สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารออกจับกุมประชาชนทั่วไปจำนวน 8 คน
ก่อนตั้งข้อหากระทำความผิดกฎหมายอาญามาตรา 116 และกฎหมายคอมพิวเตอร์
ด้านหนึ่ง ในการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดง “ผัง-แผนภูมิ” ว่าผู้ถูกจับเชื่อมโยงไปถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักกิจกรรมผู้จุดประกาย “เสื้อแดงกลางเมือง”
อย่างไร
ด้านหนึ่ง ในสำนวนที่เจ้าหน้าที่ทหารยื่นคัดค้านการประกันตัวต่อศาลทหาร ระบุว่าทั้ง 8 คนมีความเชื่อมโยงกลับไปถึง นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของ นายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะผู้ออกทุนให้เคลื่อนไหวดำเนินการ
ก่อนจะแจ้งข้อหากระทำความผิดตามมาตรา 112 เพิ่มเติม
ลองพิจารณา
ในคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 8 รายที่ยื่นต่อศาลทหารนั้น ระบุว่า
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. พล.ต.วิจารณ์ จุดแดง ผอ.ส่วนกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน. และหัวหน้าฝ่ายกฎหมายหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการข่าว คสช. มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ 1-8
ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พ.ค.2557 พบการกระทำผิดเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2559 เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวทางทหารสืบทราบว่ามีกลุ่มบุคคลร่วมกันเปิดเว็บเพจเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อ “เรารัก พล.อ.ประยุทธ์”
ตรวจสอบพบมีเนื้อหาโจมตีรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ
27 เม.ย.2559 เจ้าพนักงานรักษาความสงบซึ่งอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ร่วมกับตำรวจตรวจค้นสถานที่หลายจุดเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกันของกลุ่มผู้ต้องหา และตรวจยึดของกลาง และเชิญตัวผู้ต้องหามาซักถามปากคำ
ได้ความว่า น.ส.ณัฏฐิกา วรธัณยวิชญ์ ชักชวนให้ นายศุภชัย สายบุตร มาเป็นแอดมินเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว นำภาพ พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคำพูดขำๆ มาใส่
นายโยธิน มั่งคั่งสง่า เป็นผู้นำภาพไปโพสต์ในเพจ นายวรวิทย์ ศักดิ์สมุทรานันท์ ทำหน้าที่หา/ส่งข้อมูลตัดต่อภาพ
นายกัณสิทธิ์ ตั้งบุญธินา เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหา รูปภาพตัดต่อ นายนพเก้า คงสุวรรณ และ นายธนวรรธ บูรณศิริ ทำหน้าที่ตัดต่อภาพเช่นกัน
โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก นายหฤษฎ์ มหาทน ซึ่งรับเงินจาก นายชัยธัช รัตนจันทร์ ที่สนิทสนมกับ นายพานทองแท้ ชินวัตร
และเป็นผู้รับฝากเงินจากนายพานทองแท้มาอีกทอด
นายจตุพรกล่าวในรายการโทรทัศน์ของตนเองว่า ทหารและตำรวจแถลงข่าวควบคุมพลเมืองเน็ตทั้ง 8 คน แต่สร้างผังโยงตนไปเป็นผู้ว่าจ้าง เท่ากับถูกกลั่นแกล้งและใกล้หมดความอดทนแล้ว
ความจริงข้อมูลที่นำมาสร้างผังกล่าวหา ทหารไปขอจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง และหนังสือพิมพ์นี้เอามาจากเพจรายการมองไกล ไม่มีอะไรสำคัญจนเกี่ยวข้องกับภัยความมั่นคง
นายจตุพรกล่าวว่า น.ส.ณัฏฐิกาหรือนัท และนายนพเก้าหรือนพ เป็นลูกน้องของตน เป็นฟรีแลนซ์มาดูแลเพจให้ตนและเพจพีซทีวีด้วย โดยสถานีเป็นคนว่าจ้างให้มาดูแล มีหลักฐานการจ้างชัดเจน
การว่าจ้างคนทำเพจผิดกฎหมายข้อไหน เนื้อหารายการและถ้อยคำในเฟซบุ๊กของตนผิดตรงไหน
รวมทั้งการจ้างคนผิดตรงไหน
ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ
นายพานทองแท้ที่มีชื่ออยู่ในสำนวนว่าเป็นผู้จ้างวานครั้งนี้ ก็เคยมีชื่อปรากฏใน “ผังล้มเจ้า” ของ ศอฉ. เมื่อครั้งการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 มาแล้ว
เป็นผังล้มเจ้าที่สุดท้าย พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ให้การกับศาลอาญาว่า
ชื่อที่ปรากฏในผังนั้นมิได้มีพฤติกรรมตามข้อกล่าวหาแต่อย่างใด
ถ้าหนก่อนผังล้มเจ้าเป็นจินตนาการ เป็นความเชื่อ
หนนี้ผังล้ม คสช. และสำนวนคดีที่ยื่นต่อศาล
จะหนักแน่นกว่าหรือเดินซ้ำรอยเก่า

