สนช.เล็งแก้ กม.พิจารณาคดีอาญา แก้ปัญหาพวกหนีคดี
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กล่าวว่า ในการประชุม สนช.วาระพิเศษ วันที่ 4 ธันวาคม ที่ประชุม สนช.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในวาระ 2-3 หลังจากที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีสาระสำคัญคือการแก้ไขหลักเกณฑ์ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยคดีที่มีอัตราโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป ต้องมีหลักประกัน จากเดิมกำหนดไว้ที่คดีที่มีอัตราโทษจำคุก 5 ปีขึ้นไป เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีที่มีอัตราโทษไม่เกิน 10 ปี ส่วนใหญ่เป็นคดีโทษไม่ร้ายแรง มีโอกาสได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวมากขึ้น โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ถ้าไม่มีพฤติการณ์ข่มขู่พยาน หรือหลบหนีคดี นอกจากนี้ ในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้อง หากมีพยานหลักฐานว่าเป็นการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต กลั่นแกล้ง เพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษหนักกว่าที่ควรเป็น ศาลจะมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีนั้นก็ได้ และห้ามโจทก์ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันนั้นอีก
นายมหรรณพกล่าวต่อว่า คำว่าการฟ้องคดีโดยไม่สุจริตให้ครอบคลุมถึงกรณีโจทก์จงใจฝ่าฝืนคำสั่ง คำพิพากษาของศาลในคดีอาญาอื่นซึ่งถึงที่สุดแล้ว โดยปราศจากเหตุผลอันสมควรด้วย ดังนั้น กรณีโจทก์หลบหนีคดีไปต่างประเทศจะไม่มีสิทธิมายื่นฟ้องพร่ำเพรื่อในคดีอาญาใดๆ ได้อีก แม้จะยื่นฟ้องมา ศาลก็ไม่รับฟ้อง เพราะถือว่าบุคคลใดที่ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ย่อมไม่ได้สิทธิได้รับความคุ้มครองจากกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ากรณีนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีคดีไปต่างประเทศ ไม่มีสิทธิจะมายื่นฟ้องคดีอาญาใดๆ ในประเทศได้อีกใช่หรือไม่ นายมหรรณพตอบว่า ไม่ใช่เฉพาะนายทักษิณหรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่หมายถึงทุกคนที่หลบหนีคดี หากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้จะไปฟ้องคนอื่นเป็นคดีอาญาไม่ได้ ยกเว้นคดีแพ่ง เพราะถือว่าเมื่อไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ก็ไม่ควรได้รับการคุ้มครอง เจตนารมณ์กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ต้องการแก้เกมหรือกลั่นแกล้งใคร แต่ต้องการให้ความยุติธรรมไม่ให้มีการฟ้องแก้เกี้ยวเพื่อกลั่นแกล้งกัน

