิดขึ้นทั่วกรุง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี ตัดสินใจ “ยุบสภา” คืนอำนาจให้ประชาชน
นำการเมืองกลับสู่การเลือกตั้ง
ทว่าไม่ใช่เพียง “เทพเทือก” เท่านั้นที่นำมวลชนต่อต้านการเลือกตั้งถึงขนาดปิดล้อมคูหาลงคะแนนไม่ให้ประชาชนที่รักในสิทธิของตัวเองเข้าไปกาบัตร
“พรรคประชาธิปัตย์” ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ช่วงนั้นเต็มไปด้วยภาพปากคาบนกหวีดพากันกระหยิ่มยิ้มย่องกันทั่วหน้า ร่วมกันประชุมพรรคลงมติ “ไม่ส่งผู้สมัคร”
อันหมายถึง “บอยคอตการเลือกตั้ง” ไม่เอาด้วยกับการคืนอำนาจให้ประชาชน
ที่หนักหนาสาหัสกว่านั้นคือบทบาทของ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” ภายใต้การแสดงของ กกต.คนหนึ่งที่ชื่อ สมชัย ศรีสุทธิยากร
ท่าทีของ “กกต.สมชัย” ช่วงนั้น ก่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ให้ขรมว่า “ไม่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย” คือ “มุ่งมั่นจัดการเลือกตั้ง” กลับแสดงท่าทีเห็นดีเห็นงามกับการต่อต้านการเลือกตั้ง วางท่าเป็นตัวกลางนำพรรคที่เชื่อมั่นในการตัดสินใจของประชาชน กับพรรคที่ไม่เชื่อว่าประชาชนจะตัดสินใจได้ถูกต้องมาพูดคุยกัน ซึ่งไม่ใช่งานในหน้าที่
เมื่อ “พรรคการเมือง” ที่เป็นหลักของประเทศไม่เอาด้วยกับการเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้งวางท่าไม่เต็มอกเต็มใจที่จะจัดการเลือกตั้ง โดยมีม็อบที่ “บูชาเทพเทือกเป็นจิตวิญญาณ” พากันขัดขวางการเข้าคูหากาบัตร เพื่อรักษาสิทธิในการตัดสินใจของประชาชน
ที่สุดทหารก็ถือโอกาสทำรัฐประหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ด้วยข้ออ้างว่าต้องนำความสงบเรียบร้อยกลับคืนมาให้ประเทศ
และครองอำนาจยืดเยื้อมาจนจะครบ 5 ปีในอีกไม่กี่วันนี้ พร้อมกับเป็นที่รับรู้กันถึงยุทธศาสตร์ที่จะสืบทอดอำนาจต่อไป
ช่วงต่อต้านการเลือกตั้งนั้น แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนักหน่วงในบทบาทคณะกรรมการการเลือกตั้งของ สมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าไม่เป็นกลาง
แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังเชื่อว่า “สมชัย” มีเจตนาบริสุทธิ์ เมื่อมองเห็นความวุ่นวายหากยังดึงดันที่จะจัดการเลือกตั้งต่อไป จึงย่อมเปลืองตัว แสดงบทที่เสี่ยงต่อการถูกมองว่าเข้าข้างฝ่ายที่ต่อต้านการเลือกตั้ง ทั้งที่ตัวเองมีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง
แม้ช่วงนั้นจะมีคนไม่น้อยที่เห็นว่า สมชัย ศรีสุทธิยากร นำ กกต.เล่นเกมตามที่ “พรรคประชาธิปัตย์” กำหนด แต่ที่สุดทุกอย่างก็ผ่านไป
ไม่มีใครสรุปชัดเจนได้ว่า สมชัย ศรีสุทธิยากร ในหมวกคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไปเล่นการเมืองแบบเลือกข้างหรือไม่
กระทั่งวันนี้ เป็นที่ชัดเจนด้วยคำประกาศของ สมชัย ศรีสุทธิยากร ซึ่งพ้นจากหน้าที่ กกต.ไปแล้วเองว่า ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนนี้
สมชัย ศรีสุทธิยากร จะลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยคน มาเป็นนักการเมืองแบบชัดๆ โดยจะสวมเสื้อ “พรรคประชาธิปัตย์”
เป็น “พรรคประชาธิปัตย์” ที่ประกาศความพร้อมที่จะส่งผู้สมัครตามกติกา
และนั่นหมายถึงคำตอบในตัวตนของ “สมชัย” ในความรู้สึกนึกคิดของคนหลายๆ คน
เวลาได้พิสูจน์ให้หมดความสงสัย

