มติ ป.ป.ช. เคาะ เพิ่มตำแหน่งอีก ยืดเวลายื่นบัญชีทรัพย์สิน กรรมการหน่วยงานรัฐ’ – สภามหาลัย มีผลพร้อมกันทั้งหมด 31 มค.ปีหน้า
รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ เปิดเผยว่าที่ประชุมกรรมการป.ป.ช. เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาได้มีมติกรณีเรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 จนทำให้มีกรรมการในสภามหาวิทยาลัยลาออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการป.ป.ช.ได้มีมติให้ระยะขยายเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าว ในตำแหน่ง นายกสภามหาวิทยาลัย, กรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า รองประธานสภาสถาบัน และ กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้าไปแล้วนั้น
ที่ประชุมมีมติเพิ่มเติมให้ขยายเวลาการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ในส่วนของกรรมการหน่วยงานรัฐ ประกอบด้วย 1.กองทุน ได้แก่ กองทุนการออมแห่งชาติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันชีวิต กองทุนประกันวินาศภัย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กองทุนยุติธรรม กองทุนสงเคราะห์ กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย 2.ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย 3.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้แก่ ประธานกรรมการและกรรมการก.ล.ต. เลขาธิการก.ล.ต. 4.สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้แก่ ประธานกรรมการ กรรมการคปภ. และเลขาธิการคปภ. 5.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ได้แก่ ประธานกรรมการและกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 6.สถาบันพระปกเกล้า ได้แก่ ประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน และเลขาธิการสถาบัน 7.สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ได้แก่ นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมถึงอธิการบดี
ทั้งนี้ เพื่อให้มีความเสมอภาค กับตำแหน่งที่ก่อนหน้านี้ได้ขยายเวลาไปแล้ว ดังนั้นจะทำให้มีผลบังคับใช้พร้อมกันคือในวันที่ 31 มกราคม 2562

