‘บิ๊กต๊อก’ชี้ราชทัณฑ์คุม8แอดมิน’เรารัก พล.อ.ประยุทธ์’ตามคำสั่งศาล สั่งแจงเหตุตรวจลึกผู้ต้องขังหญิง

4.05.16 | 15:40 น.
(แฟ้มภาพ)พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณี 8 แอดมินเพจเฟซบุ๊ก “เรารัก พล.อ.ประยุทธ์” ผู้ต้องหาคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และตาม ป.อาญา มาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ว่าไม่ได้สั่งการรักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์อะไรเป็นพิเศษ พูดเสมอว่าคนอย่างอธิบดีต้องเข้าใจว่าควรจะดูแลหรืออำนวยความสะดวกผู้ที่เข้ามาอยู่กับเราอย่างไร ในที่ประชุมตนสั่งไปเท่านี้ เป็นระบบของเขาอยู่แล้ว ยิ่งคดีนี้เป็นคดีที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนในเชิงสังคมจิตวิทยา เราเข้าใจอยู่ และคิดว่าอธิบดีคงจะดูแลเรียบร้อย ทั้งนี้ การจะแยกกลุ่มผู้ต้องหาไปควบคุมตัวยังเรือนจำอื่นนั้น ขึ้นอยู่กับอำนาจของศาล เพราะศาลจะเป็นผู้สั่ง เรื่องนี้มาถามกรมราชทัณฑ์ไม่ได้ เพราะกรมราชทัณฑ์เป็นหน่วยงานที่ทำตามคำสั่งศาล ไม่ใช่อำนาจของเราที่จะให้ไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้


พล.อ.ไพบูลย์กล่าวถึงกรณีนักศึกษาสาวโพสต์เฟซบุ๊กอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นขณะถูกคุมตัวอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง เกี่ยวกับประเด็นการถูกค้นตัวในลักษณะถูกละเมิดสิทธิว่า เจ้าหน้าที่มีบทเรียนมาตลอดเวลา เขาเคยถูกฟ้องร้องเวลาที่ตรวจผู้ต้องขังกันสองคน เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องมีพยานหลักฐาน จึงต้องตรวจกันต่อหน้าต่อตา แต่ไม่ใช่ต่อหน้าต่อตาในสังคมที่เปิด แต่ต้องเป็นในกลุ่มที่มีพยาน พอไปตรวจกันสองคนก็ถูกฟ้อง เขาเคยมีบทเรียนเขาจึงต้องปรับ แต่ขั้นตอนนี้ตนได้บอกอธิบดีไปแล้วว่าต้องชี้แจงกับสังคมให้เข้าใจ

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่อว่า เหมือนการปฏิบัติในเชิงของทฤษฎีว่าจะต้องทำอย่างนี้ แต่บางทีทำไม่ได้ เพราะมีกฎหมาย มีการฟ้องร้องอย่างนี้ ความจริงดีที่สุดคือไปตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่และผู้ต้องหากันสองคน จะได้ไม่มีบุคคลที่สามมองเห็น แต่เคยมีคดีการถูกฟ้องกลับ เขาก็เลยต้องมีพยานไปอยู่ด้วยว่าไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือไปจากหลักการ ส่วนกรณีที่จะต้องตรวจสอบไปถึงขนาดนั้น เพราะที่ผ่านมา ผู้ต้องหามีการซ่อนของเข้าไป เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบอย่างนั้น และเมื่อเจอของต้องห้ามเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทราบว่าของพวกนี้เข้ามาได้อย่างไร พอเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบทราบว่าเข้ามาอย่างนี้ ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบอย่างนี้ จึงอยากให้ทราบที่ไปที่มาคืออะไร

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกรมราชทัณฑ์ของบประมาณการจัดซื้อเครื่องบอดี้สแกนเพิ่ม 3 เครื่อง นำไปใช้ยังเรือนจำจังหวัดลพบุรี พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ทราบรายละเอียด ต้องดูความจำเป็น อาจมีแนวโน้มจะนำมาใช้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางก็ได้ เพื่อเป็นการลดปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ที่จริงแล้ว อยากให้ทุกเรือนจำมีเครื่องบอดี้สแกน เพียงแต่ขณะนี้เรายังไม่มีงบประมาณ

Advertisement