ผอ.กทบ. คนแรกเดือด ซัก ”สุริยะ” ปมพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายสุพจน์ อาวาส รองโฆษกพรรคประชาชาติ และผู้จัดการกองทุนหมู่บ้านคนแรก กล่าวว่า การที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้พักหนี้กองทุนหมู่บ้านเป็นการกระทำที่สมคบคิดและหมกปัญหา อีกทั้งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ อาจจะดีกับสมาชิกที่มิต้องส่งเงินคืน แต่ชุมชนจะไม่มีเงินหมุนเวียน จะมีการกู้เงินนอกระบบมากขึ้น เพราะชาวบ้านต้องกินต้องใช้ และที่สำคัญกองทุนหมู่บ้านจะไม่มีเงินคืนธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส. และธนาคารกรุงไทย ฯลฯ และที่สำคัญจะทำร้ายระบบการเงินฐานราก ที่ยั่งยืน

“10 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการตรวจสอบ ทบทวน ติดตาม ผลการดำเนินงานของ กทบ. รวมถึงการส่งเสริมให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านแต่ละแห่งมีความรู้ความเข้าใจ มีความสามารถในการดำเนินภารกิจอย่างเพียงพอ เหมาะสม โปร่งใส เปิดประโยชน์ต่อสมาชิกอย่างทั่วถึง ละเว้นการแก้ปัญหาที่กองทุนหมู่บ้านประสบอยู่ ทั้งปัญหาทางการเงินในกองทุน ปัญหาที่เกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านแต่ละแห่งในการดำเนินโครงการที่รัฐจัดสรรงบประมาณให้ จนกลายเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามกฏหมาย เช่น การขึ้นทะเบียนทางการค้า การภาษี ฯลฯ ทำให้เกิดความสูญเสียงบประมาณของรัฐโดยไม่เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่า เช่น การนำเงินไปซื้อเต็นท์ตู้น้ำ ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ ที่มีบริษัทเข้าไปนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ กทบ.” นายสุพจน์ กล่าวและว่า อีกทั้งไม่มีการจัดให้มีการฝึกอบรม การพัฒนาคณะกรรมการกองทุนฯ เชิงคุณภาพ ปล่อยปละละเลยให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านดำเนินงานจัดการฝึกอบรมที่ไร้คุณภาพ เน้นเชิงปริมาณใช้งบประมาณสิ้นเปลืองโดยไม่เกิดประโยชน์ แต่งตั้งพวกพ้องเข้าทำหน้าที่บริหารทั้งๆ ที่บุคคลดังกล่าวถูกร้องเรียนในความโปร่งใสเรื่องยังอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

นายสุพจน์ กล่าวว่า มีการละเลยปล่อยปละให้ร้านค้าปลีกค่ายยักษ์ใหญ่เข้าไปทำมาหากินกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยไม่ผลักดันให้ร้านค้าชุมชนสามารถและมีโอกาสที่จะทำได้แบบเดียวกัน และมีการพัฒนาระบบงานต่างๆ ติดตั้งในร้านค้าสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และแถมบริษัทที่รับติดตั้งยังติดตั้งไม่ครบ เพราะผลิตไม่ทันติดแล้วใช้ไม่ได้

“รัฐบาลกำลังหมกเม็ดภาระหนี้ของกองทุนหมู่บ้านที่ถึงเวลาคืนเงินกู้ให้กับธนาคารที่ถึงกำหนดชำระช่วงเลือกตั้งพอดี ธนาคารให้กู้ไป 2 ปี แล้ว นี้ถ้าติดตามดูแลกับส่งเสริมกันช่วงสองปีที่ผ่านมากองทุนก็คงไม่ต้องมาเผชิญชะตากรรมในช่วงนี้หรอก แต่ไม่เคยใส่ใจ จัดแต่งานเกณฑ์คนมาเอาใจรัฐบาล คนรับจัดงานก็จ้างเจ้าประจำ และมีการทำหลักฐานครบถ้วนและป่วยการที่จะไปดูใบเสร็จมันถูกต้องตรงกันหมดแต่คนรู้คนเห็นและต้อง ไปดูพฤติกรรม ต้องไปถามกองทุนต่างๆ ดู โครงการเงินอุดหนุนให้ชาวบ้านคิดเอง ทำเอง รับผิดชอบเอาเอง แก้ปัญหากันเอาเองโดยเอาเงินใส่เข้าไปในกองทุน 2-3แสนบาท หลายรอบ ก็ไม่เคยคิดกันระยะยาว ใช้ชาวบ้านแค่เป็นช่องทางกระตุ้นจีดีพี มองชาวบ้านแค่เป็นเครื่องมือ เป็นปัญหา ไม่ใช่ทรัพยากรที่มีคุณค่า ไม่มีการวางแผนระยะยาวว่าจะให้เกิดผลเชิงการพัฒนาที่ยั่งยืนในแต่ละชุมชนได้อย่างไร หมู่บ้านเอางบไปซื้อเต็นท์ ทำปั๊มน้ำมัน ตู้น้ำดื่ม นี่ไปเจาะดูว่าใครเป็นคนคิดถ้าไม่ใช่นักธุรกิจหัวใส เดินไปเสนอตัวเลขกับใครบางคน แล้วออกนโยบายใช้เงินมีทอน เดี๋ยวนี้ทิ้งร้างกันเป็นแถว เพราะไม่มีใครดูแล ที่สำคัญคือบางอย่างที่ชาวบ้านเอางบประมาณไปซื้อมาไม่ได้มาตรฐานเลยสักอย่างเดียว พอมีเรื่องก็โยนความผิดให้กรรมการ ชาวบ้าน รับกรรม” รองโฆษกพรรคประชาชาติ กล่าวและว่า แนวทางนี้กำลังสร้างความเสียหาย ทำลายศักดิ์ศรี และความเท่าเทียมในคุณค่าของความเป็นคนของชาวบ้านอีกรอบด้วยการสร้างต้นเหตุของหายนะในระบบการเงินชุมชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยอีกรอบ

 

 

บทความก่อนหน้านี้‘คล็อปป์’ขออภัยวิ่งลงสนามเพราะดีใจจัด ยกทีมสมควรเก็บ 3 แต้มเหนือ ‘เอฟเวอร์ตัน’
บทความถัดไปปราจีนบุรีสนธิกำลังร่วม ทหาร,ตำรวจ,พลเรือน “Kick Off” กวาดล้างยาเสพติดรับอรุณพร้อมกัน 7 อำเภอ!