เรือพิฆาตลำใหม่ ค่า1.46 หมื่นล้าน จ่อถึงไทย อีกราว2สัปดาห์ ชี้ สมรรถนะสูง-ปราบเรือดำน้ำ

วันนี้ (16 ธ.ค.) เฟสบุ๊ก Wassana Nanuam ของวาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรือพิฆาตลำใหม่ของกองทัพเรือไทย ที่กำลังจะเข้าประจำการ โดยระบุว่า เรือพิฆาต เขี้ยวเล็บใหม่ ทัพเรือไทย จะมาแล้ว!!

ทัพเรือไทย เตรียมต้อนรับ “เรือหลวงท่าจีน” เรือพิฆาต เรือฟริเกตสมรรถสูง ลำใหม่ ที่ต่อจากเกาหลี….ถึงไทย 6 มค. นี้….ก่อนที่ ทร.ไทยจะต่อ ลำที่ 2 เอง หลัง Daewoo ถ่ายถอดเทคโนโลยี่ ให้แล้ว

พลเรือเอก พูลศักดิ์ อุบลเทพชัย ประธานที่ปรึกษาทร.เป็นผู้แทน ผบ.ทร. ทำพิธีรับมอบเรือหลวงท่าจีน ที่ต่อที่ อู่ Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering (DSME) เกาหลีใต้ แล้ว เมื่อ 14 ธ.ค.2561 และจะถึงไทย 6ม ค.2562 เข้าประจำการในกองเรือยุทธการ

เรือหลวงท่าจีน HTMS. Tachin (FFG-471) เป็นเรือฟริเกตสมรรถสูง เป็นเรือพิฆาต ที่ใช้เทคโนโลยี stealth
รุ่น DW-3000F-Class

โดยเรือฟริเกต มี มูลค่า 14,600 ล้านบาท ปฏิบัติการรบได้ 3 มิติ เป็นการพัฒนามาจากเรือพิฆาตชั้น Kwanggaeto Class Destroyer (KDX-I) โดยใช้มาตรฐานทางทหารของสหรัฐฯ และกองทัพเรือเกาหลีใต้ในการต่อเรือ

โดยในระหว่างต่อเรือลำแรกนี้ Daewoo ได้ทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีการต่อเรือให้กับทหารเรือไทยด้วย เพื่อที่กองทัพเรือจะได้มาต่อเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำที่2 เอง โดยมีเจ้าหน้าที่จาก Daewoo มาช่วยให้คำแนะนำ ตามแผน จะซื้อ 1ลำ ต่อ เอง1 ลำ

มีระวางขับน้ำสูงสุด 3,700 ตัน ความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 30 นอต ระยะปฏิบัติการประมาณ 4,000 ไมล์ทะเล กำลังพล 136 นาย

สามารถทนทะเล sea state ได้ถึงสภาวะทะเลระดับ 6 ขึ้นไป โครงสร้างเรือแข็งแรง มีโอกาสอยู่รอดสูงในสภาพแวดล้อมของการสู้รบและการปนเปื้อนทางนิวเคลียร์ เคมี ชีวะ และสามารถตรวจการครอบคลุมทุกมิติและทั้งกลางวันและกลางคืน เนื่องจาก มีการติดตั้งระบบอำนวยการรบและระบบตรวจการที่ทันสมัยและขีดความสามารถสูง รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและสื่อสารกับเรือ อากาศยาน และหน่วยบนฝั่ง

ทั้งนี้ เรือหลวงท่าจีน ยังมีสามารถปฏิบัติการรบได้ทั้ง 3 มิติ ทั้งผิวน้ำ ใต้น้ำ และทางอากาศ โดยการปฏิบัติการสงครามใต้น้ำ สามารถตรวจจับเป้าหมายระยะไกลด้วยโซนาร์ลากท้ายและโซนาร์ติดใต้ท้องเรือ แล้วต่อตีเรือดำน้ำได้ที่ระยะไกลด้วย Vertical Launch Anti-Submarine Rocket หรือตอร์ปิโด

ส่วน การปฏิบัติการสงครามต่อต้านภัยทางอากาศ ใช้เรดาร์ตรวจการณ์ 3 มิติระยะไกล และระยะปานกลางในการค้นหา ตรวจจับ และติดตามเป้าข้าศึก รวมทั้งแลกเปลี่ยนและประสานการปฎิบัติกับเรือและอากาศยานที่ร่วมปฏิบัติการ แล้วโจมตีเป้าหมายด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีฯ แบบ ESSM และอาวุธปืนของเรือ

ขณะที่การป้องกันทางอากาศระยะไกล (ผิวน้ำ) หรือพื้นที่ชั้นนอกของกองเรือ (Battle Group) จะใช้การปฏิบัติการร่วมกับอากาศยานของกองทัพอากาศในการค้นหา ตรวจจับและโจมตี และการปฏิบัติการสงครามผิวน้ำ โดยสามารถโจมตีเป้าหมายได้ที่ระยะไกล โดยปฏิบัติร่วมกับเรือและอากาศยานในการพิสูจน์ทราบเป้า ส่งมอบเป้าและให้ใช้อาวุธจากระยะพ้นขอบฟ้า รวมทั้งโจมตีเป้าพื้นน้ำและใต้น้ำด้วยเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือ

ด้านการป้องกันตนเองนั้น จะโจมตีด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีปืนใหญ่เรือและปืนรองต่อสู้อากาศยาน ระบบอาวุธป้องกันระยะประชิด (CIWS) ระบบลวงทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบบควบคุมความเสียหายแบบรวมการที่สั่งการได้จากศูนย์กลางหรือแยกสั่งการ มีระบบควบคุมการแพร่สัญญาณออกจากตัวเรือ อีกทั้งสามารถ ตรวจจับ ดักรับ วิเคราะห์ และก่อกวนสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าของเป้าหมายได้

นอกจากนี้ เรือหลวงท่าจีน ยังสามารถใช้ในการปฏิบัติการรบร่วม โดยผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ให้สามารถปฏิบัติการรบร่วมในลักษณะกองเรือ (Battle Group) ได้แก่ ร.ล.จักรีนฤเบศร เรือฟริเกต ชุด เรือหลวงนเรศวร เรือคอร์เวต ชุด เเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการปฏิบัติการรบร่วมกับ เครื่องบินกองทัพอากาศ ตามบทบาทหน้าที่ที่จะได้รับมอบหมาย ซึ่งเรือฟริเกตสมรรถนะสูง จะทำหน้าที่ควบคุมการปราบเรือดำน้ำเป็นหลัก

ด้วยศักยภาพและสมรรถนะที่แข็งแกร่งของเรือหลวงท่าจีน กองทัพเรือจะถูกนำไปใช้ในภารกิจสงคราม ป้องกันอธิปไตยเหนืออาณาเขตทางทะเลของไทย รวมไปถึงคุ้มกันกระบวนเรือลำเลียง และนอกเหนือจากนั้นในยามสงบจะดูแลรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของเส้นทางคมนาคมทางทะเล พิทักษ์รักษาสิทธิอธิปไตยทางทะเล ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ และรักษากฎหมายตามกฎหมายให้อำนาจทหารเรือ

บทความก่อนหน้านี้‘บก.ลายจุด’ เสนอ นำที่ดินทหารปลูกไม้ยืนต้นขาย สร้างรายได้กองทัพ 
บทความถัดไป‘คู่รักหนุ่มสาวโรงงานปทุมฯ’ ดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 รับเละ 12 ล้าน