‘แม่จ่านิว’เครียด มอบตัว ปอท.ข้อหา112-พ.ร.บ.คอมฯ ยันไม่เคยแชต ‘แอดมินบุรินทร์’ หอบ 5แสน ลุ้นประกันตัว

วันที่ 6 พฤษภาคม มีรายงานว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา ศาลทหารกรุงเทพได้อนุมัติหมายจับที่ 36/2559 ตามคำขอของพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ให้จับกุมนางสาวพัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ 
ทั้งนี้ มีรายงานว่าเหตุที่ออกหมายจับเพราะพบพฤติการณ์ติดต่อสนทนากับนายบุรินทร์ อินติน 1 ใน 8 แอดมินที่ถูกออกหมายจับก่อนหน้านี้ในข้อหา พ.ร.บ.คอมฯ และกฎหมายอาญามาตรา 112

ต่อมา เวลา 15.40 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นางสาวพัฒน์นรี อายุ 40 ปี พร้อมนายธีรพันธ์ พันธ์คีรี ทนายความส่วนตัว และนายอานนท์ นำภา เข้าพบ พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รอง ผกก.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อมอบตัวหลังจากนางสาวพัฒน์นรีถูกศาลทหารกรุงเทพออกหมายจับคดี ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
นางสาวพัฒน์นรีกล่าวสั้นๆ ว่า ตนไม่พร้อมพูดคุยอะไร และตอนนี้สภาพจิตใจแย่มาก
ด้านนายธีรพันธ์กล่าวว่า หลังทราบจากข่าวว่าเมื่อเวลา 9.00 น.ที่ผ่านมา นางสาวพัฒน์นรีถูกศาลออกหมายจับ จึงแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเข้ามอบตัว ทั้งนี้ ไม่ได้มีหมายเรียกมาก่อน
ขณะที่นายอานนท์กล่าวว่า จากการสอบถามนางสาวพัฒน์นรีเบื้องต้น ยืนยันว่ารู้จักกับนายบุรินทร์ อินติน ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้เพียงผิวเผิน เนื่องจากอาจจะเจอกันในการชุมนุมเท่านั้น แต่ยืนยันว่าไม่เคยมีเบอร์โทรศัพท์ ไลน์ หรือแชตผ่านเฟซบุ๊ก และไม่เคยพูดคุยหรือติดต่อกันโดยส่วนตัวแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตนได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินที่ระดมจากกลุ่มประชาชนที่สนับสนุนเป็นเงิน 500,000 บาท เพื่อนำมายื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน แต่หากไม่ให้ประกันตัวก็จะนำไปยื่นในชั้นศาลทหารวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม
อย่างไรก็ตาม นายสิรวิชญ์ หรือจ่านิว บุตรชาย กำลังเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นางสาวพัฒน์นรีและทนายความกำลังรับแจ้งข้อหาจากพนักงานสอบสวนนั้น นายรังสิมันต์ โรม หรือโรม และนางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด เดินทางมาดูสถานการณ์ พร้อมกับถ่ายรูปขณะที่พบพนักงานสอบสวน
บทความก่อนหน้านี้จากมติครม.อานันท์ โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน
บทความถัดไปทีมเฉพาะกิจกระทรวงแรงงานรวบ”ไกด์จีน”แย่งอาชีพคนไทย