หน้าแรก การเมือง “หญิงหน่อย” บ...

“หญิงหน่อย” บอก “บิ๊กตู่” ไม่ควรสวมหมวก 2 ใบ ส่วนจะลาออกหรือไม่อยู่ที่จิตสำนึก (คลิป)

8.12.18 | 12:01 น.

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม  ที่ตลาดอมรพันธุ์ 9 ถ.เสนานิคม 1 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยสมาชิกพรรคพท. อาทิ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคพท. ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ อดีตส.ส. และว่าที่ผู้สมัครกทม. เดินทางมารับสมัครสมาชิกพรรคพท. โดยการลงพื้นที่รับสมัครสมาชิกพรรคของคุณหญิงสุดารัตน์ครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ย่านลาดพร้าวซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้บ้านของเจ้าตัวเป็นครั้งแรก ซึ่งทันทีที่คุณหญิงสุดารัตน์เดินทางมาถึงฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก แต่บรรยากาศก็ยังเต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้าให้การต้อนรับเป็นอย่างดี มีทั้งคนเข้ามาสวมกอด และมอบดอกไม้ให้กำลังใจ แต่ก็มีหญิงสูงวัยตะโกนไล่หลังคุณหญิงสุดารัตน์ว่า “ให้ฝนตกลงมาหนักๆจะได้ไล่ออกไป” และ “นักการเมืองมาก็เพื่อหาประโยชน์กันทั้งนั้น”

จากนั้นเวลา 08.30 น. คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผลการประชุมระหว่างคสช.กับพรรคการเมืองที่ระบุจะคลายล็อกหลังปีใหม่ ว่า เขาปลดล็อกวันไหนก็พร้อมทำงานในวันนั้น เพราะทุกวันนี้สิ่งที่ทำอยู่เราก็พยายามทำอยู่ในกรอบของกฎหมาย ซึ่งหากปลดล็อกก็จะได้มีโอกาสฟังปัญหาของประชาชนแล้วนำมาทำเป็นนโยบายให้สมบูรณ์เสียที ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นปัญหาของการเลือกตั้งครั้งนี้คือการไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตยในการเลือกตั้งเลยเนื่องจากถูกคำสั่งคสช. ห้ามโน่นห้ามนี่ และห้ามไม่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่ออกมาแล้ว ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ประชาชนเสียโอกาสที่จะมาร่วมคิดร่วมทำนโยบายกับพวกเราซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องเข้าไปทำงาน

เมื่อถามถึงการที่กรรมการในการจัดการเลือกตั้งควรทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นผู้ลงมาเล่นเอง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้ต้องถามความชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเลือกบทบาทไหน ระหว่างบทบาทการเป็นกรรมการกลางที่กำลังกล่าวอ้างอยู่ ก็ต้องไม่ลงมาเป็นผู้สมัครแคนดิเดตของพรรคการเมืองถึงจะทำหน้าที่เป็นกรรมการกลางได้ แต่หากจะลงมาสมัครเป็นผู้เสนอตัวเป็นแคนดิเดตของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งซึ่งไม่ผิดอะไร และสามารถทำได้นั้น ท่านก็ไม่ควรที่จะสวมหมวกการเป็นกรรมการกลางแล้วใช้อำนาจทั้งหัวหน้าคสช. และอำนาจนายกฯ เพราะทำให้เกิดข้อกังวลได้ว่าการใช้อำนาจทั้งการเป็นหัวหน้าคสช. และนายกฯนั้นเข้าไปแทรกแซงการทำงานของกกต. เป็นที่หวั่นวิตกได้ และเราก็เห็นตัวอย่างที่เราไม่เข้าใจที่มาที่ไป เช่น จู่ๆก็ประกาศใช้อำนาจหัวหน้าคสช. แบ่งเขตเลือกตั้ง

 

Advertisement

 

“เมื่อวานก็ได้รับทราบข่าวที่ยังไม่ชัดเจนว่า นายกฯ ให้ความเห็นว่า บัตรเลือกตั้งไม่ควรใส่โลโก้ของพรรคการเมืองซึ่งตรงนี้ต้องเข้าใจหลักการของประชาธิปไตยก่อนว่า พรรคการเมืองต้องเฟ้นหาผู้สมัคร และหาตัวคนที่จะมานำเสนอตัวให้กับประชาชน ให้พอเพื่อที่จะให้ประชาชนเลือก และมีคุณสมบัติที่ดีพอที่จะทำงานพรรค แล้วประชาชนจะเลือกพรรค นี่คือหลักการ แต่วันนี้หลักการถูกทำให้บิดเบี้ยวไปหมดใช้บัตรใบเดียวเลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรค เลือกทั้งนายกฯ แล้วก็จะไม่ใส่โลโก้ของพรรคในบัตรเลือกตั้งด้วย ทั้งที่กฎหมายกำหนดว่า ส.ส.จะลงสมัครได้ต้องสังกัดพรรคการเมือง แปลว่ายังให้ความสำคัญกับระบบพรรคการเมืองอยู่ คือพรรคเลือกคนแล้วประชาชนเลือกพรรค ในบัตรเลือกตั้งกลับจะไม่ให้มีสัญลักษณ์ของพรรค แบบนี้ก็ลงสมัครอิสระเลยดีไหม ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าการทำมาทั้งหมดคือการปฏิรูปการเมืองตรงไหนบ้างที่ทำแล้วดีขึ้น ซึ่งตนมองว่ามีแต่ความสับสนอลหม่านและมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ต้องมีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งถึง 350 แบบ ประชาชนจะมีความสับสนบนถนนเส้นเดียวกันจะเลือกพรรคเดียวกันแต่ก็มี 3-4 เบอร์ หากเข้าคูหาแล้วไม่มีโลโก้อีก ประชาชนก็จะยิ่งสับสนขึ้นไปอีก ตนไม่ทราบว่าการทำเช่นนี้คือการปฏิรูปการเมืองหรือทำให้ประชาชนต้องฝึกจำ”คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

