คุณหญิงสุดารัตน์ลุยพบปะประชาชนชี้การเลือกตั้งสู้เต็มที่ตามกรอบกฎหมาย เผยการใช้งบประมาณตามโครงการชื่อเดียวกับชื่อพรรคเป็นจิตสำนึกว่า ควรจะทำหรือไม่แบบนี้ ขณะที่ชาวบ้านตะโกนลั่นเรียก นายกฯ นายกฯ
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณตลาดสดเทศบาล 3 ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและคณะ ได้เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ร้านค้าถูกไฟไหม้ไปจำนวนทั้งสิ้น 14 คูหา ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ พร้อมทั้งได้เดินสำรวจบริเวณที่ถูกเพลิงไหม้และพบปะทักทายกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่พากันมาให้การต้อนรับและสวมกอดหญิงสุดารัตน์ ด้วยความดีใจที่เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจในครั้งนี้ จากนั้น คณะคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เดินทางไปที่ศาลหลักเมือง ศรีสะเกษ เพื่อกราบนมัสการศาลหลักเมืองคู่เมืองศรีสะเกษ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ต่อจากนั้น ได้เดินทางไปที่หอประชุมของที่ทำการพรรคเพื่อไทย ศรีสะเกษ เขต 1 ตั้งอยู่ในภายในบริเวณสนามฝึกซ้อมของสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เอฟซี เพื่อมารับสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยมี นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีต รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยอดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทยทุกเขตประกอบด้วย นายธเนศ เครือรัตน์ นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายปวีณ แซ่จึง นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ นายธีระ ไตรสรณกุล นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ นางผ่องศรี แซ่จึง และนายมานพ จรัสดำรงนิตย์ นำชาวบ้านมาให้การต้อนรับ และพากันตะโกนเชียร์ว่า นายก ๆ ๆ ๆ ทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ ยิ้มแย้มที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนชาวศรีสะเกษ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการที่ขณะนี้มีการปลดล็อคพรรคการเมืองแล้ว มีการเรียกร้องให้นายก รมต.และ ครม.ที่จะลงเล่นการเมืองลาออกจากตำแหน่งใน ครม.นั้นว่า ในเรื่องเหล่านี้ ต้องบอกว่า ความเดิมที่ คสช.ได้ประกาศว่า เป็นกรรการกลาง แล้วมาร่างกติกาที่เราจะเห็นว่า คนของพรรคพลังประชารัฐเองก็พูดบอกว่า เป็นการสร้างกติกาเพื่อพรรคพลังประชารัฐ ร่างรัฐธรรมนี้มาเพื่อพรรคพลังประชารัฐ เป็นคำกล่าวของแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า ตั้งแต่กติกา ตั้งแต่การนำเอางบประมาณ ลงในนามชื่อโครงการชื่อเดียวกับชื่อพรรค รวมทั้งที่ยังอยู่ในอำนาจและมีโอกาสที่จะใช้เงินงบประมาณในโครงการที่ชื่อเดียวกับชื่อพรรค มันเป็นจิตสำนึกว่า ควรจะทำหรือไม่แบบนี้ ซึ่งก็ไม่เคยมีใครคนอื่นหรือว่านักการเมืองคนไหน จะเป็นคนที่กล้าทำแบบนี้ ตนก็คิดว่า เขาก็ได้ใช้อำนาจอย่างเต็มที่ แต่เราเองก็จะทำงานอย่างเต็มที่ตามกรอบของกฎหมาย เพื่อพิสูจน์ตนเองกับประชาชน ถามว่าเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกการใช้อำนาจรัฐมากที่สุดไหม ก็มากที่สุด แต่เราคิดว่า พวกเราก็มีแต่หัวใจให้กับประชาชน ต้องพิสูจน์ตนเองกับประชาชน และหวังว่า ประชาชนจะได้เห็นข้อเท็จจริง

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อไปว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนมาเสนอชีวิตที่ดีกว่า อนาคตที่ดีกว่าให้กับประชาชนชาวศรีสะเกษ ตนคิดว่า 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนได้อยู่กับความถดถอย ความล้าหลัง ความสิ้นหวัง เรามีหน้าที่ในการนำเสนอว่า หลังเลือกตั้งประชาชนจะมีชีวิตที่ดีอย่างไร เศรษฐกิจจะดีอย่างไร ซึ่งได้ประกาศแล้วว่า เราจะหยุดการถดถอยของเศรษฐกิจทุกระดับชั้น พี่น้องชาวเกษตรกรต้องถือว่าเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยในการซื้อ แต่เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ราคาข้าวไม่ดี ราคายางไม่ดี ราคามันตกต่ำ กำลังซื้อตรงนี้ก็หายไป มันก็ดึงเศรษฐกิจทั่วประเทศลงมาด้วย ดังนั้น เราจึงมีหน้าที่นำเสนออนาคตที่ดีกว่าให้ประชาชน เราไม่ได้บอกว่าจะมาได้ ส.ส.ยกจังหวัดศรีสะเกษ แต่ว่าเป้าหมายของเราคือเราอยากจะได้คนของพรรคที่มีคุณภาพ ได้อยู่ในพื้นที่กับพี่น้องประชาชนชาวศรีสะเกษ และนำนโยบายของพรรคที่จะแก้ปัญหาไปให้ประชาชนทุกคนได้รับทราบว่า จะทำให้ประชาชนชาวศรีสะเกษ จะมีชีวิตที่ดีกว่าได้อย่างไร ซึ่ง จ.ศรีสะเกษ มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญมากมาย หากมีการบริหารจัดการที่ดีแล้วจะสามารถยกระดับราคาสินค้าเกษตรต่าง ๆให้ดีขึ้นได้ ซึ่งถือว่า จ.ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่เราให้ความสนใจ และจะนำร่องในเรื่องการแก้ไขปัญหาพืชผลทางเกษตรด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากนั้น คุณหญิงสุดารัตน์และคณะได้เดินทางไปพบปะประชาชนชาวศรีสะเกษ ที่ อ.อุทุมพรพิสัย อ.ขุนหาญ อ.กันทรลักษ์ และเดินทางกลับ กทม.ในวันเดียวกันนี้

