น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) หลานสาวของอดีตนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สมชาย วงศ์สวัสดิ์ จากรั้วบ้านตระกูลชินวัตร ระบุถึงเหตุผลที่เปิดตัวเป็นนักการเมืองเต็มตัวหลังจากช่วยงานการเมืองมาระยะหนึ่งแล้วว่า ดิฉันคิดว่าครั้งนี้การต่อสู้รุนแรง และชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจทหารที่กลับมายิ่งกว่ารัฐประหารปี 49 อีก การต่อสู้มันรุนแรงถึงขั้นที่ว่าใช้คดีความในการที่จะบีบคนให้ย้ายพรรค และทำทุกวิถีทาง ดังนั้น วันนี้หากเราไม่ลงมาสู้ในวันนี้เราจะกลับไปสู่ประชาธิปไตยได้อย่างไร ถ้าวันนี้ฝั่งประชาธิปไตยแพ้จะมีการสืบทอดอำนาจไปอีกนาน นอกจากนี้ ส่วนตัวดิฉันเป็นคนเชื่อมั่น และยึดมั่นในเรื่องประชาธิปไตยมากๆ และดิฉันเชื่อว่าคนจะแยกออกระหว่างสิ่งที่ทหารจะมอบให้หากมีการสืบทอดอำนาจในระยะยาว ดิฉันจึงคิดว่าถ้าวันนี้เราไม่เข้ามาเพียงเพราะวันนี้เราเป็นเป้าแล้วเราจะเป็นคนอย่างไร
ครอบครัว เอาที่ใกล้ชิดดิฉันมากที่สุดคือแม่ และสามี เขาสนับสนุนเราเรื่องเวลา ช่วยดูแลลูกให้ ทั้งนี้ วันนี้ดิฉันคิดว่าดิฉันอยากเข้ามาทำงานแบบสร้างสรรค์ เราก็ได้แต่หวังว่าผู้มีอำนาจที่สัญญากับประชาชนว่าจะมีการเลือกตั้ง จะไม่ปฏิบัติกับคนรุ่นหลังแบบ 2 มาตรฐาน เพราะหากนั่งย้อนดู ตั้งแต่รัฐประหารปี 49 ตอนนั้นดิฉันยังไม่แต่งงานเลย จนตอนนี้แต่งงาน มีลูกแล้ว เรื่องนี้ยังไม่จบ เรื่องนี้ทำตั้งแต่รุ่นพ่อ จนถึงรุ่นหลานแล้ว มันควรจะหยุดได้แล้ว ดิฉันคิดว่าสังคมตอนนี้น่าจะเป็นแรงผลักดันให้เขาหยุด เพราะไม่มีใครอยากจมอยู่กับความขัดแย้ง สังคมเรียกร้องตรงนี้มากกว่า
ส่วนอนาคตทางการเมือง ดิฉันคิดว่าอยู่ตรงไหนก็ได้ที่ดิฉันได้ทำในสิ่งที่ดิฉันเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อคนจริงๆ มีหลายอย่างที่เราอยากผลักดัน เช่น ในฐานะคนที่ทำงานด้านโซเชียลมีเดียมานาน อย่างแรกที่ดิฉันอยากผลักดันเลยคือ ทำอย่างไรให้ประเทศเรามีเสรีภาพทางความคิดจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องของ พ.ร.บ.ไซเบอร์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะเป็นการลิดรอนสิทธิของคนอย่างรุนแรง และเป็นการขังกรงให้คนในประเทศที่จะพัฒนาทางธุรกิจได้ โดยเฉพาะธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ พวกนี้จะไม่เกิดเลย และจะไหลไปประเทศเพื่อนบ้านหมดทั้งที่สามารถสร้างงานให้กับคนไทยได้