เมื่อถามว่า การที่บอกว่านายกฯควรที่จะต้องสวมหมวกคนละใบนั้น นายกฯควรลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ไม่ได้บอกอย่างนั้น เป็นจิตสำนึก เป็นจริยธรรม และเป็นวิจารณญาณของ พล.อ.ประยุทธ์เอง แต่การสวมหมวกเป็นทั้งกรรมการกลาง และนายกฯ ทั้งยังไปทำหน้าที่ที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง เช่น การพยายามไปยุ่งย่ามจัดการการเลือกตั้งซึ่งเป็นหน้าที่ของกกต.นั้นไม่เหมาะสม ถ้าท่านจะเสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคการเมืองท่านก็ไม่ควรไปทำหน้าที่เป็นกรรมการกลาง แบบนี้การเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ยุติธรรมได้อย่างไรพรรคพท.เพียงขอให้การเลือกตั้งครั้งนี้ปราศจากการซื้อเสียงการใช้อำนาจรัฐ เพื่อให้ผลการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของนานาชาติและทำตามกฎหมาย อย่าได้ทำอย่างที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บทบาทเป็นสิ่งสำคัญ การที่มีอำนาจเป็นหัวหน้าคสช.และนายกฯ เมื่อวานที่ให้กกต. จัดการประชุมแล้วพล.อ.ประยุทธ์นั่งหัวโต๊ะด้วยนั้น มันไม่ใช่หน้าที่ ผิดหลักเกณฑ์ และไม่ใช่สิ่งที่ควรจะทำ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์บอกว่าจะทำตัวเป็นกรรมการกลางไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมือง คนก็พอจะยอมรับได้ แต่วันนี้ตนคงไม่ต้องอธิบายอะไรมากเพราะประชาชนก็คงเข้าใจแล้ว

 

เมื่อถามว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะกองเชียร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุว่า พร้อมคุยกับทุกพรรคการเมือง พรรคพท.จะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนในการพูดคุยกับพรรคะปชร. ถึงแนวทางในการจัดตั้งรัฐบาล คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ต่างคนต่างทำหน้าที่อย่าให้กติกาต่างๆ บิดเบี้ยวกว่านี้ ก็ให้กลไกทำหน้าที่ในการเลือกตั้งและพยายามรักษาการเลือกตั้งครั้งนี้ให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม  ปราศจากการซื้อสิทธิ หรือการใช้อำนาจรัฐ

“แต่วันนี้เราเห็นพฤติกรรมที่ทำให้หวั่นวิตกกันว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่ใช้อำนาจรัฐและใช้อำนาจเงินมากที่สุดหรือไม่  ทั้งนี้ขอฝากไว้ว่าผู้ที่ทำตัวเป็นกรรมการกลางและกรรมการกลางจริงๆซึ่งคือกกต. ต้องให้ความใส่ใจในเรื่องเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม พรรคพท. จะมีกลไกในการตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง เพราะไม่มีใครช่วยเหลือเราได้ เราต้องช่วยเหลือตัวเอง เพื่อป้องกันการโกงการเลือกตั้งโดยจะมีการตั้งศูนย์ที่จะคอยรับฟังข้อมูล ช่วย ส.ส. เก็บข้อมูลการใช้อำนาจรัฐการซื้อเสียงในแต่ละพื้นที่ เพื่อร้องต่อกกต. เพราะเราไม่มีความมั่นใจใดๆในเมื่อกรรมการกลาง ที่อ้างว่ารัฐประหารลงมาเป็นผู้เล่นเต็มตัว และกกต.ก็ยังไม่เห็นว่าจะสามารถทำหน้าที่เพื่อสร้างความอุ่นใจมั่นใจได้อย่างไร แต่ก็ขอให้กำลังใจกกต. ซึ่งเราและประชาชนหวังกับท่านไว้มาก ว่าจะจัดการเลือกตั้ง ได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมปราศจากการซื้อเสียง การใช้อำนาจรัฐ นอกจากนี้ ตนไม่กังวลถึงการเลือกตั้งซึ่งมีเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถ้าหากเลื่อนการเลือกตั้ง ก็ไม่ใช่หน้าที่ของพรรคเพื่อไทย ที่จะตอบคำถามแต่ พล.อ. ประยุทธ์จะต้องเป็นคนตอบและยืนยันว่าเรามีความพร้อม เดินหน้าทำงานของเราไป” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว