เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 พฤษภาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีตส.ส.กทม. พรรคปชป. ในฐานะ อดีตประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนฯ แถลงถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ชี้มูลการจัดซื้อจัดจ้างไฟกทม. ราคา 39.5 ล้านบาท พร้อมส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลต่อไปว่า ขอชื่นชมการทำงานของสตง. ที่สรุปข้อมูลผลการตรวจสอบตรงกับหลักฐานที่ตนให้ แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงดำเนินการเอาผิดกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพียงคนเดียว ทั้งที่ รองผู้ว่าฯ กทม.ทั้ง 2 คน คือ นายอมร กิจเชวงกุล ซึ่งเป็นผู้ลงนามเสนอโครงการ และนายจุมพล สำเภาพล ซึ่งเป็นผู้ลงนามอนุมัติงบประมาณ ต้องมีความผิดด้วย โดยไม่ควรอ้างว่าดำเนินการตามคำสั่งของผู้ว่าฯ กทม. โดยตนจะไปยื่นหนังสือให้ สตง. ตรวจสอบในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ อยากให้สตง. เสนอให้กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยไม่ควรให้ กทม.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนกันเอง
“ผมอยากให้ สตง.เร่งดำเนินการตรวจสอบการทำงานของรองผู้ว่าฯกทม. 3 คน ที่ผมเคยยื่นร้องเรียนการทุจริตไว้ทั้งการติดตั้งกล้องซีซีทีวี การจัดซื้อเปียโน การจัดซื้อเครื่องจักรที่ไม่สามารถนำมาใช้งานได้ และการหาประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้ายในกทม. โดยทุกเรื่องตนมีหลักฐานชัดเจนส่งมอบให้ สตง.ไปแล้ว” นายวิลาศ กล่าว
นายวิลาศ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ อยากให้ ป.ป.ช.เร่งดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วที่สุด และ สตง.ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาเพื่อเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษความสงบแห่งชาติ(ตสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการปลด หรือ ย้ายผู้ว่าฯ กทม.และผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งหมดออกจากตำแหน่ง เพราะการตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นได้รับการร้องเรียนจากประชาชน หากนายกฯให้ความสำคัญกับเรื่องทุจริตอย่างที่ประกาศไว้ ก็ควรต้องเร่งใช้มาตรา 44 กับผู้บริหาร กทม.ทั้งหมด ถ้าปล่อยไว้ก็จะยังคงมีการทุจริตในอีกหลายๆ เรื่องตามมา อาทิ การจัดซื้อเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องละ 9 แสนบาท ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง และรถขัดพื้นคันละ 6 ล้านบาท ที่ซื้อไปแล้ว 20 คัน แต่ยังจอดเก็บไว้ไม่นำออกมาใช้งาน ซึ่งกำลังจะซื้ออีก 30 คัน ส่งไปยังสำนักงานเขตแต่ละเขต
“นายกฯใช้มาตรา 44 กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากที่สุด ซึ่งผมเห็นว่า กทม.ก็เป็นองค์กรท้องถิ่นที่ควรจะเป็นตัวอย่าง แต่กลับมีการทุจริตมากที่สุด ผมกล้าพูดได้ว่าข้อมูลทุกอย่างที่มี เป็นความจริง สามารถตรวจสอบได้ว่า มีการทุจริต และการฮั้วเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผมไม่คาดหวังว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะแสดงสปิริตและมีจิตสำนึก เหมือนกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.ที่เคยลาออกจากตำแหน่ง จากกรณีรถดับเพลิงมาแล้ว และการชี้มูลของสตง.ก็ไม่ได้มีผลให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย” นายวิลาศ กล่าว

