‘บัตรเดียว-เบอร์เดียว’ ในมุมมองนักวิชาการ

14.12.18 | 12:18 น.

หมายเหตุเป็นความเห็นของนักวิชาการ กรณีพรรคการเมืองเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเดียวกัน ใช้หมายเลขเดียวกันทุกเขตเลือกตั้ง รวมถึงการระบุชื่อและสัญลักษณ์ของพรรคในบัตรเลือกตั้งด้วย เพื่อป้องกันการสับสนของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง


 

ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เรื่องโลโก้พรรคเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เวลามองทั้งในกรณีของตัวเลขและชื่อพรรค หรือสัญลักษณ์ หรืออะไรที่สื่อถึงพรรค ทำให้การใช้สิทธิเลือกตั้งครอบคลุมถึงคนที่ไม่มีความสามารถในการใช้ภาษาหรืออ่านหนังสือไม่ออกด้วย

หลักการหนึ่งของการเลือกตั้งคือ ต้องเป็นการทั่วไป ทั่วถึง และครอบคลุม เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องสิทธิทางการเมืองของคนที่มีการศึกษา ชนชั้นกลาง หรือชนชั้นสูงเท่านั้น ต่อให้ผู้ไม่มีการศึกษา ก็มีสถานะ มีสิทธิเลือกตั้งได้ สัญลักษณ์พรรคหรืออะไรบางอย่างที่สื่อถึงพรรค จึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้การใช้สิทธิพลเมืองเป็นไปได้อย่างทั่วถึงครอบคลุมในทุกสังคมที่เป็นประชาธิปไตย

Advertisement

กรณีต่างประเทศ เรื่องบัตรเลือกตั้งขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมการเมืองของตัวเอง แต่ในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีความหลากหลายของพลเมือง คือมีการใช้ภาษาต่างกัน เช่น แถบปากีสถาน อินเดีย ใช้ภาษาต่างกัน ไม่ใช่ทุกคนอ่านภาษาราชการออก จึงมีการใช้สัญลักษณ์แทน บางประเทศที่มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายภาษา ฉะนั้นสัญลักษณ์จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้พลเมืองทุกคนสามารถใช้สิทธิของตัวเองได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านภาษา

ส่วนกรณีข้อเรียกร้องให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเดียวกันใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ จะเสี่ยงเลื่อนเลือกตั้งหรือไม่นั้น ถ้าให้ประเมินตอนนี้ การเลื่อนเป็นไปได้น้อย แต่ปัญหาคือปัจจุบันระบบเบอร์เดียวไปติดคำถามที่ว่าระบบนี้เอื้อต่อความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองมากหรือเปล่า สมมุติถ้าแก้มาแล้วไปอำนวยความสะดวกอีก หรือปัจจุบันลักษณะที่บอกว่าจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง ฉะนั้นการที่ส่งเรื่องนี้ไปตีความหรือส่งสภานิติบัญญัติ (สนช.) ทำให้การเลือกตั้งเสียสมดุลของการแข่งขันอย่างยุติธรรมหรือไม่

สำหรับทางออกหรือทางเลือกอื่นๆ ในเรื่องบัตรเลือกตั้ง คิดว่าต้องกลับมาตั้งคำถามใหม่ คือทำให้ฟังก์ชั่นเรื่องระบบเลือกตั้งหรือคนมีอำนาจในการเลือกตั้งที่ปัจจุบันปลดล็อกแล้ว ดังนั้นต้องมีเจ้าภาพที่ชัดเจน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเป็นคนเสนอ เป็นศูนย์กลางหรือทำหน้าที่เป็นกรรมการอย่างแท้จริง ทั้งตัวของกฎหมายหรือการให้โอกาสกลุ่มพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะทำงานอย่างแท้จริง เพราะมีการพูดทุกครั้งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นกลไกแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง แต่เท่าที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ รวมถึงเมื่อมีการปลดล็อกด้านการเมืองแล้ว ก็ยังไม่เห็นท่าทีว่าการเลือกตั้งจะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองไทยได้อย่างไร

ที่สำคัญคือ ในทางตรงกันข้ามจะเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ คือจุดเริ่มต้นความขัดแย้งทางการเมืองไทยครั้งใหม่หรือไม่

