เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 11 ธันวาคม พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้การต้อนรับนายยูริ เฟโดทอฟ (Mr. Yury Fedotov) รองเลขาธิการสหประชาชาติและผู้อำนวยการบริหารสำนักงาน UNODC ในโอกาสที่เดินทางเยือนประเทศไทย โดยนายกฯได้ขอบคุณที่ UNODC มีความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเข้มแข็งกับไทยทั้งในระดับอนุภูมิภาคและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนายยูริ ขอบคุณฝ่ายไทยที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมกล่าวถึงความประทับใจในการทรงงานของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในฐานะทูตสันถวไมตรีด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบงานยุติธรรมทางอาญาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยลดปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรง รวมถึงเสริมสร้างหลักนิติธรรมระดับโลกได้
พล.ท.วีรชน กล่าวว่า นายกฯยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการชายแดน การต่อต้านยาเสพติด การค้ามนุษย์ การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ และการต่อต้านการทุจริตทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค เพราะปัญหาเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทยและประเทศอื่นในภูมิภาคได้ ด้านนายยูริ เน้นย้ำถึงการดำเนินการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และนำประเทศไปสู่ความก้าวหน้าต่อไป และขอชื่นชมรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ส่งผลเป็นรูปธรรมในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ UNODC พร้อมจะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ร่วมกับประเทศอื่นในอาเซียนด้วย นอกจากนี้ นายกฯยังแสดงความยินดีกับการจัดกิจกรรมที่ไทยได้ร่วมมือกับUNODC โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและระดับรัฐมนตรี ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ 7 ฝ่าย ในปี 2562 รวมถึงการจัดประชุมเตรียมการระดับภูมิภาคสำหรับการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (UN Congress on Crime Prevention and Criminal Justice) สมัยที่ 14 ระหว่างวันที่ 22 – 24 มกราคม62 โดยไทยพร้อมที่จะส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เพื่อสานต่อความร่วมมือให้ก้าวหน้าต่อไป
พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ในช่วงท้าย ทั้งสองฝ่ายยืนยันจะส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างไทยกับ UNODC โดยเฉพาะในปี 2562 ที่ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ซึ่งสามารถทำหน้าที่ในการประสานงานกับ UNODC เกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและยาเสพติดได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงการสนับสนุนการดำเนินการตามแผนงานระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ UNODC เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ ในอาเซียนอีกด้วย


