สัมภาษณ์พิเศษ : อนุทิน ชาญวีรกูล ชูสโลแกน‘ทำเลย ทำเร็ว’ เปลี่ยนแปลงการเมืองใหม่ : โดย ศศินภา วัฒนวรรณรัตน์, กุลนันท์ ยอดเพ็ชร

หมายเหตุนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กับ “มติชน” ถึงการเตรียมพร้อมในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

⦁พรรคภูมิใจไทย ตอนนี้ถือว่าเป็นพรรคที่เนื้อหอม คาดหวังว่าระหว่างการเลือกตั้ง และหลังการเลือกตั้ง อยากให้การเมืองเป็นเช่นไร

คำว่าเนื้อหอม ถ้าเป็นคำชื่นชมก็ขอบคุณ แต่ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรค ต้องบอกว่า เราไม่ได้ทำอะไรที่เกิดแรงกระเพื่อมในทางการเมือง เรายึดแนวปฏิบัติที่ได้เดินตามมา แนวปฏิบัตินั้นคือ เราไม่มีเวลาที่จะมาเล่นการเมืองระหว่างกัน เราตั้งใจที่จะแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ไม่อยู่ในความขัดแย้งของใคร และขอทำหน้าที่ที่จะเสนอนโยบายที่ดีที่สุด เพื่อเสนอให้กับประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค คือการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ซึ่งแนวโน้มกำหนดการต่างๆ ค่อนข้างจะแน่ชัดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นไม่นานอย่างที่เราคิด ถ้าเป็นไปได้ก็ต้องการให้เป็นไปตามโรดแมป ตามวันที่กำหนดไว้คือวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

แต่ก็ได้ข่าวจากคนในวงการธุรกิจ ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก 7 วันบ้าง 10 วันบ้าง 1 เดือนบ้าง ดังนั้น ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จึงอยากจะขอว่า ถ้าไม่มีเหตุอันจำเป็นก็อย่าไปเลื่อนเลย เพราะว่าประชาชนจะได้เกิดความชัดเจน หรือแม้กระทั่งนักลงทุนที่จะมาทำการค้าการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือภาคเอกชน นักลงทุนจะได้กล้าตัดสินใจที่จะผูกพันสัญญา เพราะทุกวันนี้บรรดานักลงทุนได้ชะลอการลงทุนไปจนกว่าจะเห็นผลเลือกตั้ง และอยากฟังกฎเกณฑ์แนวทางของรัฐบาลใหม่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วที่สุด ซึ่งเข้าใจว่าตามรัฐธรรมนููญการเลือกตั้งก็ไม่น่าจะเกินเดือนพฤษภาคม 2562

ถ้าผู้บริหารประเทศตั้งกำหนดการตั้งเป้าหมายอะไรไว้แล้วก็ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป้าหมายนั้นบรรลุ

⦁การเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคขนาดกลาง แต่หลังจากเดดไลน์วันสังกัดพรรค 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีอดีต ส.ส.จำนวนมากที่ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย การเลือกตั้งครั้งนี้จะยกระดับพรรคให้ใหญ่ขึ้นหรือไม่

พรรคภูมิใจไทยยังเจียมเนื้อเจียมตัว ยังถือว่าตัวเองเป็นพรรคขนาดกลาง แต่ผลของการเลือกตั้งนั้น เรามีแนวคิดที่ชัดเจนว่าการเมืองของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2562 ควรจะเป็นการเมืองแบบใหม่ ไม่ควรยึดติดที่จะมาสาดโคลนใส่กัน ทำให้เกิดความชิงชัง แตกแยก แก่งแย่งชิงดี ผู้ที่รับเคราะห์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่คนทะเลาะกัน แต่คือประชาชน มันเป็นสิ่งที่ต้องหยุดแล้ว ถ้าคิดที่จะรีเซตประเทศไทยใหม่ พรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่าเป็นพรรคแรกที่พูดว่าไม่เล่นการเมือง แต่ตั้งใจที่จะแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน และจะสังเกตได้ว่าทุกคนในพรรคภูมิใจไทย พยายามตีตัวเองออกมาจากวังวนเก่าๆ ไม่โต้ตอบ ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเกมการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

ทุกวันนี้มีแต่เวิร์กช็อปปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ปรับปรุงแก้ปัญหาทางการเกษตร แก้ไขปัญหาเรื่องการศึกษา การสังคายนากฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตของภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป ซึ่งได้การตอบรับมากพอสมควรจากประชาชน ที่ได้ชื่นชมพรรคว่าไม่ไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใดๆ เลย ถึงมีคนมาบอกว่าพรรคนี้เนื้อหอมนะ คงเป็นเพราะพรรคนี้เริ่มโฟกัสไปที่เรื่องของประชาชน ความกินดีอยู่ดี ความมั่นคงของบ้านเมือง

⦁เป็นภาพที่ชัดเจนว่าพรรคมีความพร้อมในการยกร่าง หรือแก้ไขกฎหมาย ที่ได้เตรียมไว้ทั้งหมดและสามารถที่จะใช้ได้ทันทีเมื่อเข้าไปอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ ที่ทำให้อดีต ส.ส.มั่นใจที่จะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย

ในสภา ส.ส. ร้อยละ 5 ก็สามารถที่จะเสนอกฎหมายได้แล้ว ถ้าจำไม่ผิด เชื่อว่าเราน่าจะมีบทบาทเพียงพอที่จะเป็นผู้เสนอฎหมายต่างๆ ที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนได้ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่เราจะแก้ปัญหาปากท้องประชาชน

⦁มีแนวคิดอย่างไรบ้างที่จะนำมาชูเพื่อเรียกคะแนนให้กับพรรค

ภูมิใจไทยได้เสนอแนวคิด 6-7 แนวคิด และได้มีการลงพื้นที่ในแต่ละภาคส่วนที่เราต้องการที่จะแก้ไขปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินทำกิน เรื่องเกษตรกร ปัญหาเรื่องแกร็บคาร์ โฮมสเตย์ ราคาปาล์มตกต่ำ เราให้คนที่มีความชำนาญออกมาทำเวิร์กช็อป ในสิ่งเหล่านี้ ส่วนเรื่องข้าว เนื่องจากรัฐธรรมนูญนี้ไม่สามารถขายเรื่องความเป็นนโยบายประชานิยมได้ เราจึงต้องแก้ไขปัญหา เพราะแม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดขอบเขตอย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองที่จะอาสาเข้าไปบริหารราชการแผนดินก็ต้องคิดแนวทางที่จะมาช่วยเกษตรกร ในเมื่อจำนำข้าวไม่ได้ ประกันราคาข้าวไม่ได้ ก็เหลืออยู่อย่างเดียวคือโปรฟิทแชริ่ง หาวิธีการแบ่งปันผลกำไรรายได้ร่วมกันระหว่างรัฐ เกษตรกร ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ตัดขั้นตอนกระบวนการของนายทุนที่จะมาเอาเปรียบเกษตรกรให้มากที่สุด จึงเป็นสิ่งที่เราตั้งใจที่จะทำ และได้มีการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพื่อให้เกิดกลไกที่ง่ายขึ้น ทำนโยบายต่างๆ เพื่อไม่ให้เกษตรกรเกิดความลำบาก เพราะไปติดอยู่กับแค่คำว่าประชานิยม

⦁ถือว่าเป็นนโยบายที่จับต้องได้ไม่ใช่ขายฝัน

แน่นอน พรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะตัวผมที่เป็นหัวหน้าพรรค ไม่เคยพูดสิ่งใดที่ทำไม่ได้ คิดอะไรก็ตามที่จะนำมาสู่ความเป็นนโยบาย จะต้องคิดอยู่บนความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จ ไม่ขายฝันแน่นอน ถึงได้มีการพูดว่า นโยบายต่างๆ ของพรรคภูมิใจไทย จะต้องทำได้เร็ว และทำได้เลย เป็นสโลแกนที่คิดขึ้นมา ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องในพรรคจะได้ไม่เพ้อเจ้อ จะได้ไม่ไปพูดอะไรที่เป็นเรื่องสวยงามแต่ถึงเวลาปฏิบัติทำไม่ได้ คำว่าปฏิบัติไม่ได้หมายความถึงการแก้กฎหมายอย่างเดียว ไม่อยากให้พูดอะไรที่ฟุ้งเฟ้อไปเรื่อย ต้องดูด้วยว่าสิ่งที่จะทำนั้นเหมาะสมกับคนไทยหรือเปล่า ประชาชนพอใจหรือไม่ มีกระบวนการแก้กฎหมายรองรับหรือเปล่า มีทุนที่จะมาลงทุนหรือไม่ ลงทุนแล้วคุ้มไหม ต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้


เรื่องยากๆ ควรเก็บไว้ให้รัฐบาลถัดไปทำก็ได้ หลังจากปี 2562 จะต้องเป็นการฟื้นฟูประเทศสักระยะ เพราะประเทศอยู่ในสภาวะที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมาหลายปี และก่อนหน้านั้น แม้เป็นประชาธิปไตย ก็มีแต่ความขัดแย้ง ความรุนแรง ดังนั้น ในปี 2562 หลังจากการเลือกตั้งเที่ยวนี้ ใครก็ตามที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินจะต้องคิดอะไรที่ใกล้ตัว ทำได้ ทำเร็ว ทำเลยก่อน โดยไม่เอาตัวเองไปผูกพันสัญญาและทำให้ประชาชนเดือดร้อน และพยายามจะต้องใช้องคาพยพที่อยู่ใกล้มือ หรือในประเทศไทยให้เกิดความนิ่งความมั่นคงเสียก่อน ก่อนที่จะขยับอะไร นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยจะทำ ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายพรรคภูมิใจไทยคือประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คนใดคนหนึ่ง กิจการใดกิจการหนึ่ง แต่เป็นภาพรวม

