หน้าแรก การเมือง แบ่งเขตเลือกต...

แบ่งเขตเลือกตั้งยัง “ระอุ” บิ๊กตู่หลุดวาทะเดือด สื่อจี้ตูด ก่อนส่งโฆษกขอโทษ

1.12.18 | 11:15 น.

กลายเป็นข่าวใหญ่พาดหัวหนังสือพิมพ์และข่าวออนไลน์ที่กระจายไปพร้อมกับคลิป นั่นคือ กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความรู้สึกที่ถูกสื่อไล่ถามเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ถึงกับหลุดปากถ้อยคำรุนแรง ปรากฎในไลฟ์เฟซบุ๊กของสภาพัฒน์ฯ ก่อนจะให้โฆษกรัฐบาลออกมาขอโทษในเวลาต่อมา

รายการฟิวส์ขาดรอบนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 10.15 น. วันศุกร์ที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเพิ่งกลับจากเยือนเยอรมนี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 5/2561

นายกฯ กล่าวช่วงหนึ่งว่า

“หลายอย่างวันนี้ยังมีปัญหา ผมกลับมาก็ไม่ได้พัก ไม่ได้ไปเที่ยวไหน สื่อตามจี้ตูดถามกันทุกเรื่อง ผมจึงต้องพูดในทุกเรื่อง ถ้าฟังผมบ่นก็อย่าเพิ่งเบื่อกัน เพราะจะบ่นเป็นครั้งสุดท้ายจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ที่ผ่านมารัฐบาลอื่นไม่ทำอะไรเพราะกลัวเสียคะแนนเสียง

อย่างเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. สื่อข้างนอกก็ถามกันอย่างเดียว เรื่องการแบ่งเขต แม่ง! จะตายห่ากันให้หมดหรืออย่างไรก็ไม่รู้กับไอ้เรื่องซังกะบ๊วยพวกนี้

Advertisement

ก็ว่ากันไปตามกติกา จะผิดหรือถูก ผมไม่รู้ กติกาว่าอย่างไร ก็ว่าอย่างนั้น ผมจะไปรู้อะไร นายกฯ จะรู้เรื่องการแบ่งเขตหรือไม่เกี่ยวหรอก ใครได้ใครเสียก็ว่าไป วันนี้เขาแบ่งด้วยอะไร เขาแบ่งด้วยประชากรที่เพิ่มขึ้นกับเรื่องของพื้นที่ วันนี้เปลี่ยนไปเท่าไหร่แล้ว 4-5 ปี กูจะเอาแบบเดิมตลอด ติดพื้นที่แบบเดิมตลอด

ไม่ว่าจะปรับอย่างไร ตั้งอย่างไร แก้อย่างไร ถ้าคนไม่เลือกเลยพรรคไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น ก็แล้วแต่โชคชะตาก็แล้วกัน ประเทศไทยไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เหลือแต่คนในห้องนี้คงเข้าใจผมนะ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯย้ำอีกครั้งในที่ประชุมว่า การแบ่งเป็นเรื่องของ กกต.ที่มีการบอกกันว่าเป็นการแบ่งเขตเพื่อเข้าข้างฝ่ายนั้น หรือฝ่ายนี้

“ผมไม่ได้อยู่ฝ่ายใด และไม่ได้สั่งการใดๆ ดังนั้น กกต.จึงปรับเปลี่ยนการแบ่งเขต โดยดูระยะเวลา4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนประชากรเปลี่ยนแปลงไป เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบ แต่ถ้าทุกคนยืนยันจะเอาแบบเดิม แล้วประเทศชาติจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร

การแบ่งเขต ไม่ว่าจะเข้าพรรคใครก็ตาม ถ้าประชาชนไม่เลือกก็จบ อย่าดูถูกประชาชนเขา ประเทศนี้ไม่ได้อยู่ด้วยคนไม่กี่คน แต่อยู่ด้วยประชาชนทั้งประเทศ”

ข่าวนายกฯ ที่หลุดคำพูดรุนแรง กลายเป็นเรื่องราววิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงในวงการเมืองของวันศุกร์ที่ผ่านมา
ก่อนที่ในตอนเย็นวันเดียวกัน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยว่า นายกฯ ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพ แต่ที่จริงไม่มีเจตนา เพียงแต่ต้องการสื่อว่า ตัวท่านเองและรัฐบาลไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับการแบ่งเขตการเลือกตั้งของ กกต.
และ กกต.ก็ชี้แจงหลักเกณฑ์การแบ่งเขตชัดเจนแล้วว่ามาจากอะไร เช่น การใช้เกณฑ์ประชากรที่เพิ่มขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ สิ่งที่เคยทำมาแต่เดิมก็ต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วยเพื่อให้เกิดความเหมาะสม และไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่ใช่ทำเพื่อเข้าข้างใครทั้งสิ้น

นายกรัฐมนตรีไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม โดยทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน รักษาความสงบของบ้านเมือง และเตรียมตัวสู่การเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง

นั่นคือปฏิกิริยาของนายกฯ ต่อคำถามเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ กกต.เสนอออกมาก่อนหน้านั้น และทำให้บรรดาอดีต ส.ส.หลายพรรค ตั้งคำถามว่า ใช้หลักเกณฑ์อะไรกันแน่ เพราะส่งผลต่อการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง

แต่การจะฟ้องร้อง กกต.ก็ทำได้ยากมาก เพราะ คสช.ออกคำสั่งให้อำนาจ กกต. ดำเนินการ กลายเป็นภูมิคุ้มกัน กกต.ไป และอีกส่วนหนึ่ง ยังกังวงว่า อาจจำไปสู่การเลื่อนวันเลือกตั้ง ที่มีพรรคเล็กชงเรื่องส่งให้ กกต.อยู่