หมากรุก เลือกตั้ง เดินผิด เพียง ตัวเดียว อาจแพ้ ทั้งกระดาน

10.12.18 | 13:00 น.

หากการแยกและแตกตัวจากพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคประชาชาติ เป็นพรรคไทยรักษาชาติ เป็นพรรคเพื่อชาติ คือ ยุทธวิธี 1

ยุทธวิธีอันสะท้อนความรู้เท่าทัน

รู้เท่าทันรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ต้องการสกัดพรรคเก่า พรรคใหญ่จากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550

โดยวิธีการเลือกตั้งแบบแบ่งสรรปันส่วน ใช้บัตรเบอร์เดียว

นั่นก็คือ แผนดาวกระจาย หวังเอาการแยกและแตกตัวไปสะสมกำลังและมารวมตัวกันเพื่อสร้างพลังภายหลังการเลือกตั้ง

Advertisement

ข้อเสนอเรื่องตัดชื่อและโลโก้พรรค คือ การตอบโต้

ไม่ว่าข้อเสนอนี้ในที่ประชุมร่วม คสช.กับ 80 กว่าพรรคการเมืองจะมาจาก “สมองก้อนโต” ของใครแต่ก็เท่ากับเป็นยุทธวิธีในการแก้เกม

โดยดำรงจุดมุ่งหมายของ “อำนาจ” เหมือนเดิม

ไม่ว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญตามที่สำแดงเจตนารมณ์เอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ไม่ว่าการแก้เกมทางการเมืองด้วยการเปลี่ยนแปลงการพิมพ์ “บัตรเลือกตั้ง”

เป็น “ยุทธวิธี” เพื่อเป้าหมาย “อำนาจ” แน่นอน

คำถามก็คือ ยุทธวิธีแต่ละยุทธวิธีที่แสดงตัวออกมามีผลสะเทือนต่อ “เป้าหมาย” อย่างแจ่มชัดเป็นจริงหรือไม่

หรือว่าเป็นไปอย่าง “กระจาย”

เป้าหมายที่ต้องการ 1 เพื่อป้องกันมิให้รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ต้องกลายเป็นรัฐประหาร “เสียของ” เหมือนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

และ 1 คือ สกัดมิให้พรรคการเมืองของ “ปรปักษ์” ได้ชัยชนะ

เพราะคำว่า “เสียของ” มาจากรูปธรรมของความพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 และการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554

แต่ทุก “ยุทธวิธี” มีแต่ “เพื่อไทย” เท่านั้นหรือที่ต้องแบกรับ

ความเป็นจริง ไม่ว่าจะจากประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 ไม่ว่าจะจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3/2558 เด่นชัดมิได้จำกัดวงเฉพาะพรรคเพื่อไทยหรือคนเสื้อแดงเท่านั้น

หากแต่โดนกันถ้วนหน้า

ความเป็นจริง ไม่ว่าจะจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 ไม่ว่าจะจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 13/2561 ไม่ว่าจะจากคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 16/2561 มิได้ก่อปัญหาให้กับพรรคเพื่อไทยเท่านั้น

หากแต่พรรคการเมือง “อื่น” ก็โดน

ความเป็นจริงที่จะปรากฏในอีก 2-3 วันข้างหน้าจากข้อเสนอตัด “ชื่อ” ตัด “โลโก้พรรค” ออกจากบัตรเลือกตั้งจากที่ประชุมร่วม คสช.และ 80 กว่าพรรคการเมือง มิใช่ว่า พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ เท่านั้นที่กระทบ

หากพรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่เว้น

ยิ่งกว่านั้น แม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา ที่เข้าร่วมประชุมก็ต้องประสบกันถ้วนหน้า

การศึกมิหน่ายเล่ห์เป็นไปอย่างบทสรุปของ “ท่านซุนวู” อย่างแน่นอน แต่ว่า “เล่ห์” แต่ละเล่ห์ซึ่งงัดออกมาจำเป็นต้องจำกัดวง “เป้าหมาย”

หากเล่นแบบปืน “ลูกปราย” เช่นนี้ก็น่าจะเหนื่อย

มิใช่เหนื่อยแต่เพียง พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ ตรงกันข้าม พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงแม้กระทั่งพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็ไม่รอด

“ยุทธวิธี” หากสะเปะสะปะก็อาจสะเทือนถึง “ยุทธศาสตร์” ได้