เขตบางขุนเทียน เดิมเขตนี้ “แกนนำแดง พิพัฒน์ชัย” ไพบูลย์ ลงชนช้างกับเจ้าของพื้นที่เดิม ตระกูลดังตังค์ถึงพิพัฒน์ชัย แม้จะพ่ายในสนาม แต่เป็นที่จับตาของทุกพรรคเพราะพ่ายแค่ 3,000 เศษ และได้รับบำเหน็จจากพรรค ให้เป็นโฆษกกระทรวงมหาดไทย และเลขานุการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
และในวันนี้ถูกใบแดง ต้องเว้นวรรคการเมือง 10 ปี เพราะการขึ้นเวทีปราศรัยของ นปช. ปี 53 แต่หมายมั่นปั้นมือดันภรรยา
คนรุ่นใหม่ จบปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง “น้องเชอร์รี” กมลพัฒน์ ปุงบางกะดี่ ลงสู้ศึกชนกับ เจ้าเดิมตระกูลเดิม
ซึ่งเดิม “เชอร์รี่” ถูกวางตัวให้ลงในนามพรรคเพื่อไทย แต่ด้วยเหตุผลทางการเมือง ถูกสับตัวให้มาลงพรรคไทยรักษาชาติ ในนาทีสุดท้าย
“คิดว่าการเมืองวันนี้แยกกันสองขั้วชัดเจน คือ ฝ่ายเอาประชาธิปไตย กับฝ่ายสนับสนุนการสืบทอดอำนาจเผด็จการ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ต่อสู้กับเผด็จการมาตลอด ดิฉันเองก็ได้เข้าร่วมกับเหตุการณ์ต่างๆ มามากมาย สามี (พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์) ก็สู้กันจนติดคุกติดตะราง เราก็พร้อมสู้ต่อ เดิมพรรคเพื่อไทยได้วางตัวให้ลงสมัคร ในเขตบางขุนเทียน กทม. ต่อมาเมื่อมีพรรคไทยรักษาชาติเกิดขึ้น และมีพี่ๆ ที่ร่วมต่อสู้กันมา อย่าง พี่เต้น (ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ) ก็ไปร่วมก่อตั้งพรรคนี้ มีนักการเมืองรุ่นใหม่ รุ่นเก๋ามาร่วมกันทำงานในพรรคนี้มากมาย พี่เต้นก็ชวน ก็ได้ปรึกษากันหลายฝ่าย ก็ได้ขอสรุปว่า ให้ตัดสินใจเอง จึงคิดว่าเพื่อไทยหรือไทยรักษาชาติก็เหมือนกัน มีอุดมการณ์ตรงกัน พี่น้องกัน
และคิดว่าเพื่อไทยคือบ้านที่เราเคยอยู่ และอยู่อย่างอบอุ่นวันนี้เพื่อไทยเป็นบ้านหลังใหญ่ที่มั่นคงและมีคนอยู่มากแล้ว พี่ๆ เขาเลยคิดจะสร้างบ้านอีกหลังเพื่อไว้รองรับให้พี่น้องผู้มีอุดมการณ์ตรงกันได้มาอาศัย เพิ่มขึ้นมาอีกหลังเลยคิดว่า ถ้ามาตอนนี้ก็จะเป็นคนแรกๆ อีกคนหนึ่งที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างบ้านหลังใหม่นี้ เพื่อเราทุกคนได้อาศัยอย่างอบอุ่นเหมือนตอนอยู่เพื่อไทย จึงตัดสินใจมาสังกัดพรรคนี้ ส่วนผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ประชาชนจะเป็นคนตัดสินและพร้อมยอมรับค่ะ”

