เขตเลือกตั้งที่ 1 เมืองย่าโม กลายเป็นศึกสายเลือดเมื่ออดีตเลขานุการ และ สจ.ในคาถาของ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประกาศท้าชิง ส.ส. มั่นใจชาวบ้านต้องการเปลี่ยนเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ที่ตลาดสดประปา เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ร.ต.อ.สุปชัย อินทรักษา อดีตรองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และอดีตเลขานุการนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากพรรคเพื่อไทย โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่รับผิดชอบ จ.นครราชสีมา ให้เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 1 ของจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าภายในตลาด
ร.ต.อ.สุปชัยกล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่พบปะกับประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาหลายชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสอบถามถึงความเป็นอยู่ของประชาชนทุกกลุ่มทุกอาชีพซึ่งส่วนใหญ่ได้รับข้อมูลว่าความเป็นอยู่ค่อนข้างจะลำบาก เศรษฐกิจไม่ดี 3 ปี ที่ผ่านมาทรุดมาก โดยเฉพาะพ่อค้า แม่ค้า ต่างก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าทำมาหากินไม่คล่อง ค้าขายไม่ดี ประชาชนไม่มีเงินในกระเป๋าขาดกำลังซื้อ และอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงและให้มีเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนที่สำคัญต้องการให้พรรคเพื่อไทยกลับมาบริหารประเทศและเร่งฟื้นเศรษฐกิจอีกครั้งเหมือน 7-8 ปีที่ผ่านมา
ซึ่งตนเองจะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปเสนอต่อฝ่ายยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อกำหนดเป็นนโยบายที่จะแก้ปัญหาของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีมีรายได้ ขยายโอกาสเพิ่มช่องทางในการประกอบอาชีพให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งตนเองในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมาก็รู้จักคุ้นเคยกับทุกกลุ่ม ทุกอาชีพเป็นอย่างดี และก็มีความพร้อมและขออาสาและขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนเข้าไปทำหน้าที่แทนเพื่อเร่งผลักดันให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กลับมารุ่งเรืองต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของ จ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ได้วางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เอาไว้คือ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ลงสมัคร แต่เมื่อพรรคชาติพัฒนาโดย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ถือว่าเขตเลือกตั้งที่ 1-2 และ 3 ของ จ.นครราชสีมา เป็นเมืองหลวงของพรรคชาติพัฒนามายาวนานซึ่งเดิมการเลือกตั้ง ส.ส.ล่าสุดปี 2554 มีนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาเป็นแชมป์เก่าเจ้าของเก้าอี้ในเขตนี้
นายสุวัจน์ได้พลิกเกมไม่ส่งทั้งนายแพทย์วรรณรัตน์ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ น้องชายลงสมัครตามที่เป็นข่าว และหันไปดึง “ผู้ว่าเบิร์ด” นายธงชัย ลืออดุลย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีผลงานโดดเด่นในการรื้อถอนร้านอาหารที่บุกรุกเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ชาวเขตเทศบาลนครนครราชสีมาใช้ในการผลิตประปาใช้อุปโภคบริโภคมายาวนานจนเป็นผลสำเร็จลงสมัครเพื่อจะรักษาเก้าอี้ ส.ส.เขตนี้ไว้ให้ได้
ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยโดย “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ประธานยุทธศาสตร์และการเลือกตั้งของพรรคและนายประเสริฐ จันทรรวงทอง แกนนำเพื่อไทยที่รับผิดชอบในการคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่นครราชสีมาทั้ง 14 เขต ก็ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ และใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่งโดยส่ง “นายกหลี” ร.ต.อ.สุปชัย (คมกฤช) อินทรักษา อดีตรองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และอดีตเลขานุการส่วนตัวของนายสุวัจน์มาชิงเก้าอี้แทน ทำให้เขตเลือกตั้งนี้กลายเป็นศึกสายเลือด และเข้มข้นขึ้นทุกวัน เพราะพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกุล ก็ส่งนายอดุลย์ อยู่ยืน สจ.นครราชสีมา เขตอำเภอเมืองนครราชสีมาที่เดิมนายอดุลย์ ก็เป็น สจ.ในสังกัดพรรคชาติพัฒนาของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เช่นเดียวกัน