⦁พรรคมีความพร้อมแค่ไหนที่จะลงสนามเล่นในกติกาใหม่ และยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นหลังการแข่งขัน

พรรคประกาศมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้แล้วว่าพรรคภูมิใจไทยจะน้อมรับ ไม่ทำอะไรที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ สิ่งใดที่ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญถือว่ามีความถูกต้อง มีความชอบธรรม พรรคภูมิใจไทยจะอยู่ในกรอบ ในกฎหมาย

⦁เท่ากับว่าพรรคภูมิใจไทย จะไม่มีการเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ

การเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเห็นความเดือดร้อนก่อน วันนี้มันเป็นเพียงการคาดการณ์ บางคนอาจจะแฮปปี้ก็ได้ ผมแฮปปี้กับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในเรื่องของการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ถ้าคนมาเรียกร้องให้ลดราวาศอกในเรื่องนี้แสดงว่าตั้งใจจะคอร์รัปชั่น ถ้าพรรคภูมิใจไทยต้องการจะเรียกร้องให้มีการแก้ไขในหมวดนี้ ก็จะมีแต่เรียกร้องให้มีบทลงโทษให้มันหนักขึ้น

พรรคการเมือง ไม่ได้ใหญ่กว่าประชาชน ในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีการรับรองโดยประชาชนชาวไทย โดยการประชามติ ซึ่งก็ชนะขาด แล้วเราเป็นใครที่จะขัดศรัทธาของประชาชน พรรคการเมืองต้องฟังเสียงประชาชน

⦁หลังเลือกตั้งไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรจะเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนยอมรับผลที่เกิดขึ้น โดยให้ไปต่อสู้ในสภา ไม่ใช่ข้างถนนหรือไม่

มันต้องเป็นอย่างนั้น ผลของการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไรทุกภาคส่วนจะต้องยอมรับ ไม่ใช่พรรคการเมืองอย่างเดียว ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดให้มีการเลือกตั้ง การคืนอำนาจประชาธิปไตยให้ประชาชนก็ต้องยอมรับผลนี้ กฎเกณฑ์ใหม่ นักการเมืองไม่ได้มีส่วนร่วมเลย ดังนั้น คนที่เขียนก็ต้องยอมรับ ส่วนคนที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ต้องยอมรับ และถ้าไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็บอยคอต ไม่ต้องมาเลือกตั้งกัน ทำได้หรือไม่

⦁มีการระบุว่าพรรคภูมิใจไทย จะเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

เอาไว้ให้เกิดเหตุการณ์นั้นก่อนแล้วค่อยคุยกัน วันนี้คนที่จะทำให้ภูมิใจไทยมีสถานะใดหลังการเลือกตั้ง ไม่ใช่พลเอกอะไร หรือนายไหน นางคนไหน หรือนางสาวคนไหน แต่เป็นประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียง คนเหล่านี้คือคนที่พรรคภูมิใจไทยมีภาระผูกพัน มีพันธสัญญา การตัดสินใจของพวกเขา มันแปรได้ว่าเขาต้องการให้เราทำอะไร เพราะเราเป็นพวกเขา พรรคภูมิใจไทยไม่ได้อยู่ฝ่ายไหน แต่อยู่ฝ่ายประชาชนคนไทย

⦁ตอนนี้มีหลายพรรคประกาศว่าจะเป็นรัฐบาลแน่นอน แล้วภูมิใจไทยมั่นใจที่จะประกาศแบบนั้นหรือไม่

ผมประกาศชัดว่าจะพาผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยเดินเข้าสภาผู้แทนราษฎร นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของผม ตำแหน่งที่มีเกียรติ มีความภาคภูมิใจมากที่สุดคือผู้แทนราษฎร ไม่ใช่รัฐมนตรี ไม่ใช่ประธานกรรมาธิการ ไม่ใช่ประธานรัฐสภา ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี แต่เป็นผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นพรรคภูมิใจไทยมีความชัดเจนที่จะทำให้ผู้สมัครของพรรคเข้าสู่สภาทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย

ศศินภา วัฒนวรรณรัตน์
กุลนันท์ ยอดเพ็ชร

บทความก่อนหน้านี้เรียงคนมาเป็นข่าว 10 ธ.ค.61 : โดย กาแฟป่า
บทความถัดไปหมากรุก เลือกตั้ง เดินผิด เพียง ตัวเดียว อาจแพ้ ทั้งกระดาน