“อ๋อย” ลั่น ภารกิจหลัก ทษช.คือยับยั้ง “ประยุทธ์” นั่งนายกฯ อีก อัด กกต.แบ่งเขตอัปยศ สนองนี้บางพรรค จวก คสช.ชี้นำ ทำ ลต.ไม่เสรี ไม่เป็นธรรม
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค ทษช.แถลงถึงแนวทางยุทธศาสตร์ของพรรค โดยนายจาตุรนต์กล่าวว่า วันนี้โลกเปลี่ยนไปมากแต่ประเทศไทยจมอยู่กับทศวรรษแห่งการศูนย์เปล่า ผ่านการยึดอำนาจ มีกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เกิดความเสียหายทั้งเศรษฐกิจและการเมือง ขณะที่ประชาชนอยากเลือกตั้งเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง แต่มีความพยายามสืบทอดอำนาจของ คสช. เพื่อบริหารประเทศแบบเดิมอีกจะทำให้ประเทศเสียหายต่อไปอีก ดังนั้น เราต้องยับยั้งการสืบทอดอำนาจให้ได้ ไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กลับมาเป็นนายกฯ ต่อ และจะผลักดันให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ทั้งเรื่องของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิของประชาชน และนโยบายสำคัญที่พรรคจะผลักดันเป็นอันดับแรก คือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การใช้เทคโนโลยีให้ทันกับโลกสมัยใหม่ การแก้ปัญหายาเสพติด คอร์รัปชั่น และความเป็นประชาธิปไตย
นายจาตุรนต์กล่าวว่า สมาชิกพรรค ทษช.มีความเป็นเชื้อสายมาจากพรรคไทยรักไทย (ทรท.) พรรคพลังประชาชน และตนเองก็เคยเป็นรักษาการหัวหน้าพรรค ทรท. ที่มีนโยบายบริหารประเทศให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋า ดังนั้น เรามั่นใจว่าจะจัดทำนโยบายที่ดีนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เพราะบุคลากรของเรามีทั้งคนรุ่นใหม่และผู้มีประสบการณ์ร่วมกันทำงาน ให้เป็นประโยชน์กับประชาชนทุกระดับ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทำให้พรรคการเมืองใหญ่ติดปัญหา เราจึงไม่ขอเป็นเรือลำใหญ่ จะเป็นเพียงเรือขนาดกลางๆ แต่ขอเป็นลำหน้าในการนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย เราไม่อวดอ้างจะเป็นผู้นำ แต่ขอมีส่วนร่วม ทั้งหมดนี้เพื่อยับยั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ให้กลับมาเป็นนายกฯ เนื่องจากที่ผ่านมาบ้านเมืองเสียหายเพราะความไม่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้น ความเป็นประชาธิปไตยเท่านั้นจะทำให้ประเทศดีขึ้น นี่คือภารกิจของ ทษช.
เมื่อถามถึงการประกาศเขตเลือกตั้งของ กกต. นายจาตุรนต์กล่าวว่า การแบ่งเขตครั้งนี้ถือเป็นรอบสุดท้ายในการให้คุณให้โทษกับพรรคการเมืองก่อนการสรรหาผู้สมัครและการปลดล็อก ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด แม้จะไม่ได้เกิดกับเขตเลือกตั้งส่วนใหญ่ แต่เมื่อไปดูดนักการเมืองมาก็ประกาศว่ารัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อตัวเอง แล้วประกาศว่าจะได้ ส.ส. 150 คน ทั้งๆ ที่เป็นพรรคตั้งใหม่ ถือเป็นการแบ่งเขตที่น่าอับยศ บางอำเภอถูกแบ่งเป็น 4 เขต ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน เป็นการสนองความต้องการของนักการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรค ถือเป็นการสร้างแผลเป็นให้กับ กกต. ต้องทำไปทั้งที่รู้ว่าจะเกิดความเสียหายขึ้น เป็นเครื่องหมายว่า คสช.เข้ามาแทรกแซงการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ได้ เป็นการปักธงเริ่มต้นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เป็นธรรมและไม่เสรี
ด้าน ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า ขณะนี้มีกระบวนการที่ชัดเจนในการสืบทอดอำนาจ โดยคาดการณ์ว่าต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ เราจะนิ่งเฉยอย่างนี้หรือ วันนี้จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันก้าวให้พ้นกับดักและองคาพยพที่ผู้มีอำนาจวางไว้ เพื่ออนาคตของคนไทยและศักดิ์ศรีของประชาชนกลับคืนมา ทั้งนี้ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายใต้มาตรา 44 ก็ว่าแย่แล้ว แต่การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ออกมา เช่น จ.สุโขทัย ที่เขตเลือกตั้งเดียวกันไม่มีถนนเชื่อมถึงกัน ประชาชนต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางธรรมชาติ แสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล หากคำนึงถึงประชาชนเป็นหลักก็ไม่ควรแบ่งเขตออกมาในลักษณะนี้ แม้กติกาจะไม่ยุติธรรมกับฝ่ายประชาธิปไตย แต่พรรค ทษช.พร้อมสู้ทุกสถานการณ์
ร.ท.ปรีชาพลกล่าวด้วยว่า ขณะนี้พรรคเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง โดยประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคที่จะเปิดให้สมาชิกแสดงความประสงค์ลงเลือกตั้งก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารต่อไป ส่วนคณะกรรมการอำนายการการเลือกตั้งของพรรค จะได้วางบุคลากรทำหน้าที่ต่างๆ ทั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายนโยบาย ที่จะมีการแถลงกันต่อไปในภายหลัง

