หน้าแรก การเมือง พรรคกรีนลุยสง...

พรรคกรีนลุยสงขลาไม่คาดหวังที่นั่ง ขอเป็นทางเลือกปชช.

5.12.18 | 12:27 น.

รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาแจ้งว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ธันวาคมนี้ นายพงศา ชูแนม หัวหน้าพรรคกรีน เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เสวนาร่วมสมาชิกและแกนนำพรรคกรีนสงขลารวมถึงทีมประสานงาน ที่บริเวณศูนย์เรียนรู้คุณธรรมเพื่อเศรษฐกิจพอเพียงของนายภาณุ พิทักษ์เผ่า หมู่ 1 ตำบลบ้านหารอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ร่วมเสวนาทางการเมือง

นายพงศาระบุว่า เดินทางลงพื้นที่มาแล้วเกือบทั่วประเทศได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะในกลุ่มคนรักและปลูกต้นไม้ พรรคพยายามส่งผู้สมัคร ส.ส.เขตให้ได้ครบทั้งหมดทั่วประเทศแต่ในเรื่องของความคาดหวังที่นั่ง ส.ส.นั้น ไม่ได้คาดหวังเพราะไม่มีคน อยู่ในกำมือแต่ขึ้นอยู่กับว่าพรรคกรีนจะอยู่ในหัวใจประชาชนมากน้อยแค่ไหน โดยส่วนตัวมีกลุ่มคนรักและปลูกต้นไม้ ให้การสนับสนุนอยู่หลายแสนคน และคาดหวังเพียงว่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งให้กับประชาชน โดยชูนโยบายการมีต้นไม้ที่แปลงเป็นทรัพย์สิน ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะมีแนวคิดกรีน

ทั้งนี้ ในเรื่องราคาสินค้าการเกษตรตกต่ำ เราเสนอว่าจะไม่มีการปิดถนนประท้วงเรื่องราคา และจะไม่มีการอุดหนุนเรื่องราคาเพราะทำมาทั้งโลกและไม่เป็นจริง เราเสนอเรื่องของสมการราคาซึ่งไม่มีพรรคไหนเสนอ สมการราคาแปลว่าสร้างความเท่ากันระหว่างฝ่ายผลิตกับฝ่ายบริโภค อย่างเช่น ข้าวสารจะต้องมีราคาสูงกว่า 2.5 เท่าของราคาข้าวเปลือก เช่นข้าวสารที่ญี่ปุ่นราคากิโลกรัมละ 250 ข้าวเปลือกราคากิโลกรัมละ 80 บาทเท่ากับต่างกัน 3 เท่า ถ้าข้าวสารแพงข้าวเปลือกก็แพงซึ่งถือเป็นหลักการง่ายๆ ส่วนเรื่องน้ำมันปาล์มก็เหมือนกันวันนี้ข้างขวดขายราคาลิตรละ 40 บาท แต่ราคาซื้อ ซื้อมาที่กิโลกรัมละ 2.50 ต้นทุน 12.50 ค่าหีบ 5 บาท ต้นทุนเพียง 17.50 บาท แต่ฝ่ายขายขายราคา 40 บาท ซึ่งเป็นสมการที่ไม่เท่ากัน ถ้าคุณขายราคาปาล์มแพง ราคาปาล์มซื้อก็ต้องแพงด้วย โดยวิธีการที่ทำง่ายที่สุดคือข้างขวดของน้ำมันปาล์มหรือผลผลิตทางการเกษตรก็จะมี QR Code สามารถให้ประชาชนตรวจสอบได้

ส่วนเรื่องราคายาง ถ้าเชื่อตนเองภายใน 1 เดือนราคายางจะขึ้นกิโลกรัมละ 64 บาททันที ถ้า 1 ปีกิโลกรัมละ 120 บาทเป็นเรื่องเด็กๆ มาก ไม่ต้องทำอะไรเลย ใช้สมการราคาอย่างเดียว เช่น สมการเรื่องยางพาราเนื้อยาง แน่นอนว่าไม่มีรัฐบาลไม่มีรัฐมนตรีคนไหนทำให้ราคายางขึ้นได้จริงนอกจากบังเอิญทั้งนั้น แล้วนำมาใช้หาเสียง วันนี้ มีส่วนหนึ่งคือไม้ยางพาราเป็นสัดส่วนรายได้ สามในสี่ของราคายาง เป็นรายได้ของเกษตรกร วันนี้ยางพาราซื้อจากเกษตรกรต้นละ 500 แต่ไปขายส่งต้นละ 10,000 เป็นสัดส่วนที่แย่มากหรือสัดส่วนอัปยศ 500 บาท คือเกษตรกรได้ค่าต้นยางที่ปลูกมา 25 ปี คนที่เอารถเก่าๆ มาตัดขายโรงเลื่อยได้ต้นละ 2,500 โรงเลื่อยไม่ต้องทำอะไรเลยขายลูกบาศก์เมตรละ 600 เหรียญ หรือ 18,000 บาท แค่รัฐบาลกำกับว่าต้องเป็นสมการราคาที่สมดุลถ้าขายแพงควรจะซื้อแพง ขึ้นยางพาราต้นละ 2,000 จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ถ้าเทียบกลับมาเป็นราคายางตลอด 18 ปีเท่ากับกิโลกรัมละ 64 บาททันทีภายในเดือนสองเดือนทำได้เลย แต่วันนี้ในความเป็นจริงรัฐบาลไปหมกเม็ดตั้งแต่ พ.ร.บ.กยท.ไม่ให้ไม้ยางอยู่ในการควบคุม เป็นการต่อรองไม่ให้ไม้ยางอยู่ในการควบคุมเพราะฉะนั้นราคาไม้ยางจึงต้องอาศัยกลไกการตลาดซึ่งแปลว่าให้พ่อค้าโกงได้อย่างเสรี

โดยในช่วงเย็นวันนี้หัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคกรีนมีกำหนดที่จะร่วมกันเดินแจกจ่ายเอกสารแนะนำพรรคและกลุ่มพลังมวลชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่

Advertisement