“พิชัย” จี้ นายกฯ-รบ. ยอมรับความจริงว่า ศก.แย่ พร้อมออกมาขอโทษตนเองที่พูดเรื่องนี้แล้วโดนเรียกปรับทัศนคติ โว ทษช.พร้อมแก้ปัญหาทั้งหมด
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ใน กทม.และต่างจังหวัด เพื่อรับฟังความคิดเห็นและรับทราบปัญหาของประชาชนในความเดือดร้อน พบว่าความเดือดร้อนอันดับแรกของประชาชนคือปัญหาเศรษฐกิจที่เงินในกระเป๋าเหือดแห้ง ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ค่าแรงไม่ขึ้น การค้าขายฝืดเคือง รายได้ไม่พอรายจ่าย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งตนได้อธิบายว่าได้เตือนรัฐบาลมาตลอดกว่า 4 ปีนี้แล้วว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่แต่รัฐบาลไม่รับฟัง แต่กลับเรียกตนไปทั้งปรับทัศนคติและแจ้งข้อหา 12 หน ตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ตนได้เตือนเรื่องเศรษฐกิจมาตลอดเป็นความจริง ก็อยากให้รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับความจริง และควรจะขอโทษตนที่เรียกตนหลายหน ทั้งๆ ที่สิ่งที่ตนเตือนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งล่าสุดได้ขึ้นเวทีเสวนาเศรษฐกิจ การเมือง กับนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายกอบศักดิ์ยังยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยดีขึ้น และต่างประเทศมีความเชื่อมั่นไทย ซึ่งน่าจะสวนกับความเป็นจริงอย่างมาก ขณะที่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และรองหัวหน้า พปชร. เพิ่งยอมรับเองว่าคนจะอดตายกันหมดแล้วจึงต้องแจกเงิน และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้เคยประกาศว่าปี 2561 นี้คนจนจะหมดไป ไม่ทราบว่าหมายถึงจะอดตายกันหมดใช่หรือไม่
นายพิชัยกล่าวว่า หากคนของรัฐบาลยังสับสนย้อนแย้งกัน จะไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประชาชนได้ ปัญหาต่อมาคือปัญหายาเสพติดที่ระบาดอย่างหนัก ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่รัฐถึงปล่อยปละละเลยอย่างมาก มีการซื้อขายกันอย่างโจ่งแจ้งทั่วไป และราคายาเสพติดถูกลง ทำให้มีประชาชนติดยาเสพติดเพิ่มเป็นจำนวนมาก นำมาซึ่งอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างหนัก บางคนถึงกับน้ำตาไหล ร้องไห้โฮด้วยความคับแค้นใจ และปัญหาการคอร์รัปชั่นที่ประชาชนต้องหาจ่ายเบี้ยใบ้รายทางในทุกเรื่องที่ต้องเกี่ยวข้องกับราชการ กลายเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนซ้ำเติมกับภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ไม่แน่ใจว่าจะเกิดมาจากการซื้อขายตำแหน่งกันหรือไม่ จึงต้องหาเงินมาชดเชยกับค่าใช้จ่ายที่จ่ายไป นี่เป็นปัญหาหลักๆ ที่พบ ซึ่งยังมีปัญหาปลีกย่อยอื่นๆ ที่มากกว่านี้ พรรค ทษช.จะได้เร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ในทันที หลังจากการเลือกตั้ง หากประชาชนให้ความไว้วางใจลงคะแนนเสียงให้และได้เป็นรัฐบาล

