‘สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’วางยุทธศาสตร์-จัดทัพสู้เลือกตั้ง

หมายเหตุคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดวางตัวบุคคลเพื่อดูนโยบายด้านต่างๆ รวมถึงการจัดทัพในส่วนของพรรคเพื่อไทย เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งที่จะถึงนี้

เรามีการช่วยกันทำงานเป็นทีม เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคการเมือง หรือวิถีการเมืองไม่ใช่ความก้าวหน้า แต่เป็นมิติใหม่ที่ย้อนยุคไป 40 ปีที่แล้ว เรากำลังย้อนเวลากลับไปในยุคที่ประชาธิปไตยมีได้ครึ่งใบ เป็นการเล่นเกมงูตกบันได เราจึงต้องปรับตัวในส่วนของการทำงานของพรรค แต่ก็มีความโชคดีที่เรามีความศรัทธา และความเชื่อมั่นจากสมบัติเก่า ซึ่งเป็นผลงานของอดีตผู้นำที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ว่า ทุกนโยบายและทุกครั้งที่มีโอกาสกลับเข้ามาทำงาน เราสามารถผลักดันการแก้ไขปัญหา และสร้างการพัฒนา รวมถึงสร้างความทันสมัยให้กับประเทศไทยได้ ครั้งนี้ตั้งแต่มีการทำรัฐประหาร และได้มีการวางแผนที่จะสืบทอดอำนาจตั้งแต่วันแรกที่รัฐประหาร คำพูดติดปากคือ รัฐประหารครั้งนี้ต้องไม่เสียของ เขาจึงวางแผนการยึดอำนาจ 20 ปี ปรากฏชัดจากร่องรอยการวางกฎกติกาในรัฐธรรมนูญ และกลไกต่างๆ

ประกอบด้วยบันได 7 ขั้น คือ

ขั้นที่ 1 มีกฎกติกาต่างๆ ทั้งรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก จนถึงประกาศคำสั่ง คสช.มากมาย จนวันนี้เขามีพรรคที่จะสนับสนุน คสช.

ขั้นที่ 2 คือการตั้ง ส.ว. 250 คน เป็นการตุนเสียงไว้ในกระเป๋า

ขั้นที่ 3 คือ ใช้มาตรา 44 ในการห้ามคู่แข่งทางการเมืองลงฝึกในสนาม ห้ามทำงาน ห้ามพบประชาชน กีดกันทุกอย่าง ทั้งที่ผ่านมาทำตัวเองเป็นกรรมการกลาง แต่พออยากลงเล่นก็เขียนกติกาเอาเปรียบผู้เล่นคนอื่น

ขั้นที่ 4 ใช้อำนาจที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ใช้งบประมาณของหลวง ใช้งบแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน เป็นรัฐบาลที่ใช้เงินในการแจกเก่ง แต่ใช้ไม่เป็น เพราะหากใช้เป็นต้องได้กำลังซื้อกลับขึ้นมา แต่เราได้พิสูจน์แล้วว่า 4 ปีมานี้ แจกเก่ง ใช้เก่ง แต่ใช้ไม่เป็น สมัยของเราว่าเราเป็นประชานิยม ยังไม่แจกแบบนี้ แต่เราคิดถึงการหารายได้ให้ประชาชน

ขั้นที่ 5 คือแทรกแซงองค์กรอิสระที่ต้องทำหน้าที่กำกับการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม วันนี้แม้แต่การแบ่งเขตเลือกตั้งที่เกิดขึ้นที่ควรเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และกฎหมายลูก ก็ใช้มาตรา 44 ให้การทำสิ่งผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมาย และต่อจากนี้จะมีใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม ก็จะทำหน้าที่ออกอย่างเต็มที่

ขั้นที่ 6 คือ การดูด ส.ส.ของทุกพรรคโดยใช้อำนาจรัฐ ใช้คดีความของเจ้าตัว และญาติพี่น้องมาเป็นเงื่อนไข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายองค์กรก็โดน ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่ใช้อำนาจรัฐมากที่สุด ทั้งใช้มาตรา 44 ควบคุม โยกย้ายข้าราชการต่างๆได้ด้วย

และสุดท้าย ขั้นที่ 7 คือ ในวันเลือกตั้งคงจะได้เห็นอภินิหารอะไรต่างๆ อีกมากมาย และหลังเลือกตั้งเมื่อผลการเลือกตั้งออกก็น่าติดตาม เราจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่เลือกตั้งภายใต้มาตรา 44

พรรคเพื่อไทยต้องปรับตัว ปรับการทำงาน โดยเชื่อมั่นในการทำงานเป็นทีม เพราะคนในพรรคเป็นคนที่มีความสามารถสูง เรามีนักกฎหมาย มีนักเศรษฐกิจที่คิดเป็น มีประสบการณ์ การมีเทคโนโลยีเข้ามาเราเห็นเป็นโอกาสที่จะทำงานให้ประเทศชาติ และประชาชนเป็นไปได้อย่างเร็วขึ้น และถูกขึ้น เราจึงมีสัดส่วนของคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดใหม่ๆ และรู้จักการใช้เทคโนโลยีมาร่วมกับเราด้วย


เรามีทีมทำงานที่มีความสามารถ อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และทีมงาน จะมาเป็นผู้ดูแลด้านเศรษฐกิจ ด้านการหารายได้ และด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในทุกด้าน ทั้งรถไฟ การพัฒนาแหล่งน้ำ โครงสร้างพื้นฐานด้านอินเตอร์เน็ต นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นคนหนึ่งร่วมกับอีกหลายคน เช่น นายวิทยา บุรณศิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ ที่จะมาดูแลกลุ่มงานด้านการเกษตร โดยคิดกันว่าจะทำอย่างไรให้ราคาพืชผลเกษตรจะขึ้น โดยใช้เงินเท่าที่ตั้งงบอยู่ขณะนี้ แต่ใช้วิธีคิดแตกต่างจากที่รัฐบาลนี้คิด เพราะเราคิดเป็น