รศ.ยุทธพร อิสรชัย
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

โดยหลักแล้วเพื่อความสะดวกในเรื่องการนับคะแนนและการลงคะแนน การใช้พรรคเดียวกันเบอร์เดียวกันทั่วประเทศน่าจะเป็นผลดีมากกว่า เพราะโดยทั่วไปหลักการเลือกตั้ง การลงคะแนนเสียงจะต้องดูหลัก 3 ประการคือ 1.ประสิทธิภาพประสิทธิผล 2.ความเสมอภาค 3.ความสะดวกของพี่น้องประชาชนที่จะไปใช้สิทธิ วันนี้พอไปกำหนดให้มีการใช้คนละหมายเลขในแต่ละเขตเลือกตั้งต่างกัน จะกระทบกับปัญหาทั้งการลงคะแนนเสียงและการนับคะแนนเสียง ตัวอย่างที่เห็นคือบัตรเลือกตั้งที่กลายเป็นข้อถกเถียงในทุกวันนี้ว่า ควรมีโลโก้พรรคหรือไม่ ฝ่ายที่เห็นว่าควรมีโลโก้พรรคบอกว่า เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ประชาชน เกิดความเสมอภาคแก่คนที่อ่านหนังสือไม่ออกบ้าง ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นความเห็นของ กกต.ว่า การมีโลโก้พรรคอาจทำให้เกิดความยุ่งยาก และความสับสนในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทำให้คนที่อยู่ในต่างประเทศเกิดความสับสนว่า ไม่ได้อยู่เขตเลือกตั้งควรจะกาบัตรอย่างไร

ทั้งหมดเกิดขึ้นจากเรื่องเดียวคือ การที่ไม่ได้ใช้หมายเลขของพรรคการเมืองเดียวกันทั่วประเทศทุกเขตการเลือกตั้ง ถ้าใช้หมายเลขเดียวกันหมดปัญหานี้จะหมดไปเลยในทันที เนื่องจากสามารถจะเข้าใจในเรื่องของหมายเลขได้อย่างถูกต้อง สามารถเข้าใจเรื่องของการกาบัตรที่ออกมาจากเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริงและในกรณีของความเสมอภาค ไม่ว่าจะในบุคคลที่อ่านหนังสือออกหรือไม่ บุคคลที่เป็นผู้สูงอายุอาจตรวจสอบตัวเลขลำบาก ทำให้เกิดความไม่เสมอภาคก็จะหมดไป

ฉะนั้นเมื่อพิจารณาจากปัญหาที่เกิดขึ้นก็ตาม หรือพิจารณาจากหลักการต่างๆ ในการลงคะแนนเสียง การนับคะแนนเสียงก็ตาม การทำให้ทุกพรรคใช้หมายเลขเดียวกันในทุกเขตเลือกตั้งเป็นทางออกที่ดีกับสังคมตอนนี้

กรณีเกรงว่าการแก้กฎหมาย อาจทำให้วันเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปนั้น อันที่จริงถ้าแก้โดยใช้มาตรา 44 ซึ่งทุกวันนี้มีการใช้ในทุกเรื่องอยู่แล้ว ถ้าจะใช้กับเรื่องนี้อีกสักเรื่องเพื่อให้มีความสะดวกขึ้นก็ทำได้ และไม่ถูกกระทบกับระยะเวลาการเลือกตั้งที่กำหนดไว้เป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่องนี้คิดว่ามีทางเลือก 2 ทาง คือนำเรื่องเข้า สนช.เป็นวาระเร่งด่วน ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วันหลังจากนี้ หรืออีกกรณีคือใช้มาตรา 44

ส่วนทางออกอย่างอื่นคือ การบริหารจัดการของ กกต.เอง ภายใต้สภาวะที่แต่ละเขตเลือกตั้งใช้คนละหมายเลข ถ้าจะมีโลโก้พรรคหรือมีชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้งก็ทำได้ เป็นภาระขอ กกต.จะต้องบริหารจัดการให้ดีทั้งในเรื่องของการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง การจัดส่งบัตรเลือกตั้ง และการนับคะแนนในภาพรวม เพราะครั้งนี้ทุกบัตรเลือกตั้งจะถูกนำมานับคะแนนเพื่อคำนวนหาสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย การบริหารจัดการถือเป็นเรื่องที่สำคัญ

