ก่อนที่พรรคการเมืองจำนวนหนึ่งจะเข้าร่วมฟังการชี้แจงจาก คสช.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง “ประชาธิปัตย์” เป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่ไม่เข้าร่วม
นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคทำหน้าที่ชี้แจงเหตุผล
ทุกถ้อยคำที่พรรณนาออกมาสะท้อนอารมณ์ที่ “ไม่สมหวัง” ด้วยสำนวนคมชัด บาดลึก ชวนให้คิดว่า ที่จริงแล้ว ถ้า “คสช.” หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “พูดความจริง” หรือ “บอกตามตรง” เสียตั้งแต่แรก จะเป็นอย่างไร
นายธนาบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี เพราะการรับฟังความคิดเห็นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่เรียกไปฟังคำชี้แจง
“เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่เป็นที่ยอมรับของทุกคนทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจมา 4 ปีเศษ มีหน้าที่คืนการเลือกตั้งให้ประชาชน และต้องคืนให้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด การเลือกตั้งไม่ใช่ของ พล.อ.ประยุทธ์ การแสดงคำพูดกับท่าทีความเป็นเจ้าของการเลือกตั้งถือว่าไม่สมควร ตลอดเวลาของการเป็นรัฐบาลชัดเจนว่า ไม่มีหลักธรรมาภิบาล”
ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ต่างฝ่ายยิ่งตะเกียกตะกายเก็บคะแนน “ปชป.” ตีบทแตก !
แต่กล่าวสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์และ “คสช.” แล้วน่าจะถือว่าผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น
ถ้าวันนี้ (22 พ.ค.2557) พล.อ.ประยุทธ์ไม่พูดคำว่า “ขอเวลาไม่นาน” แต่เปิดเผยตรงไปตรงมา บอกกับคนไทยทั้งประเทศไปว่า จะมาเขียนรัฐธรรมนูญ เขียนยุทธศาสตร์ 20 ปีเพื่อจะอยู่ต่อก็ดูจะเข้าท่ากว่า
พล.อ.ประยุทธ์อาจไม่ต่างอะไรกับ พล.อ.สุจินดา คราประยูร
ที่ไม่ยอมพูดตรงๆ
พล.อ.สุจินดา “เสียสัตย์เพื่อชาติ”
ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะ “อยู่ต่อเพื่อชาติ”
ไม่น่าความจำสั้น เมื่อกุมภาพันธ์ 2534 “รสช.” รัฐประหารรัฐบาลชาติชาย ได้อำนาจ
มาแล้วก็มัวแต่เหนียมอายให้ นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ระหว่างนั้นส่งตัวแทนไปแอบดูดแอบดึงนักการเมืองมารวมกันภายใต้ชื่อ “สามัคคีธรรม”
พรรคสามัคคีธรรมได้เสียงข้างมากจากสนามเลือกตั้งตามคาด และเมื่อรวมกับพรรคศิโรราบทั้งหลายก็เทียบเชิญ พล.อ.สุจินดา คราประยูร มาเป็นนายกรัฐมนตรี
“สุจินดา” ที่เก็บงำความรู้สึกมานาน จึงได้ประกาศ “ยอมเสียสัตย์เพื่อชาติ”

