“ณัฐวุฒิ” นำนปช.แต่งดำบุกอสส. ทวงคดี 99 ศพ จี้ปมยุติสำนวน ไล่บี้ “ดีเอสไอ” ซุกสำนวนไต่สวนการตาย!!

30.11.18 | 16:55 น.

นปช.ใส่เสื้อดำชูป้าย 99ศพไม่ตายฟรี ทวงถามประเด็นนายพล พบ อสส.ขอยุติคดีสลายการชุมนุม รองโฆษกอัยการฯเผย สำนวนไต่สวนการตายเสื้อเเดงที่ศาลชี้ยังส่งไม่ถึงมืออัยการ “ณัฐวุฒิ” เตรียมตามบี้ ดีเอสไอ ดองสำนวน

เมื่อเวลา 14.20 น.วันที่ 30 พฤศจิกายน ที่สำนักงานอัยการสูงสุดถนนเเจ้งวัฒนะ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  นพ.เหวง โตจิราการ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายนิสิต สินธุไพร เเกนนำ นปช.พร้อมด้วย นายโชคชัย อ่างเเก้ว ทนายความเเละญาติผู้เสียชีวิตเนื่องในเหตุการณ์การชุมนุมนปช. เดือนเมษายนปี2553 จำนวนหลายสิบคนได้เเต่งชุดดำพร้อมถือรูปผู้เสียชีวิตเเละป้ายข้อความ”99ศพต้องไม่ตายฟรี”เข้าร้องเรียนสอบถามด้วยวาจาต่ออัยการสูงสุด ถึงกรณีที่มีสื่อมวลชนเสนอข้อมูลว่ามีการขอให้ยุติการทำสำนวนคดีคนเจ็บคนตายจากเหตุสลายการชุมนุมกลุ่มนปช.เมื่อปี 2553 โดยมีนายพลและอัยการสูงสุดณํเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งนี้มีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษก สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้รับฟังข้อร้องเรียนด้วยวาจา

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตอนนั้นตนได้ทราบเรื่องดังกล่าวจึงทำหนังสือเปิดผนึกถึงอัยการสูงสุดสอบถามเรื่องที่สื่อนำเสนอไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดว่าเรื่องนี้มีจริงหรือไม่ เเละถามความคืบหน้าคดีโดยตัวแทนสำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งว่าจะมีหนังสือตอบกลับมานั้น แต่จนถึงขณะนี้นอกจากไม่มีคำตอบกลับมา ต่อมาล่าสุดในหนังสือพิมพ์คอลัมน์เดิมยังปรากฏบทความจากสื่อมวลชนมีการระบุเลขคดีในคดีสำนวนคดีพิเศษที่ 86/61 89/61 92/61 94/61 99/61 ซึ่งเป็นสำนวนคดีที่เกี่ยวกับคนบาดเจ็บชัดเจน ถูกสั่งให้เป็นสำนวนมุมดำไปเเล้ว เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนคดีที่มีคนตายก็กำลังจะถูกทำให้เป็นสำนวนมุมดำคือการยุติคดีในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเดือนตนจึงมาทวงถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องมีหนังสือเนื่องจากก่อนหน้านี้ตนได้เคยยื่นหนังสือไปเป็นหลายครั้งเเต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าเรื่องคนเจ็บเป็นสำนวนมุมดำไปเเล้วเเละเรื่องสำนวนคนตายกำลังจะกลายเป็นสำนวนมุมดำตามที่สื่อมวลชนเขียนบทความหรือไม่ ทั้งที่สำนวนคนตายศาลมีคำสั่งในสำนวนชันสูตรพลิกศพเป็นสิบๆสำนวนว่าเสียชีวิตจากอาวุธของฝั่งเจ้าหน้าที่ ส่วนอีก70รายยังไม่มีการไต่สวนสาเหตุการตาย

นายประยุทธกล่าวว่า ขณะนี้ทางผู้บริหารของสำนักงานอัยการสูงสุดได้รับทราบเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าวเเล้ว ทางสื่อมวลชน เเม้วันนี้จะไม่มีหนังสือมายื่นเเต่จากการได้รับฟังเรื่องราวจากนายณัฐวุฒิ ทำให้พอทราบจุดประสงค์ ซึ่งเบื้องต้นตนได้สอบถามไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษพบว่าสำนวนการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ คดี6ศพวัดปทุมวรารามยังไม่การส่งมายังสำนักงานอัยการเเต่อย่างใด ส่วนสำนวนที่มีผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ปี53 นั้นมีส่งเข้ามาเเล้วบางส่วน ซึ่งกระจายอยู่หลายกองขณะนี้ทางสำนักงานคดีพิเศษกำลังรวบรวมข้อมูลว่าเเต่ละคดีอยู่ในขั้นตอนไหนมีคำสั่งคดีไหนไปเเล้วหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายประยุทธ อธิบายข้อกฎหมายเรื่องสำนวนมุมดำที่มีการกล่าวอ้างว่า  สำนวนมุมดำเป็นคดีที่พนักงานสอบสวนไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิดเเล้วจึงส่งมาขอให้พนักงานอัยการเห็นชอบเเละมีคำสั่งให้งดการสอบสวนไว้ชั่วคราว จึงยังไม่ได้มีการเเตะลงไปในเนื้อหาคดีว่ามีใครผิดถูกอย่างไร ซึ่งภายในอายุความคดีนี้20ปีคดีจะสามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้ ส่วนข้อทุกข์ใจของญาติผู้เสียชีวิตในวันนี้ตนจะนำเสนอให้ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุดได้รับทราบภายในวันนี้