การใช้หมายเลขต่างกันในแต่ละเขตเลือกตั้ง ไม่เพียงเป็นปัญหาในบัตรเลือกตั้ง แต่เกี่ยวข้องกับการหาเสียง เกี่ยวข้องกับทำให้เกิดความสับสนของพี่น้องประชาชนด้วย ดังจะเห็นว่าก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งตามคำสั่งของ คสช.ฉบับที่ 16/2561 หลายอำเภอถูกแบ่งไปหลายเขตเลือกตั้ง เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ถือเป็นผลสืบเนื่องประการหนึ่งจากการใช้หมายเลขคนละหมายเลข เมื่อหนึ่งอำเภอมีหลายเขตเลือกตั้ง ประชาชนเมื่อเดินทางไปในจุดต่างๆ เห็นการหาเสียงที่ต่างกัน เป็นเลขที่ไม่ตรงกัน ในวันเลือกตั้งก็จะเกิดความวุ่นวายพอสมควร

ผศ.วีระ เลิศสมพร
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยพะเยา

เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องใช้บัตรเลือกตั้งพรรคเดียวเบอร์เดียวทั้งประเทศ ขณะที่การใช้หมายเลขต่างกันในแต่ละเขตเลือกตั้งจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ แม้ว่ารองเลขาฯ กกต.จะระบุว่าหน้าคูหาเลือกตั้งมีโปสเตอร์ขนาดเล็ก มีสมาร์ทแอพพ์ทั้งหลายให้ตรวจสอบ แต่อย่าลืมว่าคนไทยจำนวนหนึ่งไม่ใช้มือถือ อย่าเน้นเรื่องดิจิทัลมากนัก พยายามใช้เรื่องง่ายๆ คือให้บัตรเลือกตั้งมีโลโก้ มีชื่อผู้สมัครให้เรียบร้อย จัดจ้างเอกชน ระดมพลทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตรงนี้ให้ทัน ซึ่งการบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งเป็นการแสดงความสามารถอย่างหนึ่งว่า กกต.สามารถจัดการได้ ไม่ควรอ้างว่า ทำไม่ทันการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

เรื่องนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ปมคือ เรื่องโลโก้พรรค กรณีนี้ กกต.สามารถตัดสินใจได้เลย โดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมายหรือใช้ ม.44 ของ คสช. แต่หากจะเสนอให้มีการใช้บัตรเลือกตั้งพรรคเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศ ต้องไปหารือกับ คสช.เพื่อให้ใช้ ม.44 และ คสช.น่าจะถือโอกาสนี้แสดงความมีน้ำใจนักกีฬา อย่าลืมว่า คสช.เองก็อยู่ในกระบวนการที่จะถูกรับเลือก โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งจะได้รับการเสนอชื่อจากพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้น หากถือโอกาสนี้ใช้มาตรา 44 คลายปม ยกเว้นการบังคับใช้มาตรา 48 ในกฎหมายลูก ก็จะทำให้การออกบัตรเลือกตั้งกลับไปสู่โหมดเดิม ขึ้นอยู่กับว่า คสช.จะนำไปพิจารณาหรือไม่

หาก คสช.รับเรื่องไปพิจารณาจะส่งผลกระทบถึงการเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ คสช.จะมองว่า หากเลื่อนเลือกตั้งโดยอ้างเหตุผลว่า จะต้องหารือต่างๆ ก็สามารถทำได้ หรือบอกว่าไม่จำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้ง เพราะทุกอย่างมีการวางแผนและ กกต.ได้ดำเนินการอยู่แล้ว เพียงแต่การคลายปมตรงนี้น่าจะง่ายขึ้นหรือไม่ ในการทำบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศให้ออกมาเหมือนกัน มีโลโก้พรรค มีชื่อผู้สมัคร และเบอร์เดียวจดจำได้ง่ายทั่วประเทศ ทั้งนี้ เหตุผลการเลื่อนเลือกตั้งโดยอ้างว่ามีการออก ม.44 เพื่อผ่อนคลาย ม.48 ในกฎหมายลูก ก็ไม่น่ามีเหตุผลพาดพิงไปถึงการเลื่อนเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นปมมากขึ้นไปอีก

การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่ครั้งนี้เป็นบัตรเลือกตั้งใบเดียว มิหนำซ้ำยังวางหมากไว้แล้วว่า มีระบบจัดสรรปันส่วนให้คะแนนไม่ตกน้ำ หมายความว่าคะแนนทั้งหมดไม่หายไปไหน นำส่วนต่างของผู้สมัครที่ไม่ใช่อันดับ 1 ไปรวมกันอีกครั้งเพื่อหาสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ นั่นหมายความว่า กำลังชวนให้ประชาชนเลือกพรรคใช่หรือไม่ ดังนั้น การมีโลโก้พรรคจึงจำเป็นและสอดรับกับโครงสร้างระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ถ้าไม่มี ก็จะเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง