‘ภูมิธรรม’ เผยอดีตสส.ชิ่งพรรคแค่ 28 คน อัด รบ.ใจแคบ ไม่เอื้อให้หาเสียง-พบปะปชช.

“ภูมิธรรม” เผยตัวเลขอดีตส.ส.ย้านออกจากพรรคพท. ประมาณ 28 คน ยัน ไม่หนักใจ ชี้ แม้จะเป็นคนเก่าแก่แต่หากอยู่ผิดข้างก็กลับเข้าสภายาก พร้อม อัด รบ.ใจแคบไม่อำนวยให้ฝ่ายการเมืองได้พูดคุยกับปชช.-หาเสียงเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคพท. ให้สัมภาษณ์ถึงการสรุปตัวเลขจำนวนสมาชิกพรรคพท. ว่า หากพูดถึงอดีตส.ส.ของพรรคพท. ต้องดูจากฐานของปี 54 เป็นหลัก ตัวเลขที่ดูสูงคือไปเอาไทยรักไทย (ทรท.) เอาพลังประชาชนมารวม อีกประการหนึ่งคือต้องให้ความสำคัญกับตัวเลขผู้แทนราษฎรที่เป็นส.ส.เขต เพราะขณะนี้บัตรเลือกตั้งเหลือใบเดียว การที่ใครออกไปแล้วจะมีผลอย่างไรให้ดูที่ส.ส.เขต ซึ่งที่เราดูตัวเลขอยู่ที่ 20 กว่าๆ ไม่เกิน 30 คน ประมาณตัวเลขอยู่ที่ 27-28 คน ที่ออกจากเขตไปทั่วประเทศ เหนือมีเพียงจังหวัดแพร่ 1 คน กำแพงเพชร 4 คน กลางมีลพบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และกาญจนบุรี 1 คน อีสานมีเลย เพชรบูรณ์ นครพนม และนครราชสีมา ส่วนส.ส.ปาร์ตีลิสต์อาจมีอยู่บ้างบางส่วน อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทยมีมาอย่างต่อเนื่อง รัฐธรรมนูญก็ออกแบบมาให้เบอร์ผู้สมัครแตกต่างกันออกไป ทั้งหมดจึงอยู่ที่พรรคการเมืองว่าจะทำให้ได้รับการยอมรับ หรือเป็นที่ไว้วางใจของพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ เพราะตรงนี้จะเป็นตัวแปรให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจเลือก ทั้งนี้ สำหรับการที่มีคนออกไป พรรคเราไม่ได้กังวลใจอะไร แม้ผู้มีอำนาจจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้แทนราษฎรของตน ตรงนี้ก็จต้องมาพิสูจน์กันว่าตลอด 4-5 ปีที่พี่น้องประชาชนเผชิญกับสถานการณ์อย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบันจะเป็นตัววัด และกำหนดว่า ประชาชนเขาอยากได้คณะรัฐบาล หรือคณะผู้แทนฯที่จะตอบแทนเขาแบบไหน ดังนั้น ผู้แทนฯที่แม้จะเป็นคนเก่า คนแก่ แต่หากเลือกอยู่ผิดข้าง ไม่สามารถเป็นข้างที่ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนได้โอกาสในการกลับคืนเข้าสภาก็มีไม่มาก

