หน้าแรก การเมือง “หญิงหน่อย”นำ...

“หญิงหน่อย”นำทีมเปิดสาขาเพื่อไทยภาคใต้ที่ภูเก็ต อ้อน ขอชาวใต้ ลองใช้งานเพื่อไทย

17.12.18 | 12:17 น.

“หญิงหน่อย” นำทีมเปิดสาขาพรรคเพื่อไทยภาคใต้ที่ภูเก็ต ถาม กกต.มีเหตุผลอะไรที่มากำหนดเรื่องป้ายหาเสียงให้ปชช.รับรู้น้อย บอก คสช.อย่ามายุ่ง-อย่าใช้อำนาจทำให้องค์กรอิสระต้องบิดเบี้ยว พร้อมอ้อน ขอชาวใต้ ลองใช้งานพรรคพท. รับรองจะติดใจ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม ที่จังหวัดภูเก็ต พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคพท. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีตส.ส.ลพบุรี อดีตส.ส. ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคใต้ และสมาชิกพรรคพท. ร่วมพิธีทำบุญเปิดอาคารสำนักงานสาขาพรรคพท.ลำดับที่ 4 (ภาคใต้) ซึ่งถือเป็นสาขาพรรรลำดับสุดท้ายที่พรรคพท.ดำเนินการจัดตั้งหลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดสาขาพรรคที่ภาคกลางที่จังหวัดสมุทรปราการ ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ และภาคอีสานที่จังหวัดอุดรธานีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นเวลา 09.55 น. คุณหญิงสุดารัตน์ได้เดินทางมาสักการะอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะเดินทางมาที่เอทู รีสอร์ท เพื่อเลือกประธาน และคณะกรรมการสาขาพรรคพท.

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคัดเลือกคณะกรรมการสาขาฯ ถึงกรณีที่กกต.กำหนดให้ติดแผ่นป้ายหาเสียงขนาด A3 และต้องติดในจุดที่กกต.กำหนดไว้ให้เท่านั้น ว่า คงไม่ใช่ปัญหาของพรรคพท. เราโดนมาเยอะแล้ว ก็คงมีอะไรที่แปลกๆต่อไป แต่อยากถามว่า การที่กกต.ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งเพื่อให้คืนสู่ประชาธิปไตย การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด และอำนวยการเลือกตั้งให้บริสุทธิยุติธรรม และส่งเสริมประชาธิปไตย กับการที่พยายามจะไม่ให้เกิดข้อมูลข่าวสารถึงประชาชนอย่างแพร่หลาย เช่น การกำหนดจำนวน หรือขนาดป้ายที่อาจจะไม่สามารถสื่อสารได้เท่าไหร่ หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ออนไลน์ รวมไปถึงการที่บัตเลือกตั้งไม่ต้องมีชื่อ หรือโลโก้พรรคเป็นการพัฒนาหรือส่งเสริมให้มีการรับรู้ด้านประชาธิปไตย หรือการเลือกตั้งให้ประชาชนมากน้อยแค่ไหน แล้วมีเหตุผลอะไรถึงทำแบบนี้ ควรจะเปิดเผย และสนับสนุนพรรคการเมืองให้เปิดเผยตัวผู้สมัครได้อย่างเต็มที่ และควรสนับสนุนให้ทุกพรรคการเมืองได้พูดนโยบายอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสตัดสินอนาคตของเขา ว่าเขาอยากฝากอนาคต และความหวังไว้กับใคร แต่กลับเป็นการเลือกตั้งที่พยายามให้ข้อมูลไปถึงประชาชนน้อย พยายามให้เป็นการเลือกตั้งที่เป็นความลับ ผู้สมัครจะไปลงพรรคไหนก็อย่างไปรู้มาก เป็นใครก็ป้ายเล็กๆหน่อย ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อการสนับสนุนแนวทางประชาธิปไตยกับแนวคิดแบบนี้ ก็อยากให้กกต.เป็นตัวของตัวเอง ผู้ที่มีอำนาจแล้วอยากกลับคืนสู่อำนาจเขาอาจจะทำงานหาแค่ 1 ใน 3 ของพรรคการเมืองที่ต้องหา เพราะเขามีส.ว. 250 คนอยู่แล้ว ก็ได้เปรียบมากอยู่แล้ว ช่วยตอบหน่อยว่าแบบนี้มีประโยชน์อะไรต่อประชาชน และประชาธิปไตย ถามมาหลายวันแล้ว

เมื่อถามว่า ต้องฝากไปยังรัฐบาล หรือหัวหน้าคสช.ให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิยุติธรรมหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า คงไม่ฝากแบบนั้น เพราะวันนี้หัวหน้สคสช.ไม่ใช่คณะกรรมการกลาง ถ้าจะฝากก็คงบอกว่า อย่างมายุ่ง โปรดอย่าใช้อำนาจทำให้องค์กรอิสระต้องบิดเบี้ยว และต้องไม่ใช้อำนาจและอิทธิพลเข้าไปแทรกแซงหน่วยงานราชการในพื้นที่เพื่อให้คุณแก่พรรคการเมืองที่เสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นนายกฯต่อ นอกจากนี้ ควรเป็นรัฐบาลรักษาการ เพราะวันนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้น รัฐบาล และหัวหน้ารัฐบาลที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯยังมีอำนาจเต็ม และใช้งบประมาณในโครงการที่เป็นชื่อเดียวกับพรรคการเมือง ประชาชนก็ต้องพิจารณาดูว่าเหมาะสมหรือไม่ ส่วนตัวกลัวเกรงว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่ใช้อำนาจรัฐ และอำนาจเงินมากที่สุด กกต.ต้องช่วยทำให้ศักดิ์สิทธิ์

Advertisement

เมื่อถามว่า การวางตัวผู้สมัครของพรรคเรียบร้อยหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เกือบจะ 100% ยอมรับว่ายังมีบางเขตที่มีผู้สมัครมากกว่า 1 คน ซึ่งเราก็รอผลการทำโพลอยู่ เหลือประมาณ 5-6 เขตก็จะเสร็จ ส่วนภาคใต้เรากำลังดูอยู่ โดยเราจะส่งในจังหวัดที่เรามีความพร้อม รวมทั้งจังหวัดภูเก็ตด้วย โดยเราเปิดสาขาพรรคที่นี่ เพราะพท.ถือว่าภูเก็ตเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพราะสิ่งที่เราต้องเร่งเป็นอันดับแรกคือการฟื้นฟูและหยุดวิกฤติเศรษฐกิจทุกระดับชั้น และจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่ทำรายได้ให้กับประเทศจากการท่องเที่ยว จากนักท่องเที่ยวจำนวนกว่า 10 ล้านคนต่อปี เป็นเมื่องที่มีความสำคัญระดับโลก มีธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่งดงาม รวมถึงคนในพื้นที่มีศักยภาพ แต่ภูเก็ตตั้งแต่ช่วงเหลือล่มนั้นมีปัญหามากทำให้นักท่องเที่ยวลดลงไปเกือบ 50% ทั้งที่ช่วงนี้เป็นหน้าไฮน์ซีซั่น ซึ่งเราเชื่อว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวภูเก็ตได้ โดยการแก้ปัญหาการท่องเที่ยวมีอยู่ 3 ประเด็น 1.ความไม่มั่นใจจากเหตุการณ์เรือล่ม ซึ่งเรามีประสบการณ์เรื่องของการกู้ภัยและการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเพราะเราเคยบริหารและจัดการกับเหตุการณ์สึนามิมาแล้ว เราทำระบบกู้ภัยที่นานาชาติให้ความมั่นใจ พร้อมเร่งฟื้นฟูเรื่องของความปลอดภัย และการเตือนภัยทำให้ฤดูกาลท่องเที่ยวถัดไปหรือภายในไม่ถึงปีการท่องเที่ยวฟื้นขึ้นมาได้ 2.เราจะสานต่อนโยบายที่เราเคยทำคือการยกเลิกวีซ่าระหว่างไทยกับจีน และ 3.ปัญหาของภูเก็ตคือเรื่องของการจราจรดังนั้นเราจะเดินหน้า เพราะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตของชาวภูเก็ตอย่างมาก นอกจากนี้ยังจะมีระบบรางจากสะพานสารสินมาสู่เมืองต้องมี

“วันนี้เราตั้งใจ เราไม่ได้ตั้งใจเพียงแค่ส่งผู้สมัครอย่างเดียว แต่เราต้องการที่จะมาทำงาน มารับใช้คนภูเก็ตและพี่น้องชาวใต้ ขอให้ท่านลองใช้พรรคพท.ดู เพราะชาวใต้ยังไม่เคยใช้พรรคพท.เลย ใช้แล้วท่านจะติดใจเหมือนภาคอีสานและภาคเหนือที่ใช้พรรคพท. ลองดูสักครั้งนะคะ” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีสมาชิกพรรค และประชาชน จำนวนมากมาร่วมกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งการลงพื้นที่ภาคใต้ของคุณหญิงสุดารัตน์วันนี้ไม่มีทหาร หรือตำรวจตามประกบแบบที่ภาคอีสานแต่อย่างใด