‘อภิสิทธิ์’ โชว์นโยบายการศึกษา ‘เกิดปั๊บรับสิทธิเงินแสน-เบี้ยเด็กเข้มแข็ง’ เดือนละ 1 พันบาท

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 ธันวาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงเปิดตัวนโยบายครั้งแรก เรื่องการศึกษายกระดับคุณภาพลูกหลานไทย ว่า หวังว่าการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จะเป็นโอกาสสำหรับประชาชนและประเทศ จึงขออย่าเป็นเพียงพิธีกรรมสำหรับนักการเมือง เพื่อตอบสนองอำนาจหรือผลประโยชน์ แต่ต้องการให้ประเทศหลุดพ้นวังวนเดิมๆ เพื่อเป็นโอกาสให้ประชาชนยกระดับความเป็นอยู่และประเทศเดินหน้า ดังนั้น ประชาธิปัตย์จะเน้นนโยบายเปลี่ยนแปลงหลังเลือกตั้ง เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองจะเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจและปากท้อง สำหรับประชาธิปัตย์ การเปลี่ยนแปลงประเทศต้องไปสู่ความยั่งยืนที่สุด ปัจจัยสำคัญของการไปสู่ความเจริญก้าวหน้า คือ คน จึงต้องมีการยกเครื่องการศึกษา เพื่อคุณภาพของเด็กไทย ขจัดความเหลื่อมล้ำ ให้มีโอกาสพัฒนาตนเอง

“นโยบายการศึกษาไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่เป็นสวัสดิการที่ควรได้รับ โดยเน้นพัฒนาเด็กตาม 7 เป้าหมายหลัก คือ สุขภาพดี มีทักษะการคิดวิเคราะห์ มีทักษะสองภาษา มีทักษะในการใช้เทคโนโลยี มีคุณธรรมและจิตสาธารณะ เข้าใจสิทธิและหน้าที่ และมีทักษะชีวิต ยืนยันว่านโยบายด้านการศึกษาทำแล้วจะมีความคุ้มค่าที่สุดสำหรับคนไทย” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายการศึกษาจะดำเนินการใน 10 ข้อหลัก ซึ่งจะตอบโจทย์การศึกษาตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ คือ 1.เกิดปั๊บรับสิทธิเงินแสน เบี้ยเด็กเข้มแข็ง 0-8 ปี 1,000 บาท/เดือนแบบถ้วนหน้า เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของเด็กตลอดปี 2.ศูนย์เด็กเล็กคุณภาพดีทั่วประเทศ จัดการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพ พัฒนาหลักสูตรที่เน้นกระบวนการคิด เพิ่มครูปฐมวัยทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กมีการพัฒนาเติบโตอย่างมีคุณภาพในทุกด้าน 3.อาหารเช้า-กลางวันฟรี มีคุณภาพ ให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 ผ่านสถานศึกษา โดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการที่นักเรียนควรได้รับ 4.เด็กทุกคนพูดภาษาอังกฤษได้ ด้วย English for All จัดการเรียนการสอนโดยเจ้าของภาษา เน้นทักษะการสื่อสารตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ของสังคมไทย 5.ปรับหลักสูตรเพื่อโลกอนาคต ตั้งแต่ระดับประถมที่เน้นการคิดวิเคราะห์มากกว่าการท่องจำ

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า 6.เรียนฟรีถึงระดับ ปวส. จบแล้วมีงานทำ ในอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน ทั้งสายช่างและพาณิชย์ พัฒนาระดับฝีมือ ทักษะการทำงานจริง เพื่อผลิตบุคลากรให้ตรงตามความต้องการของตลาด 7.การศึกษาตลอดชีวิต คูปองเพิ่มทักษะสำหรับผู้ใหญ่ แจกคูปองเพิ่มทักษะและส่งเสริมการเรียนรู้เพิ่มทักษะในด้านต่างๆ สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ให้ทันสมัยต่อความเปลี่ยนแปลง เพิ่มโอกาสสร้างอาชีพ 8.คืนครูให้นักเรียน ลดภาระงานของครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน 9.จัดตั้งกองทุน Smart Education เพื่อสนับสนุน Social Enterprise และ Startup ด้านการศึกษา รวมถึงการนำเทคโนโลยี EdTech (Education Technology) เพื่อใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน และการสอบให้มีประสิทธิภาพ และ 10.การกระจายอำนาจจากกระทรวงสู่โรงเรียน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon