อย่าเสียโอกาส

18.12.18 | 09:09 น.

เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองของไทยเกิดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นสิบปี ความขัดแย้งดังกล่าวนำมาสู่ความรุนแรง ความเกลียดชัง เข่นฆ่า และทำลายล้าง กระทั่งคณะทหารนำเอาความขัดแย้งมาเป็นเงื่อนไขยึดอำนาจ และปกครองประเทศมา 4 ปี ท่ามกลางข้อสงสัยจากสังคมทั่วไปว่า หลังจากการเลือกตั้งแล้วประเทศไทยจะเกิดความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมหรือว่าหมดไป เพราะดูเหมือนว่า 4 ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งของ 2 ขั้วการเมืองที่เกิดขึ้น มิได้ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด ความรุนแรง ความเกลียดชัง การเข่นฆ่า และทำลายล้าง เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่แปรเปลี่ยนรูปแบบไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อการเลือกตั้งใกล้เข้ามา ประเทศไทยเริ่มได้ยินข่าวดี เป็นข่าวดีจากรัฐบาล เป็นข่าวดีจากพรรคการเมือง ยิ่งหลังจากที่ คสช.ปลดล็อกและเปิดให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ เริ่มมีพรรคการเมืองนำเสนอแนวทางสร้างสรรค์ในรูปนโยบายหาเสียง อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดนโยบายด้านการศึกษา ส่วนพรรคอนาคตใหม่ แถลงนโยบายกระจายอำนาจ การศึกษา สาธารณสุขและอื่นๆ และคาดว่าพรรคการเมืองที่เหลือจะทยอยเผยแพร่นโยบายของพรรคให้สังคมรับทราบ

ช่วงเวลาเลือกตั้งจึงเป็นห้วงเวลาที่ทุกฝ่ายสนใจความเป็นอยู่ของประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้มิได้มีความสำคัญเพียงแค่เรื่องปัญหาปากท้อง หากแต่ยังผูกโยงไปถึงปัญหาการเมืองและปัญหาสังคมด้วย เนื่องจากขั้วการเมือง 2 ขั้วที่เกิดขึ้นในประเทศมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ขณะที่ตลอดระยะเวลา 10 ปี คนไทยทั้งหมดล้วนถูกรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุม รวมไปถึงฝ่ายทหารกล่าวอ้างถึง อ้างว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการอย่างนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการอย่างนี้ จากนั้นก็ใช้ข้ออ้างดังกล่าวมาประกาศความชอบธรรม
ของตัวเองในการชี้นำประเทศ

ในวันเลือกตั้งที่จะถึง จึงเป็นโอกาสของคนไทยที่จะแสดงเจตนาของตัวเอง ทั้งจุดยืนทางการเมือง ความต้องการทางเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาสังคม แต่ก่อนจะถึงวันนั้น คนไทยต้องช่วยกันฟังนโยบายของแต่ละพรรค ต้องศึกษาวิธีการเลือกตั้งแบบใหม่เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด กระทั่งเสียโอกาสในการแสดงเจตนารมณ์ทางบัตรเลือกตั้ง ดังนั้น เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้โอกาสที่มีอยู่ไม่บ่อยครั้งในการแสดงเจตนาตัวเอง เพื่อเลือกทิศทางการเมือง แนวทางเศรษฐกิจและอนาคตของสังคมของไทยในอนาคต