เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.05 น. ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายกสมาคมชาวพะเยาเพื่อชาวพะเยา ได้เปิดเผยที่จังหวัดพะเยาภายหลังการร่วมงานผ้าป่าสามัคคีของชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ถึงการตัดสินใจลงสนามการเมืองระดับชาติ คือ การพร้อมลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขต 1 จังหวัดพะเยา ในนามพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
ร.อ.ดร.ธรรมนัสกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจากที่ได้อยู่กับประชาชนชาวพะเยาพื้นที่ต่างๆ ซึ่งประชาชนเห็นว่าตนจริงจังและเอาจริงเรื่องของการพัฒนา สร้างบ้านแปงเมืองให้คนพะเยา เสียงเรียกร้องของประชานต้องการให้ตนลง ส.ส. ซึ่งตนก็ใช้เวลาคิดอยู่หลายวัน ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจที่จะลง อีกเหตุผลหนึ่งคือตัวน้องชายของตน คือ นายอัครา พรหมเผ่า (อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พะเยา) มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ก็เลยตัดสินใจลงเอง เพื่อประกันให้ประชาชนมั่นใจว่าเสียสละตนเองลงมาทำงานการเมือง เพื่อนำพาสิ่งดีๆ มาให้กับบ้านเมืองพะเยา ให้ประชาชนสบายใจ และเพื่อทำให้ชีวิตคนพะเยามีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
“3 เขตเลือกตั้งในพะเยา 9 อำเภอ ผมได้ลงพื้นที่ด้วยตนเองทุกตำบล ทำให้ผมรู้ว่าประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลง โดยเอาตัวผมเองเป็นที่ตั้ง ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำไมผมต้องลงด้วยตัวเองในเขต 1 ฉะนั้นเขต 3 และเขต 2 ผมก็มีความมั่นใจว่าผมต้องได้ทั้งสองเขต ซึ่งเขต 1 ไม่ต้องพูดถึง ผมลงเองอยู่แล้ว ผมมีความมั่นใจว่าผมยกทีมของผมทั้ง 3 เขต ถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่ เปลี่ยนของใหม่ๆ ให้กับประชาชนเป็นทางเลือกใหม่” ร.อ.ดร.ธรรมนัสกล่าวย้ำ
ด้านนายอัครา พรหมเผ่า อดีตรองนายก อบจ.พะเยา ซึ่งเป็นน้องชายของ ร.อ.ดร.ธรรมนัส เปิดเผยถึงเหตุผลที่พักงานการเมืองในครั้งนี้ว่า เหตุผล คือ 1.ทุ่มเทบริหารธุรกิจส่วนตัว 2.จังหวะหรือเวลาของการเมืองในขณะนี้ยังไม่เหมาะกับตนเองที่จะไปทำงานการเมือง จิ๊กซอว์ทางการเมืองยังไม่ลงตัวมีการต่อผิดถูกตลอดเวลา คนที่จริงจังกับการทำงาน ไม่ถนัดเรื่องการเล่นละครทางการเมือง จึงไม่ควรโคจรไปอยู่ในพื้นที่นั้น ซึ่งเชื่อว่า ณ เวลาหนึ่งในอนาคตอีกไม่นาน รอเวลาการเมืองตกผลึก เปลี่ยนถ่ายน้ำเสียเป็นน้ำดี คนรุ่นใหม่ที่จะร่วมกันสร้างสรรค์การเมืองบ้านเราเป็นการเมืองเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง เมื่อนั้นค่อยว่ากันอีกครั้ง
“และถึงแม้นไม่มีชื่อผมในทำเนียบนักการเมืองทุกระดับ แต่ผมเชื่อมั่นว่าพี่ชายของผม คือ ผู้กองธรรมนัส คือคนหนึ่งที่จะเป็นจุดเปลี่ยนของการเมืองใหม่ในอนาคต” นายอัครากล่าว

