“ประยุทธ์” หลุด ถูกจี้ตูดถามแต่เรื่องแบ่งเขต เหน็บพรรคการเมือง ปรับอย่างไร คนไม่เลือก อยู่ที่โชคชะตา
เมื่อเวลา 10.15 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 5/2561 โดยนายกฯ กล่าวช่วงหนึ่งว่า หลายอย่างวันนี้ยังมีปัญหา ตนกลับมาก็ไม่ได้พัก ไม่ได้ไปเที่ยวไหน สื่อตามจี้ตูดถามกันทุกเรื่อง ตนจึงต้องพูดในทุกเรื่อง ถ้าฟังตนบ่นก็อย่าเพิ่งเบื่อกัน เพราะตนจะบ่นเป็นครั้งสุดท้ายจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ที่ผ่านมารัฐบาลอื่นไม่ทำอะไรเพราะกลัวเสียคะแนนเสียง อย่างเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
“สื่อข้างนอกก็ถามกันอย่างเดียว เรื่องการแบ่งเขต แม่ง จะตายห…กันให้หมดหรืออย่างไรก็ไม่รู้กับไอ้เรื่องซังกะบ๊วยพวกนี้ ก็ว่ากันไปตามกติกาจะผิดหรือถูกผมไม่รู้ กติกาว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ผมจะไปรู้อะไร นายกฯ จะรู้เรื่องการแบ่งเขตหรือไม่เกี่ยวหรอก ใครได้ใครเสียก็ว่าไป วันนี้เขาแบ่งด้วยอะไร เขาแบ่งด้วยประชากรที่เพิ่มขึ้นกับเรื่องของพื้นที่ วันนี้เปลี่ยนไปเท่าไหร่แล้ว 4-5 ปี กูจะเอาแบบเดิมตลอด ติดพื้นที่แบบเดิมตลอด ไม่ว่าจะปรับอย่างไร ตั้งอย่างไร แก้อย่างไร ถ้าคนไม่เลือกเลยพรรคไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น ก็แล้วแต่โชคชะตาก็แล้วกัน ประเทศไทยไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เหลือแต่คนในห้องนี้คงเข้าใจผมนะ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า 4 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย มีเสถียรภาพ ทำให้คนเข้ามาเที่ยว และประชาชนทำงานได้ ดังนั้นจึงขออย่าทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะตนไม่อยากให้เกิด และไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น เชื่อว่าทุกคนรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ ส่วนการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยนั้นจะเป็นไปตามกำหนดเวลา หากจะมีการเปลี่ยนแปลง ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เช่นเดียวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ก็เป็นเรื่องของกกต.ที่มีการบอกกันว่าเป็นการแบ่งเขตเพื่อเข้าข้างฝ่ายนั้น หรือฝ่ายนี้ ตนไม่ได้อยู่ฝ่ายใด และไม่ได้สั่งการใดๆดังนั้นกกต.จึงปรับเปลี่ยนการแบ่งเขต โดยดูระยะเวลา4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนประชากรเปลี่ยนแปลงไป เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบ แต่ถ้าทุกคนยืนยันจะเอาแบบเดิม แล้วประเทศชาติจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
“การแบ่งเขต ไม่ว่าจะเข้าพรรคใครก็ตาม ถ้าประชาชนไม่เลือกก็จบ อย่าดูถูกประชาชนเขา ประเทศนี้ไม่ได้อยู่ด้วยคนไม่กี่คน แต่อยู่ด้วยประชาชนทั้งประเทศ มีนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบาย พร้อมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ด้วยการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งประชาธิปไตยต้องประกอบด้วย ธรรมาภิบาล กระบวนการที่เป็นสากล ความพร้อมของประชาชน ที่จะเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นต้องสร้างการรับรู้ให้ทุกภาคส่วนได้เข้าใจว่าอะไรคือประชาธิปไตย เนื้อในของประชาธิปไตยอยู่ที่ใด เพื่อที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และแผนแม่บท ให้ไทยเป็นประเทศที่พ้นกับดักรายได้ปานกลาง ในอนาคตก็ให้คนรุ่นใหม่ได้ทำต่อไป”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อที่วันหน้าทุกคนจะได้สบายใจ ว่าจะใช้งบประมาณอย่างไร มิเช่นนั้นทุกคนจะพูดถึงแค่การใช้งบประมาณ แต่ไม่ได้พูดถึงวิธีการหาเงิน ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ชาติ จะต้องทำให้เรียบร้อยภายในเดือนมกราคม 2562 โดยทุกภาคส่วนต้องนำไปปฏิบัติ ตามข้อกำหนดใน 20 ปี ข้างหน้าที่อะไรจะเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเน้นความสำคัญที่ 5 ปีแรก

