วิกฤตยางราคาตก หนุน‘บาร์เตอร์เทรด’

หมายเหตุ… พรรคประชาชาติจัดเวทีเสวนาโครงการระดมความคิดเห็นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนยางพารา เพื่อแลกเปลี่ยนหาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตยางพาราเพื่อผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ ที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน

วันมูหะมัดนอร์ มะทา
หัวหน้าพรรคประชาชาติ

เบื้องต้นปัญหาเรื่องยางพาราต้องแก้ด้วยหลายมาตรการ ข้อแรกคือ แก้กฎหมายเก่าๆ เช่น พ.ร.บ.สงเคราะห์กองทุนสวนยาง และ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยที่เราต้องการให้คนเกิดการปลูกยางจำนวนมาก แต่ปัจจุบันปัญหาได้เปลี่ยนไปแล้ว ขณะนี้เราไม่ต้องส่งเสริมให้ปลูกยางเพิ่ม แต่จะทำอย่างไรให้พื้นที่ปลูกยางลดลง และจะทำอย่างไรไม่ให้เกษตรกรชาวสวนยางเดือดร้อน ควรมีมาตรการแทรกแซง เช่น การปลูกพืชอื่นเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ประการที่ 2 คือ ต้องมีการวิจัยพัฒนายาง โดยไม่พึ่งการส่งออกเพื่อให้จีนผลิตยางรถยนต์อย่างเดียว เพราะยางสามารถนำไปแปรรูปเป็นสินค้าอีกหลายประเภท เช่น เสาไฟฟ้า หรือรางรถไฟ หากวิจัยเติมสารเคมีน่าจะทำให้แข็งได้ หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์เล็กๆ เช่น กรอบแว่นตา เข็มขัด ก็สามารถแปรรูปได้ ซึ่งการเริ่มต้นอุตสาหกรรมอาจต้องใช้ทุนสูง รัฐบาลต้องมีอะไรจุนเจือประชาชน เราต้องพัฒนาอุตสาหกรรมให้กระจายออกไปหลายชนิด ต้องอาศัยการส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง ทดแทนการ
ส่งออกน้ำยางให้จีนเพียงอย่างเดียว

ประการที่ 3 เราจะทำ “บาร์เตอร์เทรด” เช่น การซื้อน้ำมันแลกกับยางพารา เพราะต่างประเทศเขาต้องการยางพารา ส่วนเราต้องการน้ำมัน ก็ให้แลกเปลี่ยนสินค้ากัน เช่นเดียวกับหลายประเทศก็มีการใช้วิธีการบาร์เตอร์เทรด เช่น มาเลเซียจ้างจีนทำรางรถไฟจากปาดังเบซาร์ไปยังกัวลาลัมเปอร์โดยไม่ได้จ่ายด้วยเงินสดทั้งหมด ในจำนวนนี้ 10% ผ่อนจ่ายระยะยาว อีก 50% จ่ายด้วยน้ำมันปาล์ม ฉะนั้นเกษตรกรชาวสวนปาล์มมาเลเซียจึงไม่เดือดร้อน เพราะรัฐบาลได้แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างประเทศกันได้ เช่นเดียวกับซาอุดีอาระเบียได้จ้างจีนสร้างรางรถไฟระยะทางยาวเชื่อมทั้งประเทศ จากนครเจดดาห์ ไปนครมาดินะห์ ไปกรุงริยาด รวมเป็นเงินหลายแสนล้านบาท แต่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะเอาน้ำมันไปแลกกับจีน สมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ซาอุดีอาระเบียได้รถไฟ ส่วนจีนได้น้ำมัน ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยซื้อเครื่องบิน เรือรบ รถถังจำนวนมาก ทำไมไม่แลกกับพืชผลทางการเกษตรของเกษตรกร พรรคประชาชาติมุ่งทำเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง หากรัฐบาลคิดแต่ผลประโยชน์กันก็ไม่สมควรเป็นรัฐบาล

ฝากประชาชนไทยว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไป ให้เลือกรัฐบาลที่อาสามาแก้ปัญหาในระยะยาว และมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างจริงจัง ซึ่งพรรคประชาชาติเป็นพรรคที่มีนักการเมืองจากทางภาคใต้จำนวนมาก เราอยู่กับสวนยางและมีรายได้จากสวนยางพารา จึงได้ให้ความสำคัญมากต่อเรื่องนี้ ซึ่งเราต้องคิดและต้องลงมือทำให้ได้ตามที่ประชาชนได้ให้ความไว้วางใจ

มูฮัมหมัดฟาฎิล สตอพา
เจ้าของสวนยางพารา จ.ยะลา

ราคายางตกต่ำมากเกินไป ในขณะที่มีค่าครองชีพสูง จนมีปัญหา ไม่มีเงินส่งลูกเรียน เพราะมีรายได้หลักมาจากสวนยาง ซึ่งหากราคายางพาราสูงเหมือนเมื่อก่อนก็จะสามารถเลี้ยงครอบครัว และคิดว่าราคาที่ชาวสวนยางพึงพอใจตามสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันคือไม่ต่ำกว่า 80 บาทต่อกิโลกรัม และยังได้เสนอแนะต่อพรรคประชาชาติว่าหากได้เป็นรัฐบาล ให้จัดตั้งศูนย์รับยางพาราและกระจายสินค้าออกไป ปัจจุบันมีพ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อยางส่งขายให้โรงงาน แต่เกษตรกรมักถูกเอาเปรียบด้านราคาเสมอมา ซึ่งหากมีศูนย์ในตำบลก็จะสามารถควบคุมราคายางพาราได้

น.ส.โฉมพิไล บุญผลึก
ผู้ช่วยเลขาฯสมาคมเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้

ที่ผ่านมามีการเรียกร้องในเรื่องราคายางมาโดยตลอด แต่ไม่เคยได้ตามที่ต้องการ ทางสมาคมก็เลยได้หันมาเสนอในเรื่องสวัสดิการชาวสวนยาง การรักษาพยาบาล รวมทั้งการตั้งกองทุนการออมขึ้นมา สร้างสวัสดิการชาวสวนยางให้เด่นชัด

ส่วนการแก้ปัญหาพื้นที่ยางให้ลดลงนั้น ตนเองมองว่าสำหรับคนที่เชื่อว่าไม่มีอนาคต อาจจะโค่นยางไปทำอย่างอื่น แต่อนาคตจะรับรองได้หรือไม่ว่าจะพาเราอยู่รอดได้

หาทางรอดอย่างเดียว คือ ปลูก 40 ต้นใน 1 ไร่ ก็ต้องหาอย่างอื่นเสริม จะพาเรารอดได้ในอาชีพชาวสวนยาง เช่น เลี้ยงไก่ เลี้ยงแพะ ปลูกต้นไม้ ในสวนยาง เพื่อจะช่วยให้เรารอดจากวิกฤตนี้ และอยากจะฝากนักการเมือง อย่าเอื้อทุน ต้องมาดูรากหญ้า ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้18 เอกชนชิงท่าเรือมาบตาพุดเฟส3รู้ผลก.พ.ปีหน้า
บทความถัดไปกกต.พะเยา ประกาศ! เลื่อนสมัครผู้ตรวจการเลือกตั้ง เหตุแบ่งเขตไม่แล้วเสร็จ