ต่อมาคือนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค เป็นจอมยุทธ์ด้านการเมือง และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯ จะมาดูเรื่องของการกระจายอำนาจ ซึ่งเราให้ความสำคัญในเรื่องนี้เพราะวันนี้ประเทศมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก และจะเป็นตัวทำลายสังคมที่สงบสุขในอนาคต เราจึงต้องกระจายโอกาส กระจายอำนาจ และกระจายรายได้ สำหรับนายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของความยุติธรรม ที่ไม่ใช่การยุติความเป็นธรรม แต่เป็นความยุติธรรมจริงๆ ปัญหาของประเทศมีมากมาย ปัญหาหนึ่งคือเรื่องของการทุจริต และความไม่เป็นธรรม ความไม่เป็นธรรมมากับความเหลื่อมล้ำ นายชัยเกษมจะเข้ามาดูเรื่องนี้ ดูแลคนตัวเล็กๆ ที่ถูดปิดโอกาสในการทำมาหากิน ส่วน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ได้ทุ่มเทมากกับการปราบปรามการทุจริต เก็บข้อมูลมาตลอดระยะเวลาที่ไม่ให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง เราจะไม่ใช่แค่จับทุจริต แต่เราจะวางระบบที่จะป้องกันการทุจริตต่างๆ โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้วย ต่อไปคือ นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา จะมาดูเรื่องปัญหาอุปสรรคในการทำมาหากิน เพราะบ้านเรากฎหมายมากมาย ใบขออนุญาตที่ต้องขอในการที่จะทำธุรกิจก็มาก ต้องจัดการตรงนี้ ด้านนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนาวาอากาศตรี ศิธา ทิวารี ผู้ประสานงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค จะมาดูเรื่องของการศึกษา และการพัฒนาคน โดยเราจะชูการพัฒนาคนเป็นวาระแห่งชาติ

วันนี้เราคงจะลงรายละเอียดได้ไม่ครบทุกเรื่อง แต่เราจะค่อยๆ ชี้แจงกับประชาชน เพราะต้องดูว่าเราพูดได้มากน้อยแค่ไหน เราแค่อยากพูดได้เพียงครึ่งหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พูดได้ก็พอ

•การจัดวางบุคคลสมัครส.ส.

สำหรับการจัดวางตัว ส.ส.ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลเพื่อประชุมคณะกรรมการสรรหา ส่วนใหญ่คนที่จะลงสมัคร ส.ส.เพื่อไทยจะเป็นอดีต ส.ส. ส่วนการที่จำนวนอดีต ส.ส.ที่ลดลงและการแบ่งเขตใหม่ อาจจะกระเทือนกับอดีต ส.ส.ที่ถูกลดเขตหรือเปลี่ยนเขตก็ต้องปรับแก้ ในส่วนที่มีคนออกไป เช่น จ.เลย ก็มีผู้เข้ามาจำนวนมาก ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคนมีสิทธิเสนอตัวและนำชัยชนะมาได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการทำโพลกันอยู่ ยังอยู่ในระยะเวลา และยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยได้รับความสนใจ มีผู้เสนอตัวเข้ามาจำนวนมากกว่าจำนวนเขต บางเขตก็จะทำไพรมารีโหวตเพื่อรับฟังเสียงสมาชิกด้วยเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย และเป็นธรรม

•กังวลหรือไม่กับบทบาทหน้าที่การนำทัพพรรค เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นภาพรอยต่อจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และจะหนีไม่พ้นการเปรียบเทียบ

ยังมองไม่เห็นจุดที่ว่าต้องกังวลในเรื่องของอะไร เราอยู่กับหน้าที่ในปัจจุบัน เราก็ทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด เพราะเราก็อยู่องค์กรเดียวกัน แม้ว่าตามกฎหมายขณะนี้อดีตนายกฯจะไม่ได้อยู่ในองค์กรแล้วก็ตาม

•ในอนาคตหากคุณหญิงได้เป็นนายกฯ หญิงคนที่ 2 อาจจะมีภาพเปรียบเทียบในจุดแข็งหรือจุดที่ต้องเพิ่มเติมจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์

เราไม่ใช่คู่แข่งกัน และอะไรที่ดีที่ผู้บริหารพรรคของเราเคยทำมา ยิ่งต้องทำให้ดีเพื่อประชาชน

•ยังมีปัญหาเรื่องการยอมรับของส.ส.อยู่หรือไม่

เรากำลังอยู่กับปัจจุบันที่ต้องแข่งขันกับคู่ต่อสู้ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเรียกว่าเป็นการเปรียบเทียบการทำงานของพรรค พท.กับพรรค พปชร. เราคิดตรงข้ามกันจริงๆ ซึ่งเรามั่นใจว่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น และทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น

บทความก่อนหน้านี้รวบ ร.ต.ท.-ลูกขายข้อมูลราชการทางเฟซบุ๊ก รับเช็กทะเบียนราษฎร์ผิดกฎหมาย-ตั้ง กก.สอบวินัย
บทความถัดไปคนร้ายแฮกเฟซฯลวงยืมเงิน-อ้างชื่อเปิดบัญชี คาดทำเป็นขบวนการ สูญเป็นแสน