หน้าแรก การเมือง โครงร่างตำนาน...

โครงร่างตำนานคน : ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ อนาคตประชาธิปไตยไทย : โดย การ์ตอง

9.12.18 | 13:00 น.

ความพยายามที่จะปิดทาง “นักการเมืองคนอื่น” ขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้ความพยายามที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำประเทศต่ออีกสมัยเป็นไปอย่างเข้มข้น หรือแทบจะเรียกได้ว่า “ทุกเม็ด” เพื่อป้องกัน “เสียของ”

อย่างไรก็ตามแม้จะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาก ด้วย “ผู้มีบารมีในท้องถิ่น” ชักแถวกันเข้ามาร่วมใส่เสื้อ แต่ “พรรคพลังประชารัฐ” ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสานต่ออำนาจของ “พล.อ.ประยุทธ์” ก็ยังพร่องแพร่ง ไม่เชื่อมั่นเต็มร้อย ดังนั้นกระบวนการจึงต้องดำเนินต่อไป เพื่อไม่ให้ภารกิจล้มเหลว

ล่าสุดมีข่าวกระเซ็นกระสายมาแล้ว ถึง “การทาบทามพรรคเข้าร่วมรัฐบาล”

สูตร “สามแกนหลัก” อันประกอบด้วย “พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์” ได้รับการยืนยันว่า เริ่มเจรจาต่อรองกันแล้ว

แน่นอนว่า “ภูมิใจไทย” ไม่มีปัญหาอะไรมากนัก หาก “โควต้ากระทรวงเป็นที่น่าพอใจ” และ “สามารถนำนโยบายที่ประกาศไว้ตอนหาเสียงไปประกอบเป็นนโยบายรัฐบาลได้” ทุกอย่างก็จบเพราะมีเหตุผลที่จะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ ถึงแม้ประชาชนส่วนหนึ่งจะไม่เข้าใจ แต่ประชาชนที่เลือกพรรคภูมิใจไทยย่อมไม่มีปัญหา เพราะรับรู้อยู่แต่ต้นแล้วในแนวทางของพรรค

Advertisement

ความน่าสนใจจึงไปอยู่ที่ “ประชาธิปัตย์”

ยิ่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศชัดเจนแล้วว่า “พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย”โดยมีเหตุผลว่า “แนวทางของพรรคพลังประชารัฐในการบริหารงาน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การโยกย้ายฝ่ายการเมือง และการรวมศูนย์อำนาจ
มีแนวทางไม่สอดคล้องกับพรรคประชาธิปัตย์”

จึงทำให้การสานต่ออำนาจของ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นโจทย์ที่ยากขึ้น

แม้จะไม่ยากนักกับการเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เพราะ “รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน” เขียนขึ้นเพื่อเอื้อต่อหนทางนี้อยู่แล้ว

เพียงแต่เรื่องวิตกกันคือ “เป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่บริหารประเทศอย่างราบรื่นได้หรือไม่”

ที่มองและเป็นห่วงกันคือ “บทบาทของสภาผู้แทนราษฎร ที่แม้จะถูกจำกัดลงไปมาก” แต่ไม่มีทางเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับท่านผู้นำเหมือน “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” ที่สั่งซ้ายหันขวาหัน วิดพื้นกี่ครั้งได้ในปัจจุบัน

และตรงนี้เองที่ “สภาผู้แทนราษฎร” ซึ่งจะมาแทน ต้องมี “พรรคการเมือง” ซึ่งเชื่อมือได้ในฝีปากสำหรับช่วยตอบโต้ในสภาผู้แทนราษฎร

พรรคที่เชื่อว่าจะใช้งานในภารกิจนี้ดีที่สุดคือ “ประชาธิปัตย์” ซึ่งเป็นบทบาทถนัดไม่มีใครเกิน

ทว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะผู้นำพรรคประกาศเสียงดังฟังชัดเสียแล้วว่าไม่เอาด้วย

หนทางเดียวที่จะทำให้เป็นไปได้คือ “อภิสิทธิ์” ออกจากหัวหน้าพรรคหลังเลือกตั้ง แล้วให้หัวหน้าพรรคคนใหม่พลิกกลับมาสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ

ทางหนึ่ง “อภิสิทธิ์” ลาออกเอง ด้วยเหตุผลรับผิดชอบต่อผลการเลือกตั้ง ซึ่งความคิดนี้มีการบอกเล่าไปทั่ว
อีกทางหนึ่ง ถูกขบวนการกดดันให้เปลี่ยนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

หากเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะหนทางไหน “ประชาธิปไตย” จะเดินเข้าถ้ำมืดอย่างแทบจะเรียกได้ว่า “ชนิดถาวร” โอกาสที่จะคืนกลับสู่แบบอำนาจเป็นของประชาชนอย่างเท่าเทียมแทบมองไม่เห็นอีกเลย

แต่นั่นหมายความว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะจบชีวิตทางการเมืองไปอีกยาว

และนี่เป็นสภาวะที่น่าสนใจ

เป็นความสนใจน่าสนใจที่ยืนอยู่กับการติดตามบทบาทของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในวัยที่หากยังสามารถเดินในถนนสายประชาธิปไตยได้อีกยาวไกล

การ์ตอง