Advertisement

โดยภายหลังได้รับคำตอบ นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่าหลังจากนี้ตนจะขอให้ทางอัยการสูงสุดได้ทำหนังสือชี้เเจงออกมาให้ได้ทุกคำถามจากที่สื่อมวลชนระบุมาเเละที่ตนได้ตั้งคำถามไป ซึ่งวันนี้ตนก็ได้รับทราบข้อมูลใหม่ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เวลาผ่านมาหลายปีทำไมสำนวนชันสูตรพลิกศพยังมาไม่ถึงมืออัยการ เเละหากยังไม่ถึงมือสำนวนมันอยู่ที่ไหนกัน เเละหากอยู่ที่พนักงานสอบสวนซึ่งตรงนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษจะเป็นผู้มีอำนาจ เเละสถานที่ตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานอัยการสูงสุดขนาดนี้ ขนาดให้นำสำนวนใส่หลังเต่าเดินยังน่าจะเร็วกว่านี้ เเต่นี่ผ่านมา หลายปีทำไมยังมาไม่ถึง

นายประยุทธ กล่าวตอบว่า ตนสามารถตอบคำถามได้เพียงในส่วนของอัยการไม่สามารถที่จะไปก้าวล่วงองค์กรอื่นได้ เเต่เรื่องการทำสำนวนนั้นย่อมที่จะมีหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ อย่างน้อยก็มีดีเอสไอที่เป็นผู้ทำสำนวนเเต่เเรก ซึ่งมันก็จะมีวิธีการในการสืบค้นว่าอยู่ขั้นตอนไหน ส่วนที่ถามว่าสำนวนหายไปหรือยัง อัยการไปตอบเเทนหน่วยงานอื่นไม่ได้

นายณัฐวุฒิถามต่อว่า ในทางกฎหมายว่าเมื่อศาลมีคำสั่งไต่สวนการตายเเล้ว เเต่พนักงานสอบสวนยังไม่ส่งมาผ่านไป5-6ปีเเล้ว ในฐานะผู้เสียหายมีช่องทางดำเนินคดีเจ้าหน้าที่หรือไม่

นายประยุทธกล่าวตอบว่า ข้อมูลที่ถามมานั้นตนไม่มีข้อเท็จจริงอยู่ในมือ การที่จะพูดหรือชี้เเนะอะไรออกไปย่อมเป็นการคาดเดา ซึ่งตนไม่อาจที่จะไปก้าวล่วงได้ ตอนนี้เราทราบเเต่เพียงว่าได้ตรวจสอบไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษเเเล้ว เเละมีการเเจ้งว่ายังไม่มีสำนวนเข้ามายังอัยการ

นายณัฐวุฒิถามว่าเมื่อยังไม่มีการส่งสำนวนมายังอัยการเเปลว่าสำนวนยังไม่เป็นสำนวนมุมดำตามข่าวใช่หรือไม่
นายประยุทธกล่าวว่า ถ้าเรายังไม่เห็นสำนวนเรายังไม่ทราบ เเต่การจะสั่งว่าเป็นสำนวนมุมดำเป็นอำนาจของพนักงานอัยการฉะนั้นต้องมีการส่งมาให้อัยการพิจารณาก่อน เเต่ตามประมวลกฎหมายพิธีพิจารณาความอาญาสำนวนที่ไม่รู้ตัวผู้กระทำผิดซึ่งก็คือไม่มีตัวหรือที่เรียกว่ามุมดำจะถูกตั้งต้นมาตั้งเเต่ชั้นพนักงานสอบสวนเเล้วก็จะถูกส่งมาให้พนักงานอัยการเห็นชอบ หากมีการเห็นชอบไปให้งดการสอบสวน เเต่หากมีพยานหลักฐานเพิ่มก็สามารถหยิบยกขึ้นมาได้ภายในอายุความ ฉะนั้นการที่ถามว่าต้องมาถึงอัยการเเล้วจะเป็นสำนวนมุมดำใช่หรือไม่นั้นจึงขอตอบว่าไม่ใช่คำว่ามุมดำคือการตั้งรูปคดีตั้งเเต่ชั้นสอบสวนเเล้วว่าไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด

หลังการพูดคุย นายณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ข้อสันนิษฐานของตนซึ่งต้องตรงกับข้อเท็จจริงแน่ๆ คือสำนวนคดีนี้ยังค้างอยู่ที่ดีเอสไอ ตนจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้ถามอธิบดีดีเอสไอคนปัจจุบันว่า ตกลงสำนวนคดีผู้เสียชีวิตซึ่งศาลได้ไต่สวนสาเหตุการตาย และชี้แล้วว่าตายเพราะอาวุธจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ ตอนนี้อยู่ที่ไหน ขอให้อธิบดีดีเอสไอได้สำรวจลิ้นชักทุกลิ้นชักในดีเอสไอ แล้วกรุณาให้ความกระจ่างแก่ประชาชน อธิบดีดีเอสไอคนนี้ไปขึ้นศาลเป็นพยานโจทก์ในคดีก่อการร้ายที่พวกตนเป็นจำเลย ตนก็เคารพในการทำหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรม แต่ท่านไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือกับการขึ้นศาลชี้ว่าพวกตนเป็นจำเลยทำผิด ส่วนคดีผู้เสียชีวิตยังค้างอยู่ที่ดีเอสไอ ใช้เวลาถึง 5-6 ปีแล้ว ขอเรียกร้องให้ดีเอสไอเดินหน้าเรื่องนี้โดยทันที และถ้าเพิกเฉย ตนจะต้องไปติดตามสอบถามดีเอสไออีกครั้ง

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ได้รับคำตอบจากดีเอสไอว่าสำนวนคดีนี้ไม่ได้อยู่ที่นั่น เพราะถ้าตอบแบบนั้นก็แสดงว่าสำนวนคดีนี้หายไป สาบสูญไปจากวงจรของโลก ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ มันต้องมีคนรับผิดชอบ มันต้องมีคนถือเรื่องไว้ แล้ว 5-6 ปีผ่านไป ต้องพูดให้ชัดด้วยซ้ำไปว่ามีคนดองเรื่องไว้หรือไม่ ผมว่าเรื่องนี้ดีเอสไอต้องมีคำอธิบาย” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ตนคิดว่าภายในสัปดาห์หน้า ดีเอสไอควรจะมีความชัดเจน นี่ไม่ใช่การคาดคั้นหรือกดดัน แต่เป็นการเรียกร้องจากประชาชนในฐานะผู้เสียหาย สัปดาห์หน้าถ้ายังไม่มีคำตอบก็ถือว่าช้าเกินไป เพราะเรื่องผ่านไปแล้ว 5-6 ปี ที่พวกตนมาวันนี้พร้อมทนายความและญาติผู้เสียชีวิต ไม่ได้มาทำลายความสงบสุขของบ้านเมือง ไม่ได้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเลือกตั้งหรือการเดินหน้าสู่ความปรองดอง พวกตนพร้อมให้ความร่วมมือทั้งสองกรณี แต่เพราะว่าคดีนี้ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันใช้เวลากว่า 8 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมามีแต่ข่าวร้ายสำหรับผู้สูญเสีย ทั้ง ป.ป.ช. ยกคำร้อง อัยการทำให้เป็นสำนวนมุมดำ วันนี้ก็ทราบอีกว่าคดีคนตายมีคนถือไว้ไม่ยอมส่งมาถึงมืออัยการ เลยมาติดตามทวงถามและต้องทวงถามต่อไป
“ในอดีตคดีที่มีประชาชนบาดเจ็บล้มตายจากการต่อสู้ทางการเมือง แล้วฝ่ายผู้มีอำนาจใช้กำลังปราบปราม 14 ตุลา, 6 ตุลา, พฤษภา 35 ฝ่ายผู้มีอำนาจออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเอง แต่คดีปี 2553 แม้ไม่มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะในกระบวนการยุติธรรมปกติธรรมดา กลับหาช่องทางที่จะเข้าถึงความยุติธรรมไม่ได้ คดีนี้ทำให้ผมรู้สึกว่ากระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดี เป็นเหมือนเขาวงกต ที่เดินมาแล้ว 8 ปี ก็ไม่ไปถึงไหน” นายณัฐวุฒิ กล่าวและว่า ผู้มีอำนาจถ้าใครไปกดทับไม่ให้คดีนี้เดินหน้า ขอความกรุณาถอยออกเถอะ ให้คดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถึงที่สุดให้ศาลพิพากษา ใครผิดใครถูกเมื่อศาลพิพากษาถึงที่สุดพวกตนก็น้อมรับ

ด้านนางธิดา กล่าวว่า การปรองดองจะเกิดขึ้นได้ความจริงต้องปรากฏ ไม่ใช่เอาความจริงซุกใต้พรม คนตายเป็นร้อยคนเจ็บสองพัน ถ้าความจริงไม่ปรากฏท่านจะปกครองประเทศต่อไปอย่างไร อำนาจที่ไม่ชอบธรรมไม่สามารถปิดปากบังคับประชาชนได้ การเมืองจะก้าวต่อไปสู่การเลือกตั้ง ผู้นำอยากจะเป็นนายกฯ ต่อไปไม่ได้ ถ้าความปรองดองไม่เกิด เรื่องอย่างนี้ยังถูกปกปิด การที่เรามาวันนี้เป็นการให้ความร่วมมือเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ความยุติธรรมต้องมี ถ้าหยุดตรงนี้ไปไม่ถึงศาล ประเทศนี้จะไม่สามารถสู้หน้าใครในโลกนี้ได้ และไม่มีใครปกครองประเทศในบรรยากาศอย่างนี้ได้