เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้มีแต่วันหยุดยาว วันทำงานมีน้อยมาก วันนี้ได้ยินพ่อค้า นักธุรกิจ เริ่มบ่นกันแล้วว่าเศรษฐกิจก็ใช่ว่าจะดี แต่รัฐบาลเอาแต่ประกาศวันหยุดยาว ข้าราชการประจำก็จะชอบมาก เพราะทุกคนมีเงินภาษีมาจ่ายเป็นเงินเดือน แต่พ่อค้า บริษ้ท ห้าง ร้าน ค้าขายไม่ได้ก็ไม่มีเงินเดือนจ่ายลูกจ้าง ลูกน้อง แบบนี้เขาก็เหนื่อยกันแย่ ครม.ต้องรู้จักได้คิดบ้าง และยิ่งมีการปรับลดประมาณการจีดีพีของประเทศลงอยู่ตลอดเวลา จนขณะนี้ไม่ถึง 3% แล้วก็ยิ่งน่าเป็นห่วงมาก
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลก็ไม่ช่วยอะไรได้เลย การกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่เวิร์ก การส่งออกก็ไม่กระเตื้องขึ้น นี่ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็อาจจะดีกว่านี้ก็เป็นได้ หรือไม่ก็ถูกม็อบเดินขบวนขับไล่ออกไปนานแล้วก็ได้ ต่างชาติก็อาจจะวิ่งกล้บเข้ามาลงทุนมากขึ้นเหมือนสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยหรือรัฐบาลพรรคเพื่อไทยบริหารก็เป็นได้ ถ้าเราหันกลับไปดูเพื่อนบ้านเราในอาเซียนที่จีดีพีของเขาล้วนเติบโตขึ้นเป็นบวกแทบทั้งนั้น ก็เพราะรัฐบาลเขามีเสถียรภาพในการบริหารประเทศเขา
นายสุรพงษ์กล่าวว่า ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาตัวเองกันได้แล้ว อย่ามัวแต่ห่วงว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านประชามติ หรือมัวแต่เกรงว่าจะเกิดความวุ่นวายหรืออะไรต่อมิอะไรกันอยู่อีกเลย ทำอะไรก็ขอให้คำนึงถึงความเสมอภาค เท่าเทียมกันก็พอแล้ว ประชาชนกำลังจะอดตายกันอยู่แล้ว และใช่ว่าเมื่อรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้วการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคตจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นทันตาเห็นตามแนวทางที่พวกท่านวางแผนปฎิรูปกันเอาไว้ เพราะ 2 ปีที่พวกท่านบริหารมานี้อาจทำให้บ้านเมืองถอยหลังติดลบไปแล้วพอสมควรก็เป็นได้ใครจะรู้ ที่สำคัญที่สุดขณะนี้ก็คือ ค่าใช้จ่ายของภาครัฐนั้นสูงขึ้นมาก รายรับไม่พอรายจ่าย ก็อยากจะเตือนกัน ให้ทุกคนได้ลืมหูลืมตากันบ้าง คิดอะไรต้องรอบคอบ เห็นแก่บ้านเมือง พี่น้องประชาชนด้วย คนไม่เคยค้าไม่เคยขายอย่าคิดว่าการทำมาค้าขายนั้นเป็นเรื่องง่ายๆ นะจะบอกให้
