นโยบายเสาหลัก
1.นโยบายทลายเศรษฐกิจผูกขาด พรรคขอเสนอ 4 แนวทางทำลายการผูกขาด คือ 1.การผูกขาดสัมปทานของรัฐต่างๆ ถ้าพรรคได้เข้าไปมีอำนาจจะจัดการประมูลให้โปร่งใส เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้เข้ามา เช่น ดิวตี้ฟรีในสนามบิน พรรคจะแบ่งพื้นที่โดยให้บริษัทเล็กเข้ามามีส่วนร่วม 2.กลุ่มทุนผูกขาดความมั่งคั่งจากกฎหมายบางฉบับที่เอื้อกีดกันการแข่งขันทางการค้า เช่น การผลิตเหล้าและเบียร์ ที่กำหนดให้ผลิต 10 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งกฎหมายเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ทันที
3.การเข้าถึงแหล่งทุนต้องถูกปลดปล่อย คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงแหล่งทุน เช่น ธนาคารของไทยที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด พรรคจะเสนอให้เปิดใบประกอบกิจกรรมธนาคารในต่างจังหวัด จะสอดรับกับนโยบายการกระจายอำนาจท้องถิ่นทำให้เกิดการจ้างงานที่มีคุณภาพ นักธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ และ 4.การบังคับใช้กฎหมายการค้าอย่างจริงจัง ป้องกันการฮั้วราคา กีดกันผู้แข่งรายใหม่
2.นโยบายขนส่งสาธารณะ พรรคเสนอนโยบายขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคนเพื่อความเท่าเทียม เน้นไปที่การสร้างอุตสาหกรรมรถไฟขึ้นในประเทศไทย จะช่วยประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ และแก้ปัญหารถติดได้ เนื่องจากรถไฟใช้พลังงานน้อยกว่ารถยนต์ 9 เท่า ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่า 3 เท่า และใช้พื้นที่น้อยกว่ารถยนต์ถึง 20 เท่า เน้นเปลี่ยนการใช้รถใช้ถนนมาเป็นการใช้ขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุมที่สุด โดยเฉพาะระบบราง
3.นโยบายเกษตรก้าวหน้า พรรคจะสนับสนุนให้มีความก้าวหน้าทันสมัย มีการเพิ่มมูลค่า จะเป็นการเกษตรที่ทำให้เกิดความเท่าเทียม พรรคสนใจคือมิติคุณภาพและการลดต้นทุน 50 ปีที่ผ่านมาหลายประเทศพัฒนาไปมาก แต่ไทยยังไม่ไปถึงไหน จึงต้องเอาเทคโนโลยีเข้าไปดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำ พรรคเสนอให้ปลดล็อกระงับข้อพิพาทรัฐกับเกษตรกร ปรับแก้กฎหมายขีดเส้นป่าที่ทับซ้อน จัดการพื้นที่ให้คนอยู่กับป่าอย่างเหมาะสม ส่วนปัญหาหนี้สินนั้น พรรคเสนอให้ปลดหนี้เกษตรกรที่ไม่มีศักยภาพในการชำระหนี้ วงเงิน 4,000 ล้านบาท ส่วนเกษตรกรที่ยังมีศักยภาพจะมีการปรับหนี้สิน
4.นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อประชาชน มีนโยบายสามแนวทาง 1.นำข้อมูลของทุกหน่วยงานรัฐเชื่อมโยงภายใต้ฐานข้อมูลเดียว ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้น ยกระดับการให้บริการของประชาชน ทั้งด้านการคมนาคม ด้านสาธารณสุข และการยืนยันตัวตนผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อลดขั้นตอนการเตรียมเอกสารของราชการ 2.ส่งเสริมและสร้างอุตสาหกรรมไอทีในประเทศ ก่อนยกระดับสู่ต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีไปต่อยอดพัฒนาฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ 3.เตรียมความพร้อมให้คนไทย ก่อนเข้าสู่โลกดิจิทัล โดยการเพิ่มหลักสูตรเทคโนโลยีในโรงเรียน ทั้งสายสามัญและอาชีวะ ต้องการพัฒนาข้าราชการไทยให้มีทักษะรองรับกับนโยบายในอนาคตของประเทศ
