สัมภาษณ์พิเศษ : จรุงวิทย์ ภุมมา ปลุกเลือกตั้งปฏิรูปการเมือง : โดย ศิริภา บุญเถื่อน

หมายเหตุพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงการเตรียมความพร้อมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ตามโรดแมปของที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับตัวแทนพรรคการเมือง ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

⦁ขณะนี้ พ.ร.ป.4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมีผลใช้บังคับแล้ว สำนักงาน กกต.เตรียมความพร้อมไว้อย่างไร

ขณะนี้สำนักงานได้เตรียมความพร้อมไว้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร อุปกรณ์ต่างๆ ส่วนร่างระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น กรรมการ กกต.ได้นัดพิจารณาเพื่อดำเนินการให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ส่วนบัตรเลือกตั้งทางสำนักงานก็จะเสนอให้ กกต.ได้พิจารณาไม่ต่ำกว่า 2 แนวทาง ส่วนการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง กกต.มีศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล (ศส.ปชต.) ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งว่าประชาชนต้องเป็นคนที่ตัดสินใจว่าควรจะเลือกใคร ไม่ใช่เป็นการไปถามหรือให้ใครมาบอก หรือมีอำนาจเงินมาเป็นตัวทำให้ต้องตัดสินใจ

ส่วนการนำเสนอของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น ทาง กกต.ได้เตรียมไว้ให้ค่อนข้างเยอะ เพราะการปฏิรูปการเมืองคือไม่ต้องการให้ระบบทุนเข้ามาในระบบการเมือง เช่น ปัจจุบันการจัดตั้งพรรคการเมืองต้องมีสมาชิกผู้ร่วมจัดตั้ง 500 คนขึ้นไป คุณสมบัติต้องเท่ากับผู้สมัคร มีทุนประเดิม 1 ล้านบาท หลักการคือไม่ต้องการให้พรรคเป็นของนายทุนหรือกลุ่มทุน แต่เป็นของผู้ก่อตั้งและสมาชิกที่เสียค่าสมัครสมาชิกอย่างแท้จริง ส่วนพรรคเดิมก็ต้องปรับตัวเช่นกัน ดังนั้นจะค่อยๆ เห็นพรรคการเมืองกลายรูปร่าง สักระยะก็คงจะเริ่มเห็นผล เพราะว่าทุกคนก็คงไม่อยากให้มีใครมาครอบงำพรรค ไม่ใช่มีเงินเยอะแล้วจะมาเป็นเจ้าของพรรคได้ เร็วๆ นี้ก็จะเห็นภาพว่าพรรคการเมืองเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง พรรคการเมืองต้องสร้างศรัทธา คนจึงจะเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค

นอกจากนี้ กกต.ยังช่วยพรรคการเมืองในเรื่องของการหาเสียง คือเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ส่งถึงเจ้าบ้านพร้อมหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรากำหนดไว้ว่านอกจากรูป ประวัติผู้สมัครแล้ว ก็จะมีอีกเนื้อหาที่เป็นชื่อพรรค โลโก้พรรค รวมทั้งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แนวนโยบายของพรรค บัญชีรายชื่อบุคคลที่เสนอนายกรัฐมนตรี โดยกำชับให้จัดเตรียมกระดาษที่คงทนด้วย เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับทราบว่ามีใครเป็นผู้สมัคร นโยบายพรรคเป็นอย่างไรก่อนตัดสินใจเลือก ต้องทำด้วยความละเอียด ทำให้รอบคอบ ส่วนประกาศหรือแผ่นบอร์ด สำนักงาน กกต.จะขอความร่วมมือหน่วยงานรัฐทำบอร์ดเพื่อให้ผู้สมัครแต่ละคนไปติดชื่อ หมายเลขผู้สมัคร นอกจากนี้ กกต.จะทำแผ่นไวนิลที่จะช่วย
ผู้สมัครหาเสียงด้วย

นอกจากนี้ กกต.ยังมีการจัดสรรเวลาการออกอากาศทางทีวี รวมทั้งการดีเบต ออกแบบไว้ 3 รูปแบบ คือกลุ่มพรรคที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ตั้งแต่ 300-350 กลุ่มพรรคที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ตั้งแต่ 200-300 และกลุ่มที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ต่ำกว่า 200 เพื่อให้ได้ดีเบตนโยบาย รวมทั้งการหาช่องทางการช่วยหาเสียงผ่านทางโซเชียลมีเดีย อาทิ เฟซบุ๊ก หรือแอพพลิเคชั่นไลน์ เป็นช่องทางที่ประชาชนเข้าถึงง่าย

