“ธาริต” ยกฎีกา ยื่นศาล ขอยกฟ้อง คดีหมิ่น “สุเทพ” ปมโรงพัก 396 แห่ง

14.12.18 | 06:46 น.

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้ทำคำร้องเพื่อยื่นต่อศาลฎีกา มีเนื้อหาสรุปว่า จำเลยเพิ่งตรวจสอบพบข้อกฎหมายและแนวบรรทัดฐานของศาลฎีกาว่า กรณีของโจทก์ในคดีนี้สิทธินำคดีมาฟ้องได้ระงับไปตามกฎหมายแล้ว ศาลฎีกาชอบที่จะยกฟ้องโจทก์ ทั้งนี้ตามหนังสือรับรองข้อเท็จจริงของนายคณิต ณ นคร ฉบับลงวันที่ 6 ธันวาคม 2561 ซึ่งจำเลยได้อ้างส่งศาลฎีกาแล้วท้ายคำร้องฉบับลงวันที่ 7 ธันวาคม2561 นั้น นายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุดได้ยืนยันรับรองข้อเท็จจริงว่า ได้รับการร้องขอจาก นายธาริต จำเลยในคดีอาญาของศาลอาญา ระหว่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ โจทก์ นายธาริต จำเลย โดยนายธาริตแจ้งว่า นายธาริต จะให้การรับสารภาพตามฟ้องของนายสุเทพ และขอทำการขอขมานายสุเทพ ซึ่งนายคณิตเห็นว่าการขอโทษเป็นสิ่งที่ดี และคดีหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ เป็นการส่งเสริมการปรองดองสมานฉันฑ์ของผู้คนในบ้านเมืองนี้ อีกทั้งนายสุเทพ เมื่อครั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรีเคยขอให้นายคณิตทำงาน คอป. กรณีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง ให้เกิดการปรองดองกันขึ้น และนายธาริต เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชานายคณิต เป็นผู้มีความประพฤติดีตลอดมา และเรื่องคดีที่ฟ้องร้องกันก็มีมูลเหตุมาจากการปฏิบัติหน้าที่ในราชการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายคณิตจึงตอบรับทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาประนีประนอมยอมความระหว่างบุคคลทั้งสอง

คำร้องยังระบุว่า นายคณิตได้พูดคุยกับนายสุเทพทางโทรศัพท์ นายสุเทพแจ้งให้นายธาริตทำหนังสือขอขมาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อพิจารณา ดังนั้น นายคณิตจึงให้นายธาริตจัดทำหนังสือขึ้นแล้วส่งให้แก่นายสุเทพ โดยนายคณิตทำหนังสือนำส่งไปด้วย จากนั้น นายคณิตได้พูดคุยกับนายสุเทพอีก 2 ครั้ง นายสุเทพแจ้งว่านายสุเทพพร้อมที่จะยกโทษให้นายธาริต และขอให้นายธาริตจัดทำร่างคำแถลงข่าวขอโทษ โดยประสานกับนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง หัวหน้าทนายความ นายคณิตจึงให้นายธาริตร่างคำแถลงข่าวขึ้นแล้วนายคณิตได้ทำหนังสือนำส่ง หลังจากนั้น นายสุเทพแจ้งนายคณิตให้ติดตามเรื่องขั้นตอนวิธีปฏิบัติกับทางทนายความได้เลย
นายธาริตระบุในคำร้องอีกว่า จากการยืนยันข้อเท็จจริงของนายคณิตดังกล่าว เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าโจทก์ได้ตกลงไม่ดำเนินคดีแก่จำเลยอีกต่อไป สิทธินำคดีอาญาในคดีความผิดต่อส่วนตัวมาฟ้องจึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) แม้ภายหลังทนายความโจทก์จะไม่เห็นด้วย และแม้ตัวโจทก์จะเปลี่ยนใจ แต่ก็ไม่อาจกลับคืนมามีสิทธิดำเนินคดีอีกต่อไปได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ได้วางบรรทัดฐานไว้ ได้แก่ ฎีกาที่ 976/2481 ฎีกาที่ 1433/2506 ฎีกาที่ 476/2508 คำสั่งคำร้องฎีกาที่ 1681-1682/2545 ฎีกาที่ 3412/2550 เป็นต้น ซึ่งจำเลยได้ถ่ายสำเนาคำพิพากษาฎีกาย่อบางส่วนแนบมาท้ายคำร้องฉบับนี้แล้ว

คดีนี้มี นายคณิต เป็นผู้เจรจากับโจทก์ในลักษณะตัวแทนของจำเลย และการเจรจาได้ข้อยุติแล้วจากคำพูดของโจกท์เอง ที่แจ้งให้จำเลยทำหนังสือขอขมา หลังจากนั้นโจทก์เองก็แจ้งกับนายคณิตว่าพร้อมที่จะยกโทษให้นายธาริต ให้จำเลยจัดทำร่างคำแถลงข่าวแล้วให้ประสานขั้นตอนวิธีปฏิบัติกับทนายความได้เลย โดยพฤติการณ์ทั้งหมดเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าโจทก์ได้ตกลงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีหรือยอมความให้จำเลย โดยเป็นการพูดตกลงกับนายคณิต ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลย ดังนั้น เมื่อสิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดต่อส่วนตัวได้ระงับไปแล้ว ตามมาตรา 39 (2) ดังกล่าว คดีนี้ ศาลฎีกาจึงชอบที่จะสั่งยกฟ้องแล้วให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

คดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเป็นคดีสำคัญอย่างมาก ซึ่งศาลฎีกาเห็นความสำคัญจึงนำมาอ่านคำพิพากษาที่ศาลฎีกาเอง แทนการส่งไปอ่านที่ศาลชั้นต้นเหมือนคดีทั่วไป การพิจารณาพิพากษาจึงเป็นที่สนใจและติดตามของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง จำเลยจึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ที่ได้รับรองคุ้มครองสิทธิไว้ที่จะได้รับความยุติธรรมตามกฎหมายและระบบศาลของประเทศ โดยคำร้องฉบับนี้ จึงขอศาลฎีกาได้โปรดวินิจฉัยก่อนทำการอ่านคำพิพากษา ขอศาลได้โปรดยกฟ้อง ด้วยเหตุสิทธินำคดีอาญาในความผิดต่อส่วนตัวของโจทก์ได้ระงับลงแล้วตามมาตรา 39(2) ดังกล่าว และหากศาลเห็นจำเป็นและสมควรทำการไต่สวนนายคณิต ณ นคร ผู้ทำหนังสือรับรองข้อเท็จจริงดังกล่าว นายคณิต ให้จำเลยแจ้งต่อศาลฎีกาว่า พร้อมจะมาให้ศาลฎีกาไต่สวน ตามที่ศาลฎีกาจะได้ออกหมายเรียกกำหนดนัดต่อไป