อจ.รัฐศาสตร์ มธ. ชี้รธน.ทำพรรคอ่อนแอ คนไม่สนนโยบาย บอกซื้อหัวละ 500 ถูกกว่าเลือกอบต.อีก
วันนี้ (14 ธ.ค.) นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานเสวนาสาธารณะ สวัสดิการประชาชนและมาตรการแก้จนบนโจทย์วินัยทางการคลังว่า ไม่มีใครปฏิเสธว่าอยากเห็นรัฐบาลใช้งบด้านสังคมมากขึ้น แต่ควรมีลักษณะที่ยั่งยืน และแก้ปัญหาทางโครงสร้าง แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ การแจกเงินเพียงครั้งเดียว ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เป็นรูปแบบที่ไม่พึงปรารถนาเท่าไหร่ แต่ทำไมจึงเห็นรัฐบาลทำโครงการประชานิยมบ่อยครั้ง ทั้งจากรัฐบาลเลือกตั้งและไม่เลือกตั้ง แจกเงินช่วงใกล้เลือกตั้งของรัฐบาลมากขึ้น เพราะว่าในศึกษาเรื่องเลือกตั้ง พรรคการเมืองใช้ 3 วิธี วิธีแรก คือ การแจกเงินให้รายหัว หรือแจกสิ่งของ ยุคหนึ่งแจกปลาทู รองเท้าไป 1 ข้าง ถ้าชนะเลือกตั้งเอาไปอีก 1 ข้าง วิธีที่ 2 ให้เฉพาะคนในคลับหรือในสโมสร ให้ในเชิงโครงการสำหรับคนในพื้นที่ เช่น ปรับถนนเข้าหมู่บ้าน สร้างบ่อน้ำ โรงเรียน และวิธีที่ 3 คือ การให้เชิงนโยบาย ซึ่งครอบคลุมคนทั้งประเทศ
นายประจักษ์กล่าวว่า หากสังคมที่การเมืองอ่อนแอ ไร้เสถียรภาพทางการเมือง ในช่วง 10 ปีแบบไทย จึงเห็นใน 2 แบบแรก เพราะรวดเร็ว เขาต้องทำให้ชนะใจ เพราะรัฐบาลมีเวลา 1-2 ปี โดยช่วงก่อนปี 2540 เห็นในรูปแบบแรกมาก แต่หลังปี 2540 เชิงนโยบายมากขึ้น ซึ่งการซื้อเสียงระบาดมากที่สุด ถูกกล่าวถึงคือ โรคร้อยเอ็ด ในปี 2522 คนทำให้เกิด คือพล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ต้องแจกเงินซื้อเสียง เพราะไม่มีฐานเสียงทำให้ยิ่งต้องแจกเงินมาก ถ้าเขามีฐานเสียงแน่นจะทำในรูปแบบที่ 2 ซึ่งค่าเฉลี่ยในการซื้อเสียงต่ำมาก เช่นใน จ.สุพรรณบุรี ทำมาตลอดทั้งปี และหลายปีต่อปี
นายประจักษ์กล่าวว่า ทั้งนี้การแจกเงินหัวละ 500 บาทเป็นค่าเฉลี่ยในการซื้อเสียง เป็นราคาเหมาะสม ตัวเลขอาจสอดคล้องกับโครงการรัฐในล่าสุด เพราะมีการทำการบ้านอย่างดี การซื้อเสียงระดับชาติถูกกว่าท้องถิ่น อบต.ซื้อต่อหัวแพงกว่า เพราะคนเลือกตั้งน้อย ยิ่งน้อยยิ่งต้องซื้อมาก
นายประจักษ์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเห็นรูปแบบหาเสียงในแบบ 1 และ 2 เพราะรัฐธรรมนูญทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ การเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบ่งเขต จึงเห็นพรรคการเมืองดึง ส.ส. และในการหาเสียงแจกเงินซื้อเสียงมากกว่าการหาเสียงด้วยนโยบาย
“รัฐบาล คสช.เข้ามาในปีแรกไม่ค่อยเห็นแบบนี้ เพราะเขาบอกว่ารัฐประหารมามีโจทย์ไม่ทำประชานิยม จึงไม่ค่อยมีนโยบายแจกเงิน แต่ของขวัญปีใหม่แจก ล่าสุดผูกนโยบายไว้กับการเลือกตั้ง ตรงนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ทหารไทยเก่งรัฐประหาร ไม่เก่งเลือกตั้งมาตั้งแต่จอมพลถนอม พอมาถึงการเลือกตั้ง สิ่งที่รัฐบาลรัฐประหารทำคือต้องอาศัยนักการเมืองมาตั้งพรรคนอมินี เป็นพรรคเฉพาะกิจชั่วคราว เน้นชนะการเลือกตั้งเฉพาะกิจ ถ้าย้อนไปดูตั้งแต่ 14 ตุลา พบพรรคนอมินี เราจะเห็นนโยบายการแจกที่มาพร้อมพรรคนอมินีของทหาร ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแสนปกติ ธรรมดา คนเป็นบิดาแบบนี้ คือจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แจกเยอะมาก ทหารต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ชนะเลือกตั้ง มีทั้งแจกเงินและดึงเจ้าพ่อ ส.ส.มาอยู่ในพรรค” นายประจักษ์กล่าว
นายประจักษ์กล่าวว่า ประเด็นทางออกต้องให้ประชาชนมีอำนาจในการต่อรอง การแก้ปัญหาสวัสดิการสุดท้ายตัดอำนาจทางการเมืองไม่ได้ ดังนั้นจำเป็นต้องเพิ่มอำนาจต่อรองของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน ชาวนา รวมกลุ่มเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในการต่อรอง และหากพรรคการเมืองเข้มแข็งจะแข่งด้านนโยบายมากขึ้น การทำให้คนมีอำนาจต่อรอง เช่น ไปแก้กฎหมาย ยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ให้ประชาชนเข้าชื่อแก้ไขกฎหมายถอดถอนนักการเมืองได้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารทำให้มีอำนาจมากขึ้น
เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

