เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 22/2559 เรื่อง การได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น โดยที่การยุบสภาท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการสั่งยุบสภาสำหรับสภาตำบลหรือมีอำนาจเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อสั่งยุบสภาสำหรับสภาท้องถิ่นอื่นตามที่ได้มีออกคำสั่งไปก่อนหน้านี้นั้น ให้คำสั่งเดิมสิ้นผล และเพื่อให้การยุบสภาท้องถิ่นให้มีความเป็นกลางและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปการบริหาร ราชการแผ่นดิน อันจะทำให้การบริหารงานของ อปท.สามารถตอบสนองความต้องการ
จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) ออกคำสั่งใหม่จำนวน 11 ข้อ เนื้อหาโดยสรุปว่ากรณีมีการยุบสภาท้องถิ่นของ อปท. ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการสรรหาทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น คณะกรรมการประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นรองประธาน อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นกรรมการ ให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นกรรมการและเลขานุการ และข้าราชการในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแต่งตั้งสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยให้ผู้ว่าฯนั้นเสนอรายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติตาม เป็นจำนวนสามเท่าของสมาชิกสภาท้องถิ่นที่จะสรรหา ให้เสนอรายชื่อต่อคณะกรรมการสรรหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งให้ยุบสภาท้องถิ่น
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯแต่งตั้งคณะกรรมการตามที่เห็นสมควรเพื่อช่วยดำเนินการก็ได้ โดยบุคคลที่จะถูกคัดเลือกจะต้องอยู่ในเขตพื้นที่ของ อปท.ที่มีการยุบสภาท้องถิ่น จากนั้นส่งชื่อให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาภายใน 30 วัน หลังจากได้รับรายชื่อจากผู้ว่าฯ
ทั้งนี้ ในกรณีที่ตรวจสอบพบว่า สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้ใดทุจริตต่อหน้าที่หรือหากให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจะเกิดความเสียหายต่อทางราชการหรือท้องถิ่น ให้หัวหน้า คสช.มีอำนาจสั่งให้สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งได้