5.นโยบายเปิดข้อมูลรัฐกำจัดทุจริต ต้องออกแบบเทคโนโลยีให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการทำงานของภาครัฐได้ ให้มีการเปิดเผยข้อมูลสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ข้อมูลรายรับรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลาง ท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนรับรู้ว่าหน่วยงานใช้ภาษีของประชาชนไปอย่างไร สำหรับการยื่นบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการระดับสูง รวมถึงทหาร พรรคจะทำให้การยื่นบัญชีทรัพย์สินยังมีอยู่และจะแก้ไขกฎหมายที่สกัดกั้นสิทธิเสรีภาพในการตรวจสอบภาครัฐของ เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ให้กลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน
6.นโยบายโอบรับความหลากหลาย นโยบายของพรรคมุ่งเน้นให้สังคมอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจและเท่าเทียม เป็น 2 ขาใหญ่ 1.สร้างความเสมอภาคทางสังคม ยืนยันสิทธิพื้นฐานในการชีวิตของทุกคน โดยการบูรณาการหน่วยงานรับและเอกชน ปรับปรุงกฎหมายที่เลือกปฏิบัติ 2.นโยบายวัฒนธรรมหลากหลาย ไทยเท่าทันโลก โดยการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนผู้ผลิตผลงานจากความคิดสร้างสรรค์
7.นโยบายสิ่งแวดล้อมยั่งยืน พรรคจึงต้องการเสนอให้ตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงขยะในพื้นที่ที่มีขยะจำนวนมาก เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ นอกจากนี้จะต้องมีการควบคุมผลกระทบสิ่งเแวดล้อม(อีไอเอ)
โดยเสนอให้ตั้งกองทุนเพื่อตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ รวมถึงแก้ไขปัญหาสัตว์ด้วยนโยบายสวัสดิภาพสัตว์
8.นโยบายปฏิรูปกองทัพ ปรับโครงสร้างเป็น กองทัพในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช้กำลังพลมากมายไปอย่างไร้จุดหมาย ลดกำลังพล 3.3 แสนนาย เหลือ 1.7 แสนนาย นายพลลดจาก 1,600 นาย ให้เหลือเพียง 400 นาย ยกเลิกการเกณฑ์ทหารแบบปัจจุบัน ให้เป็นระบบสมัครยกเว้นกรณีเกิดสงคราม ปรับงบประมาณกองทัพ ให้เหลือ 1.1 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีหรือประมาณ 64,000-65,000 ล้านบาทต่อปี
นโยบายฐานราก
1.นโยบายยุติระบบราชการรวมศูนย์
ต้องมีการกระจายงาน กระจายคน กระจายทรัพยากรต่างๆ ผ่านการดำเนินการ ยกเลิกคำสั่งคสช. 19 ฉบับทันที ต้องสถาปนาหลักการกระจายอำนาจไปไว้ในรัฐธรรมนูญ ด้วยการบัญญัติ ว่า “รัฐไทยเป็นรัฐเดี่ยวแบ่งแยกไม่ได้ มีโครงสร้างการบริหารแบบการกระจายอำนาจ” ทั้งยังบัญญัติอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นให้ชัดเจนว่ามีอำนาจหน้าที่อะไร อนาคตใหม่จะเสนอพลิกกลับ ให้อำนาจการจัดทำบริการสาธารณะเป็นของท้องถิ่นเป็นหลัก การกระทำแบบนี้จะเป็นลักษณะ Big Bang ทั้งยังต้องรับรองให้การเลือกตั้งอปท.ไว้ในรัฐธรรมนูญ
ต้องกระจายงบระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่นให้เป็น 50 ต่อ 50 พร้อมกับจัดสรรภาษีเสียใหม่ ให้เก็บเข้าท้องถิ่นก่อนโอนเข้าส่วนกลาง จะก่อให้เกิดแรงกระตุ้นการจ่ายภาษีมากขึ้น
2.นโยบายไทยเท่าเทียม
พรรคอนาคตใหม่คืนสิทธิที่ควรเป็นสิทธิของประชาชนมา
อย่างช้านาน คืนความเป็นคนที่เท่ากัน ทำรัฐสวัสดิการอย่างทั่วหน้าและครบวงจร ตั้งแต่อยู่ในท้องจนแก่เฒ่า วันลาคลอดจะต้องเพิ่มเป็น 180 วัน มีเงินเลี้ยงดูบุตรเมื่อคลอด 1,200 บาท/เดือน บุตรหลานได้รับการศึกษาฟรี มีคุณภาพ และมีงานทำ โดยจะผลักดันประกันสังคมที่ทำได้จริง เพิ่มงบบัตรทอง 4,000 บาทต่อคน และเมื่อแก่ชราจะเพิ่มเบี้ยชราเป็น 3 เท่า คือ 1,800 บาท/เดือน ใช้งบประมาณ 650,000 ล้านบาท โดยนำงบที่มีอยู่แล้ว รวมกับการลดงบกระทรวงกลาโหม