ส่วนเรื่องป้ายหาเสียงของพรรค สำนักงานไม่อยากให้พรรคลงทุนเรื่องป้าย แต่ว่าเท่าที่ด้านกิจการพรรคการเมืองได้หารือกับพรรคการเมืองในรอบแรก กลัวว่าหาก กกต.ทำเองจะไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ พรรคการเมืองเขาก็จะทำเองด้วย แต่ว่าปัญหาคือหากข้ามถนนไปอีกฝั่งหมายเลขเปลี่ยนแล้ว เพราะผู้สมัครพรรคเดียวกันแต่คนละเบอร์จะเกิดความสับสนได้ เท่าที่ได้หารือกับทางผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง 350 เขตเลือกตั้ง คือให้ลองไปดูถนนที่อยู่ในใจกลางเขตเลือกตั้งซึ่งไม่ใช่แนวรอยต่อ อาจมีประมาณ 1-2 แห่ง เพื่อให้ผู้สมัครได้ติดป้ายแล้วตั้งชื่อว่าถนนประชาธิปไตย คือจำกัดจำนวนป้ายและติดตามสถานที่ที่กำหนด จะไปติดตามถนนข้างทางเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว หลักการของกฎหมายคือเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง

⦁ขณะนี้มีพรรคการเมืองที่ กกต.รับรองจำนวนกี่พรรค และสามารถส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงเลือกตั้งกี่พรรค

หากนำพรรคเก่าและพรรคใหม่มารวมกัน ขณะนี้มีจำนวน 95 พรรคแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กันกี่พรรค เท่าที่ทราบพรรคการเมืองที่จดจัดตั้งใหม่ประมาณ 35 พรรค ยืนยันว่าจะส่งผู้สมัคร
ส.ส. ส่วนพรรคการเมืองเก่าบางพรรคยังปรับตัวไม่ได้ ยังหาทุนประเดิมไม่ได้ก็มี ซึ่งก็ต้องรอดูว่าจะมีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครกันกี่พรรค

⦁กฎและกติกาต่างๆ ขณะนี้ประชาชนยังสับสนเรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว กกต.จะมีแนวทางชี้แจงอย่างไรให้เกิดความเข้าใจ

อย่าไปสับสน เพราะบัตรเลือกตั้งใบเดียวสามารถเลือก ส.ส.ได้ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ คือแบบแบ่งเขตใครที่ได้คะแนนสูงสุดก็ได้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขตไป ส่วนบัตรเลือกตั้งที่ได้ลำดับอื่นๆ คะแนนเสียงก็ไม่ตกน้ำ เพราะจะถูกนำไปคำนวณเพื่อหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค เดิมบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คนที่ได้ลำดับที่ 2, 3, 4 คะแนนหายไปเลย ไม่ได้มีการนำคะแนนมาคิดคำนวณเพื่อหา ส.ส.แต่อย่างใด

สำหรับการคำนวณค่อนข้างจะยาก หลักการจะเขียนไว้ในกฎหมาย เห็นบางคนกลัวว่าจะมีการโกง กกต.ขอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง มีบางพรรคสอบถามมาว่าจะมีผู้สังเกตการณ์ของพรรคการเมืองไปตามหน่วยเลือกตั้งหรือไม่ ตอบเลยว่ายังมีอยู่ เพราะการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งเราต้องทำให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม รวมทั้งผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต่างชาติเองอยากมาดูการเลือกตั้งของไทยเช่นกัน แต่ก็ดูเฉพาะในส่วนของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง การอำนวยความสะดวก คงไม่ละลาบละล้วงงานหรือก้าวก่ายงานภายในแต่อย่างใด

⦁การหาเสียงออนไลน์หรือทางโซเชียลมีเดีย หากมีการใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครมีวิธีการจัดการอย่างไร

หากเกิดกรณีลักษณะนี้ กกต.ก็จะแจ้งให้ทราบว่าการกระทำเข้าข่ายผิดกฎหมายเพื่อให้มีการลบออก ถ้าไม่ลบก็จะมีการดำเนินคดี และการที่เราให้พรรคการเมืองแจ้งว่าจะหาเสียงทางใดบ้างหรือด้วยวิธีการใด เพื่อจะได้รู้เท่าทันพวกอวตาร พวกปลอมตัว คือพวกที่แจ้งว่าจะใช้ชื่อและบัญชีผู้ใช้งาน (แอคเคาต์) หนึ่งใช้หาเสียงทางออนไลน์และโซเชียลมีเดีย แต่กลับใช้อีกชื่อหนึ่งมาหาเสียงแทน ขณะเดียวกัน กกต.อาจดูไม่ทั่วถึง หากผู้สมัคร ส.ส.คนใดพบว่าตัวเองถูกใส่ร้ายป้ายสีก็สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนมาที่ กกต.ได้ หรือหาก กกต.เจอเองหรือกรณีความปรากฏ กกต.อาจสอบถามไปยังผู้ถูกกระทำได้ว่าถูกใส่ร้ายใช่คุณหรือไม่ ถ้าใช่ก็จะไปแจ้งผู้กระทำผิดให้ดำเนินการลบออก

⦁คสช.ปลดล็อก 9 คำสั่ง พรรคการเมืองสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง

พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ แต่อย่าทำสิ่งใดที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม และตอนนี้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการหาเสียง ระเบียบการหาเสียง เรื่องป้ายยังไม่ได้ประกาศใช้ เพราะต้องรอ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง เนื่องจากจะเริ่มนับก็ต่อเมื่อมี พ.ร.ฎ.การเลือกตั้ง ดังนั้นช่วงนี้พรรคการเมืองอย่าเที่ยวไปแจกเงิน เพราะมีสิทธิผิดกฎหมายเช่นกัน ฝากเตือนพรรคการเมืองอย่าไปทำ อย่าทำให้ประชาชนไม่ศรัทธาด้วย เพราะพรรคการเมืองที่ชอบทำผิดกฎหมาย ใครอยากจะเข้าไปเป็นสมาชิก ทำให้ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นต่อพรรคการเมือง เพราะขนาดกฎหมายยังฝ่าฝืนแล้วอย่างอื่นจะทำผิดหรือไม่ ศรัทธาของคนที่อยากจะมาเป็นสมาชิกพรรคก็จะไม่มี ผมเป็นห่วงเรื่องนี้มาก ฝากเตือนนักการเมืองอย่าซิกแซก หรือทำผิดกฎหมาย

⦁ระเบียบการเลือกตั้ง ส.ส.มีประเด็นใดที่นักการเมืองต้องปรับตัวบ้าง

การเลือกตั้ง ส.ส.ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส.ประมาณ 10-11 ฉบับ โดยสิ่งใหม่ที่นักการเมืองต้องปรับตัว คือการหาเสียงทางโซเชียลมีเดีย กระบวนการป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง การทุจริตการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ กกต.มีการให้สินบนรางวัลกับบุคคลที่แจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง โดยนำหลักฐานมาให้ กกต. ซึ่งเงินรางวัลก็ค่อนข้างจะสูง หลังจากระเบียบเสร็จเรียบร้อยแล้ว กกต.จะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบอีกครั้ง

สำหรับบทลงโทษผู้กระทำผิดการเลือกตั้งครั้งนี้ มีทั้งใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ โดยใบเหลือง เป็นการให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งก่อนหรือในวันเลือกตั้ง ที่ กกต.เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้น เช่น การซื้อสิทธิขายเสียง กกต.จึงลงโทษด้วยการสั่งให้เลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมัครที่ได้ใบเหลืองยังคงเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งต่อไปได้

ใบส้ม เป็นการให้ใบส้มแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งหลังวันเลือกตั้ง แต่ก่อนการประกาศผลเลือกตั้ง กกต.เห็นว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งเกิดขึ้น เช่นเดียวกับกรณีการให้ใบเหลือง แต่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งกระทำการหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่นที่มีลักษณะเป็นการทุจริต กกต.มีคำสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี

ใบแดง เป็นการให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งหลังประกาศผลการเลือกตั้ง หาก กกต.เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ไม่มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา พิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลนั้น และหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งกระทำการทุจริตให้ยื่นต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งเพิกถอนสิทธิ
เลือกตั้ง 10 ปี และสั่งเลือกตั้งใหม่พร้อมให้รับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งจำนวนร้อยละ 2 ของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง

ส่วนใบดำ เป็นการกำหนดให้มีโทษการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งโดยไม่ได้มีกำหนดระยะเวลารับโทษว่าจะนานกี่ปี เท่ากับว่าหากผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือ ส.ส.คนใด หากศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งที่จะวินิจฉัย มีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจะถือว่าเป็นผู้ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต

⦁พรรคการเมืองเก่ามีข้อครหาครอบงำพรรค กกต.จะตรวจสอบอย่างไร

การครอบงำพรรค กฎหมายเขียนไว้แล้ว ผมเตือนอยู่บ่อยครั้งว่าอย่าให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ใช่สมาชิกมาครอบงำ ซึ่งพรรคก็ค่อนข้างรับรู้รับทราบพอสมควร และเชื่อว่ากรรมการบริหารพรรคก็คงไม่ยอมให้ใครมาครอบงำพรรคเช่นกัน วิธีการตรวจสอบว่าลักษณะใดเป็นการครอบงำ ต้องพิจารณารวบรวมพยานหลักฐาน มันก็ต้องพิสูจน์ เป็นเรื่องของกระบวนการและหลักฐาน รวมทั้งต้องรับฟังหลายๆ อย่างด้วย

⦁นโยบายของแต่ละพรรค กกต.ต้องร่วมตรวจสอบด้วยหรือไม่

เราไม่ได้ตรวจสอบ เพียงแต่ให้พรรคการเมืองแจ้งมา นโยบายใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการใช้เงิน กฎหมายเขียนว่าให้อธิบายว่างบประมาณจะเอามาจากที่ใด

⦁หลายฝ่ายไม่เชื่อว่า กกต.จะจัดการเลือกตั้งให้โปร่งใสได้ในยุครัฐบาลที่มีอำนาจเต็มจากการรัฐประหาร

กระบวนการจัดการเลือกตั้ง เราเชื่อมั่นมากกรรมการ กกต.ทั้ง 7 คนพูดคุยกันว่าจะจัดการเลือกตั้งด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ไปเอื้อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เมื่อถึงวันโหวต เจตจำนงของประชาชนสำคัญที่สุด ผู้มีสิทธิก็ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง บัตรลงคะแนนก็อยู่ในหน่วยเลือกตั้ง การนับคะแนนโดยประชาชนที่เป็นกรรมการประจำหน่วย ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้ง ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ กกต. เพราะ กกต.ไปบงการไม่ได้ กระบวนการระบบเลือกตั้งมันอยู่ในตัวของมันเอง หน่วยเลือกตั้งก็มีผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งที่มาจากพรรคการเมืองด้วย การนับคะแนนก็เห็นจากกระดาน ไปเปลี่ยนคะแนนไม่ได้ มั่นใจว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งมีความโปร่งใส อีกทั้งปัจจุบันโซเชียลมีเดียเข้าถึงประชาชนมาก เขาสามารถตัดสินใจเอง อย่าคิดว่าประชาชนไม่รู้

⦁ถ้าดูจากระบบเทคนิคต่างๆ ที่เตรียมไว้ คาดว่าจะประกาศผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้ช่วงใด

ผมคาดว่าประมาณ 2-3 ชั่วโมงหลังปิดหีบเลือกตั้ง น่าจะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการได้ อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งนี้ใช้บัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวไม่ใช่สองใบเหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา กระบวนการน่าจะเร็วขึ้นกรรมการประจำหน่วยก็จะรายงานผลผ่านแอพพ์แรบบิทรีพอร์ต แต่ว่าอาจจะรู้เฉพาะผลการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตก่อน ส่วนแบบบัญชีรายชื่อต้องมาคิดคำนวณกันอีกครั้ง

⦁ห่างหายจากการเลือกตั้งกว่า 4-5 ปี คาดหวังว่าประชาชนจะแห่กันมาใช้สิทธิมากน้อยแค่ไหน

เชื่อว่าประชาชนต้องการความสงบและความต้องการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 4-5 ปี เชื่อว่าประชาชนมีความกระตือรือร้นที่อยากออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการเมืองและปฏิรูปประเทศ ผมตั้งเป้าอยากให้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะจะถือว่าประสบความสำเร็จมาก แต่ไม่รู้ว่าจะถึงหรือไม่ เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์

ศิริภา บุญเถื่อน

บทความก่อนหน้านี้คนตามข่าว : วรัทยา นิลคูหา พิษรีวิวเมจิกสกิน-ตร.เรียกตัว
บทความถัดไปสะพานแห่งกาลเวลา : คลื่นความถี่5จีที่สหรัฐ