เมื่อถามว่า สำหรับอดีตส.ส.ที่โดนดูดไปในช่วงวันสุดท้ายก่อนหมดเวลา 90 วัน ตามกรอบกฎหมายที่ให้สังกัดพรรคการเมือง กังวลไหมว่าจะหาสมาชิกเข้ามาแทนไม่ทัน โดยเฉพาะคนที่จะลงสู้ในเขตเลือกตั้งต่างๆ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ในการดำเนินการพรรคการเมืองก็มีความระมัดระวังเหมือนกัน ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาแบบนี้ทุกพรรคอาจจะหาตัวผู้สมัคร หรือตัวผู้แทนไม่ได้ จริงๆเราก็ระมัดระวังท่าทีตรงนี้ แต่เราก็ให้ความไว้วางใจ และเชื่อใจอดีตส.ส.ของเราทุกท่าน ซึ่งพรรคพท.เราไม่ได้มีปัญหาขาดแคลนตัวผู้สมัคร เรามีปัญหาว่ามีผู้มาสมัครลงเขตต่างๆมากเกินกว่าที่เราต้องการอยู่แล้ว คนที่อยากไปก็ไป เราสามารถหามาทดแทนได้ ทั้งนี้ เรามั่นใจว่าพรรคของเรามีความสามารถ และมีเครดิตเพียงพอที่ประชาชนจะฝากความไว้วางใจกับเรา ซึ่งเราจะส่งผู้สมัครให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่มีผู้มาสมัครครบถ้วนทุกเขตหรือไม่ ถ้ามีคนพร้อม และเป็นคนที่มีศักยภาพ มีจุดยืนที่มั่นคง ชัดเจน สามารถสะท้อนความเป็นตัวแทนของพรรคพท.ได้ เราก็จะส่งอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เข้าใจได้ว่า นักการเมืองหลายท่าน การจะออกไปก็ยังมีความหวั่นเกรง เพราะพรรคพท.เป็นพรรคที่มีเกียรติภูมิ มีเครดิต และได้รับการยอมรับจากพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ การคิดที่จะเคลื่อนย้ายออกไปไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายนัก เพราะคะแนนนิยมของพี่น้องประชาชนที่ยังศรัทธา และนิยมในพรรคพท.ยังมี

เมื่อถามถึงกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะมานำเคลื่อนไหวหาเสียงในแต่ละพื้นที่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า นายพานทองแท้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพท. และสมาชิกพรรคพท.ทุกคนมีสิทธิที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์หาเสียง และสนับสนุนการทำงานของพรรคกาเมืองเราได้ทุกคน สิ่งที่เป็นพลังสำคัญที่สุดของพรรคพท.คือฐานสมาชิก

เมื่อถามว่า น.ส.พิณทองธา และน.ส.แพรทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณจะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพท.ด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ยังไม่เห็นนะครับ ยังไม่ทราบครับ”

เมื่อถามว่า มีการแบ่งหน้าที่เรื่องของการเดินสายหาเสียงเลือกตั้งไว้บ้างหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า พรรคการเมืองควรเตรียม แต่ด้วยฝ่ายผู้มีอำนาจ และการทำหน้าที่ของกกต.ที่ควรเอื้ออำนวยในการหาเสียงเลือกตั้งเพื่อให้พรรคการเมืองกับประชาชนคุยกัน ซึ่งกกต.ยังไม่ได้ทำหน้าที่มากอย่างที่ควรจะเป็น และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือคำสั่งคสช.ที่ควบคุมอยู่ และเรื่องนี้พรรคการเมืองได้พูดกันไปแล้วว่าควรเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองต่างๆได้ทำงาน ข้ออ้างเรื่องกลัวว่าจะมีอุปสรรคความวุ่นวาย หรือปัญหาความมั่นคง ล้วนเป็นข้ออ้างที่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายผู้มีอำนาจที่อยากสืบทอดอำนาจต่อเท่านั้น วันนี้เราเกือบจะทำใจแล้วว่าเราอยู่ประเทศที่มีอุปสรรคในการเลือกตั้งเพราะรัฐบาลใจแคบเกินกว่าที่เราจะช่วยเรา ดังนั้น วันนี้เราจึงใช้วิธีการสื่อสารให้มากที่สุดเท่าที่กฎหมายจะเอื้ออำนวยให้ได้ ถ้าปลดล็อกเมื่อไหร่ กระบวนการของพรรคการเมืองกับประชาชนจะเข้าไปหลอมเป็นเนื้อเดียวกันทันที

เมื่อถามว่า วันนี้อัยการจะพิจารณาคดีที่ผิดมาตรา 116 กรณีแถลงข่าว 4 ปี คสช. ซึ่งผลอาจจะนำไปสู่การบุบพรรคพท.หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราไม่เคยมีความกังวลเรื่องนี้ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หรือเสียงที่เป็นการทะท้อนให้สมาชิกเรามีความหวั่นไหว แต่เราก็ไม่ได้มีความสะเทือนใจต่อความรู้สึกของสมาชิกพรรคพท. ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาก็มีการโทรมาปล่อยข่าวว่าจะดำเนินการในกระบวนการตรงนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อให้เกิดการยุบพรรค แต่ความเป็นจริงแล้วคดีความต่างๆยังไม่ไปไกลถึงขนาดนั้น ยังอยู่ที่การจะส่งฟ้องเพื่อเข้าสู่กระบวนการธรรมดา

เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะไม่เข้าไปอยู่ในบัญชีพรรคการเมือง แต่รอคนมาเชิญไปอยู่ในบัญชีนายกฯ แบบนี้จะเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายเรื่องครอบงำพรรคการเมืองหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็มีฝ่ายกฎหมายซึ่งฝีมือดีเสียด้วย ก็คงจะหาช่องทางกฎหมายเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์ในทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น ซึ่งตนไม่ได้ห่วงทางข้อกฎหมายหรอก แต่ที่พล.อ.ประยุทธ์ควรเข้าใจคือความสง่างามในการที่จะอาสาตัวเองเข้ามาเป็นผู้นำในครั้งต่อไป ควรจะอาสาตัวเองลงมา และยืนอยู่ท่ามกลางสปอร์ตไลท์ให้พี่น้องประชาชนได้เห็นอย่างเต็มจา และสบายใจว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำซึ่งได้ทำหน้าที่มามีจุบกพร่อง หรือจุดสมบูรณ์เพื่อให้พี่น้องประชาขนไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์มาทำงานต่อไปหรือไม่ ก็ควรจะทำตัวให้เหมือนนักการเมืองทั่วๆไป การกลับเข้ามาสู่อำนาจก็จะสง่างาม ไม่ใช่ให้ตัวเองยืนอยู่ในทุกๆมิติ และทุกอนูที่ได้เปรียบ

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าคสช.จะปลดล็อกวันที่ 11 ธันวาคม นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ผิดวิสัยปกติที่ประเทศประชาธิปไตยทั้งหลายเขาทำกัน เพราะโดยปกติการที่พรรคการเมือง และประชาชนจะสื่อสารกันได้ตลอดเวลา สิ่งต่างๆที่เป็นอยู่ขณะนี้ รัฐบาลกำลังแปรเจตนารมย์ทางกฎหมายผิดพลาดไป และหยิบยืนเอาความเข้าใจเหล่านี้มาเอื้อต่อพี่น้องประชาชนอย่างไม่ถูกต้องนัก

เมื่อถามว่า พรรคพท.จะเข้าร่วมประชุมร่วมกับคสช. ในวันที่ 7 ธันวาคมนี้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า พรรคพท.จะไม่เข้าร่วมหารือกับ คสช. และรัฐบาล เนื่องจากมองว่าไม่ใช่หน้าที่ คสช. และรัฐบาล แต่เป็นหน้าที่ของ กกต. ในการเชิญพรรคการเมืองหารือเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งนี้ เชื่อว่าทุกพรรคมีความพร้อม แต่ติดขัดแค่คำสั่ง คสช. ทางที่ดีที่สุดคือให้ คสช. ปลดล็อกทางการเมืองให้เร็วที่สุด เพื่อให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้อย่างเต็มที่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อัศวิน’ ลั่น กทม.ยุติจับหมาจรจัดชั่วคราว จนกว่าจะได้ข้อสรุปร่วมกับกลุ่มคนรักสัตว์ (ชมคลิป)
บทความถัดไป‘สมุทรปราการ’ตั้ง’ชนม์สวัสดิ์’นั่งประธาน เล็งสร้างสนามใหม่จุ3หมื่น-กร้าวจบท็อป5