‘ภูมิใจไทย’ ชูสูตรแก้ปัญหาข้าว 70:15:15 หั่นกำไรนายทุนอุ้มเกษตรกร – ตั้งกองทุนลดภาระ เตรียมร่างกม.รับฟังความเห็น 2 สัปดาห์
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการจัดเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “ข้าวระบบกำไรแบ่งปัน Profit Sharing” โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท. นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกพรรคภูมิใจไทย นายกิจษารธ อ้นเงินทยากร ตัวแทนจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายทรงพล พูลสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกร จ.อ่างทอง และนายวิจิตร เกษมสุข ตัวแทนเกษตรกรจ.อ่างทอง ร่วมกันเสวนา โดยนายศักดิ์สยามกล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ให้ความสำคัญในเรื่องข้าว และเห็นปัญหาของเกษตรชาวนาที่ลงทุนทั้งแรง และเงิน แต่ยิ่งทำก็ยิ่งจน เป็นหนี้ แต่จะทำยังไงให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น ขณะที่นายทุนผู้ประกอบการโรงสีกลับไม่ได้รับผลกระทบ ในอดีตที่ผ่านมาเคยมีโครงการของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการรับจำนำข้าว การประกันราคาข้าว แต่ก็มีปัญหาเรื่องการทุจริตตามมา ทำให้ไม่ยั่งยืน เงินบางส่วนเล็ดลอดออกจากระบบ ทำให้เงินสูญหายกว่าหลายแสนล้านบาท ซึ่งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รวมถึงกฎขององค์การการค้าโลก (WTO) ได้กำหนดเงื่อนไข จะไม่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับโครงการในลักษณะประชานิยม การตั้งราคาสูงเกินตลาด การแทรกแซงราคาดังที่ผ่านมาได้แล้ว ทางพรรคจึงได้มีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร ในแบบแบ่งปันผลกำไรอย่างเป็นธรรม
ด้านนายภราดรกล่าวว่า ระบบกำไรแบ่งปันในเรื่องข้าวของพรรค ภท. จะเริ่มที่ 3 กลุ่ม คือ 1.เกษตรกรชาวนา 2.โรงสี และ 3.ผู้ประกอบการส่งออกข้าว แล้วแก้โครงสร้างต้นทุน-กำไร ที่ผ่านมาพบว่าชาวนามักจนสุด แต่โรงสี กับผู้ประกอบการส่งออกข้าวกลับไม่จน และได้กำไรมากกว่า ห่วงโซ่อุปทานมันจึงผิดพลาด จะปรับระบบแบ่งสรรปันส่วนผลกำไรแบบ 70:15:15 คือชาวนา ได้กำไร 70 เปอร์เซ็นต์ โรงสี 15 เปอร์เซ็นต์ และผู้ประกอบการส่งออกข้าว 15 เปอร์เซ็นต์ จากสถิติข้อมูลปี’61 เดิมชาวนาได้กำไรจากข้าวเปลือก 1,255 บาทต่อตันเมื่อหักลบต้นทุน ราคาขายแล้ว อาจดูเหมือนเยอะ แต่ต้องมีค่าเช่าที่ และยังไม่รวมค่าแรงอีก กำไรจะลดลงไปกว่านี้ จะได้รับส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 2,818 บาทต่อตัน ด้านโรงสี จากเดิมได้กำไร 756 บาทต่อตัน จะได้กำไร 603 บาทต่อตัน และผู้ประกอบการส่งออก จากเดิมได้กำไร 2,221 บาทต่อตัน จะได้กำไร 603 บาทเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดตั้งกองทุนข้าวขึ้นมาบริหารจัดการ มีการบริการสินเชื่อข้าว แบ่งปันผลประโยชน์หมุนเวียนภายในกองทุน มีการประกันภัยพิบัติ โดยไม่ต้องพึ่งรัฐบาลอาจดึงบริษัทประกันภัยมาร่วมสนับสนุน
ด้านตัวแทนจากภาคเกษตรกรในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาผู้ปลูกข้าว ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลเพาะปลูก ระบบชลประทาน การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การเป็นเจ้าของโรงสี ได้สนับสนุนแนวคิดของพรรค และได้เสนอแนวทางแก้ไข จำเป็นต้องออกเป็น พ.ร.บ.ข้าว แล้วนำแนวคิดของพรรคบรรจุเข้าไปใน พ.ร.บ. ขณะที่ตัวแทนจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กล่าวว่า ในฐานะภาครัฐ ก็มีนโยบายสนับสนุนให้เกษตรกรกินดีอยู่ดี มีรายได้ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของเราที่ต้องให้บริการเกษตรกรอยู่แล้ว ซึ่งแนวคิดของพรรค ภท.ยินดีสนับสนุน และให้ความร่วมมือตามอำนาจหน้าที่
เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า ปัญหาของรัฐคือการสงวนอำนาจทางกฎหมาย ขณะนี้เรายังไม่มี พ.ร.บ.ข้าว ดังนั้นต้องมีการจัดระบบแบ่งปันกำไรกันใหม่ ยืนยันว่านโยบายของเราจะทำให้เกษตรกรได้เงินมากกว่าที่ผ่านมา ภาระหนี้สินต่างๆจะถูกปลด อย่างไรก็ตามเราจะจัดทำร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ข้าว นำขึ้นเพจพรรคภูมิใจไทยเพื่อรับฟังความคิดเห็นภายใน 2 สัปดาห์นี้ ที่จะนำแนวคิดที่ได้นำเสนอทั้งหมด โดยเฉพาะกองทุนข้าวบรรจุเข้าไปด้วย ซึ่งกองทุนข้าวจะต้องมีเกษตรกรเข้าไปบริหารด้วย ไม่ใช่มีแต่ส่วนราชการ และมีการเปิดเผยตัวเลขทุกขั้นตอน