3.นโยบายปฏิวัติการศึกษา
พรรคขอเสนอ เมกะโปรเจ็กต์ 4 ภารกิจ ยกระดับ 4 ด้าน คือ 1.การพัฒนาสิ่งแวดล้อมด้านการศึกษา ศูนย์เลี้ยงเด็ก ในแต่ละช่วงวัย 20,000 แห่ง ที่พบว่าห้องเรียนไม่มีคุณภาพ 2.พัฒนาโครงสร้างและระบบการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการทั้งระบบ ยุบโครงสร้างที่ไม่จำเป็น และโครงการที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนทิ้ง ทำให้ได้เวลาของบุคลากรด้านการศึกษาเพื่อพัฒนารวมทั้งงบประจำ ที่เป็นค่าอาหาร และค่าเดินทาง ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน 3.พัฒนาหลักสูตรการศึกษา ลดหลักสูตรท่องจำ และเพิ่มหลักสูตรความเข้าใจ การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มากขึ้น สนับสนุนให้มีการฝึกงาน ตั้งแต่ม.ต้น โดยได้รับค่าตอบแทนอย่างยุติธรรม และ4.พัฒนาครูต้นแบบ เพื่อการพัฒนาห้องเรียน และร่วมออกแบบหลักสูตรการศึกษา เพื่อตอบสนองความต้องการของทุกคนมากที่สุด
ปักธงประชาธิปไตย
พรรคอนาคตใหม่มีนโยบายยุติวงจรอุบาทว์นี้ 3 เรื่องคือ
1.ล้างมรดกบาป 2.เอาสิทธิและเสรีภาพประชาชนกลับคืนมา 3.ป้องกันไม่ให้คณะทหารยึดอำนาจอีก ตลอด 5 ปีที่คสช.เข้ามาออกคำสั่งมากมาย อนาคตใหม่จะทบทวนคำสั่งคสช. อันไหนพอใช้งานได้ ต้องเปลี่ยนรูปเป็นกฎหมาย คำสั่งคสช.ที่อยุติธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน ต้องถูกยกเลิกทันที ผู้เสียหายต้องได้รับการเยียวยา รัฐธรรมนูญ 2560 มาตราสุดท้าย 279 ที่ให้การใช้อำนาจของคสช. ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต ถูกต้อง คำสั่งคสช.อยู่เหนือกฎหมายสูงสุด พรรคจะยกเลิกมาตราสุดท้าย
รัฐธรรมนูญ 2560 ที่ทั้งกระบวนการไม่ชอบธรรมตามประชาธิปไตย อนาคตใหม่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้สามารถทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องผ่านการทำประชามติ จากนั้นจึงตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาจัดทำ แล้วทำประชามติอีกครั้ง รวม 2 ครั้ง
อนาคตใหม่จะแก้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่ถูกใช้ฟ้องปิดปากทันที เช่นเดียวกับกฎหมายการชุมนุมสาธารณะ ตลอดจนกฎหมายชุดความมั่นคง ที่ต้องปรับแก้ให้รัฐสามารถบริหารจัดการได้ โดยไม่
ลิดรอนเสรีภาพประชาชน ที่จะสำคัญคือ จะแก้ไขพ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ที่ตรามาแล้ว 104 ปี เพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตรวจสอบได้โดยส่งให้ศาลปกครองวินิจฉัย นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้แก้กฎหมายอาญามาตรา 113 ให้ประชาชนมีสิทธิเป็นผู้เสียหายในการฟ้อง ศาลต้องพิจารณาฉุกเฉินและตัดสินภายใน 24 ชั่วโมง คณะรัฐประหารจะนิรโทษกรรมตัวเองไม่ทัน
อนาคตใหม่จะลงนามสัตยาบันกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญา
ระหว่างประเทศ เป็นเกราะคุ้มกัน นอกจากนี้จะมีการแก้รัฐธรรมนูญ ลบล้างผลพวงรัฐประหาร บทบัญญัติพิเศษ โดยผ่านประชามติ ให้การรัฐประหาร 2557 เป็นโมฆะ แล้วดำเนินการต่อผู้คณะรัฐประหาร ที่สำคัญต้องเปิดให้การดำเนินคดีกับคณะรัฐประหารไม่มีอายุความ
อนาคตใหม่ขอประกาศว่าเมื่อมีการเลือกตั้ง 2562 จะรณรงค์กับภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคประชาชน แล้วเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทันที เพื่อเป็นฉันทามติจากทั้งสังคม อนาคตใหม่ขออาสาเป็นกองหน้าประชาธิปไตยตัวจริงที่จะเข้าไปยุติวงจรรัฐประหาร

