หน้าแรก การเมือง สภานักศึกษา ม...

สภานักศึกษา มธ.เชิญ 6 ผู้แทนพรรคการเมืองร่วม ‘อนาคตใหม่’ เสนอ 5 ข้ออนาคตรัฐสวัสดิการ (คลิป)

29.11.18 | 22:39 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์ลำปาง สภานักศึกษา มธ.ศูนย์ลำปาง ได้จัดงานเสวนาวิชาการ “การสร้างรัฐสวัสดิการ ผ่านการเลือกตั้งปี 2562” โดยมีผู้แทนพรรคการเมือง 6 พรรค เข้าร่วมงานเสวนาครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ผู้แทนพรรคเพื่อไทย 2.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้แทนจากพรรคประชาธิปัตย์ 3.ดร.นพ. มโน เลาหวณิช เมตตานันโท เลขาธิการพรรคประชาชนปฏิรูป ผู้แทนจากพรรคประชาชนปฏิรูป 4.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ผู้แทนจากพรรคประชาชาติ 5.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผู้แทนจากพรรคอนาคตใหม่ และ 6.ดร.บุญส่ง ชเลธร สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย ผู้แทนจากพรรคเสรีรวมไทย ผู้ดำเนินรายการโดย นายปิยพงษ์ นิ่มกุลรัตน์ อดีตรองประธานสภานักศึกษา มธ.ศูนย์รังสิต และนายสุพลวัชร์ ภานุพงษ์ชัย อดีตประธานสภานักศึกษา มธ.ศูนย์ลำปาง

นายธนาธร กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ขอเสนอมุมมองที่เชื่อมโยงกับปัญหา และอนาคตของรัฐสวัสดิการ 5 ข้อ ข้อที่ 1 รัฐสวัสดิการไม่เคยได้มาด้วยการร้องขอ ไม่เคยได้มาเพราะความเมตตาจากคนชั้นนำ ข้อ 2 การจะได้มาซึ่งรัฐสวัสดิการจะต้องเดินพร้อมกับประชาธิปไตย ข้อที่ 3 ประเทศไทย มีทรัพยากรเพียงพอที่จะสร้างรัฐสวัสดิการที่ดีได้ ข้อที่ 4 รัฐสวัสดิการ คือการปลดปล่อยศักยภาพประชาชน และประเทศไทย และข้อที่ 5 ถ้าหากอยากได้รัฐสวัสดิการจะต้องทำลายโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรม ที่ค้ำยันสังคมไทยอยู่เท่านั้น

“รัฐสวัสดิการไม่เคยได้มาจากความเมตตาของคนชั้นนำ แต่ได้มาจากการรวมตัวเรียกร้อง และต่อสู้ของคนธรรมดา คนสามัญ คนยากไร้ และคนที่ถูกกดขี่ทั้งนั้น ส่วนเรื่องรัฐสวัสดิการจะต้องเดินพร้อมกับประชาธิปไตย อยากจะบอกว่า เมื่อประชาชนอ่อนแอ ไม่มีความมั่นคงในชีวิต พ่อแม่แก่ ไม่สบาย ต้องส่งลูกเรียน บ้าน และรถก็ต้องผ่อน เมื่อมีวิถีชีวิตแบบนี้ จะเอาพลังที่ไหนไปสนปัญหาการบ้านการเมือง หรือคิดพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันเมื่อประชาธิปไตยอ่อนแอ และในการพัฒนาประชาธิปไตย 8 ปี 10 ปี มีรัฐประหา 1 ครั้ง ก็จะทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยในการพัฒนารัฐสวัสดิการ เมื่อประชาธิปไตยที่อ่อนแอ ก็จะนำมาซึ่งรัฐสวัสดิการที่อ่อนแอ” นายธนากร กล่าว

นายธนากรกล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีทรัพยากรเพียงพอที่จะสร้างรัฐสวัสดิการที่ดี ตนขอปฎิเสธ และขอต่อสู้กับความเชื่อที่พยายามทำให้พี่น้องประชาชนเชื่อว่า ถ้าสร้างรัฐสวัสดิการที่ดีในประเทศไทย แล้วประเทศจะล่มจม อยากจะบอกว่าถ้าประเทศนี้จะล่มจม ว่าเราจะต้องดูแลเด็ก ดูแลคนแก่ คนป่วย คนพิการก็ปล่อยให้ล่มจมไปเลย เรามีศักยภาพเพียงพอ ที่จะสร้างความมั่งคั่งที่จะดูแลคนเหล่านี้ เรามีความปรารถนาดีเพียงพอที่จะโอบกอดผู้อื่นแล้วเดินไปด้วยกัน สำหรับการพัฒนาประเทศไทยที่ผ่านมา 60 ปี นับตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 ทรัพยากรในประเทศถูกนำไปใช้ เพื่อสร้างความมั่งคั่งของกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่มในประเทศเท่านั้น เราไปดูชีวิตของกรรมกรที่อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม 30-40 ปี ที่ผ่านมา ไม่มีบ้านสักหลัง ลูกไม่ได้เรียนโรงเรียนที่ดี เงินเก็บสำหรับเกษียณอายุไม่มี แต่กลุ่มทุนมีความรวยเป็นแสนล้าน แต่กรรมกรคนที่ทำงาน 70 ชั่วโมงต่อสับปดาห์ กลับไม่มีบ้าน ไม่มีรถ และกลับไปใช้ชีวิตในชนบท หลังเกษียณอายุกลับไปอยู่บ้าน สำหรับรัฐสวัสดิการในประเทศไทยจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่ทำลายโครงสร้างไม่เป็นธรรมในสังคม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทหาร กลุ่มผูกขาด หรือกลุ่มอภสิทธิชนที่อยู่เหนือกฎหมาย กลุ่มต่างๆ เหล่านี้ จะเป็นผู้เสียประโยชน์ในรัฐสวัสดิการ

“ไม่ต้องแปลกใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการเลือกตั้งที่พิเศษ เราจะเห็นนโยบายที่ก้าวหน้าทุกอย่าง หลายพรรคจะเอากัญชาเสรี การกระจายอำนาจ การปฎิรูปทหาร การเสนอเกณฑ์ทหาร หรือแม้แต่รัฐสวัสดิการต่างๆ ที่ทุกพรรคการเมืองจะเสนอรัฐสวัสดิการที่เยอะขึ้น ไม่มีใครที่จะเสนอน้อยลงเลย ทั้งนี้ ไม่มีการเลือกตั้งครั้งไหน ที่จะเสนอความก้าวหน้าของนโยบายเท่ากับการเลือกตั้งปี 2562 ครั้งนี้แล้ว หลังจากตุลาฯ 19 สิ่งที่สำคัญคือจะต้องตระหนักว่านโยบายที่ก้าวหน้าจะใช้ได้ไม่จริง เพราะมีโครงสร้างที่สำคัญอยู่ ที่กดทับประเทศไทย และศักยภาพประชาชนอยู่ คือโครงสร้างของกลุ่มทหาร กลุ่มอภิสิทธิ์ชน และกลุ่มทุนผูกขาด หากไม่จัดการกับกลุ่มเหล่านี้ จะทำให้นโยบายก้าวหน้าต่างๆ และรัฐสวัสดิการ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย” นายธนาธร กล่าว

Advertisement