11 ธ.ค.
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 22/2561
เรื่องการให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง
โดยให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. 9 ฉบับ ได้แก่
1.คำสั่ง คสช.ที่ 10/2557 เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินกรณี นายจาตุรนต์ ฉายแสง
2.คำสั่ง คสช.ที่ 26/2557 เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินกรณี นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หัวหน้าพรรคเกียน และ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ
3.คำสั่ง คสช.ที่ 39/2557 เรื่องการกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวของบุคคลที่มารายงานตัวกับ คสช.
4.ประกาศ คสช.ที่ 40/2557 ยกเลิกกรณีบุคคลที่ คสช.ปล่อยตัวต้องไม่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ห้ามร่วมชุมนุมและทำกิจกรรมทางการเมือง
5.ประกาศ คสช.ที่ 57/2557 ยกเลิกการห้ามไม่ให้พรรคการเมืองจัดประชุมดำเนินกิจกรรมทางการเมือง
และระงับการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
6.คำสั่ง คสช.ที่ 80/2557 ยกเลิกการห้ามนักการเมือง 18 คน
คือ 1.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 2.พล.ต.ท. วิโรจน์ เปาอินทร์ 3.นายชูศักดิ์ ศิรินิล 4.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา 5.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ 6.นายจตุพร พรหมพันธุ์ 7.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 8.นางธิดา โตจิราการ 9.นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ 10.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 11.นายจุติ ไกรฤกษ์ 12.นาย ศิริโชค โสภา 13.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ 14.นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ 15.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 16.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 17.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และ 18.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
เดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามเคลื่อนไหว หรือประชุมทางการเมือง
7.คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3 /2558 คือยกเลิกการห้ามชุมนุมหรือมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
8.คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ยกเลิกการห้ามพรรคจัดประชุมใหญ่ จัดตั้งสาขาพรรค ประชุมสมาชิกพรรค
9.คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2561 ยกเลิกการห้ามพรรคหาเสียง หรือประชาสัมพันธ์
ในเสียงโห่ร้องยินดีของพรรคการเมืองและประชาชนบางส่วน
มีผู้เสนอข้อมูลและความเห็นว่า
การปลดล็อกที่ว่านั้น “ปลดไม่จริง”
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ปลดล็อก ที่ไม่ปลดล็อก”
โดยระบุว่า แม้ยกเลิกประกาศ-คำสั่ง คสช. บางฉบับไปแล้ว แต่ประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย กลับยังคงถูกล็อกด้วย “โซ่ตรวน” ในนามของ “คดีความ”
ประชาชนเหล่านี้คือผู้รักประชาธิปไตย ออกไปใช้เสรีภาพในการแสดงออก เพื่อต่อต้านเผด็จการทหาร
แต่กลับต้องแบกรับคดีความ ราวกับพวกเขาเป็นอาชญากร
ทั้งๆ ที่ คสช.ต่างหากที่ฉีกรัฐธรรมนูญด้วยกำลังทหาร มีความผิดฐานกบฏตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 แต่กลับนิรโทษกรรมตนเอง
ตามหลักกฎหมายอาญาและรัฐธรรมนูญ เมื่อกฎหมายที่กำหนดฐานความผิดและโทษถูกยกเลิกไป
การดำเนินคดีต่างๆ ตามกฎหมายนั้นก็ต้องสิ้นสุดลงด้วย
นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) โพสต์ เฟซบุ๊ก ระบุว่า
คำสั่งนี้หลายคนเรียก “ปลดล็อกทางการเมือง” ได้ทำกิจกรรมการเมือง และยังทำให้บางคนได้บัญชี ทำธุรกรรมทางการเงินได้
แต่บางคนที่ถูกหาว่าหลบหนี เพราะไม่ยอมรับอำนาจที่มาจากการยึดอำนาจ เช่น นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ยังถูกห้ามทำธุรกรรมทางการเงิน ถูกอายัดเงินเดือน
การใช้อำนาจทางอ้อมต่างๆ ทั้งต่ออดีตนายกรัฐมนตรี อดีตนักการเมือง อดีตข้าราชการประจำและอีกหลายคน ไม่ปลดล็อก
ที่ยกเลิกคำสั่งชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เหมือนจะดี
แต่ข้ออื่นๆ ของคำสั่งที่ 3/2558 ยังมีผลใช้บังคับอยู่ ประชาชนคนใดไม่เข้าตาอาจต้องโดนอำนาจเรียกรายงานตัว จับกุม ตรวจค้น ยึด อายัดทรัพย์สินได้
รวมถึงสื่อมวลชนก็ยังห้ามเสนอข่าวที่ทำให้ตีความว่ากระทบความมั่นคงของชาติ
ภาษากฎหมายที่กว้าง เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่คนถือกฎหมายตีความเป็นผลร้ายยังอยู่เหมือนเดิม
อ้าว…มันปลดล็อกตรงไหนกัน!

